
ปส.แถลงข่าวจับยาไอซ์135ล.
'วิเชียร' โชว์จับยาไอซ์ หนัก 54 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 135 ล้านบาท หลังแถลงรีบหลบสื่อมวลชนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนขึ้นรถออกไปอย่างรวดเร็ว
1 ก.ย.54 เวลา 11.30 น. พล.ต.อ.วิเชียร์ พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.อติเทพ ปัจมานนท์ ผบช.ปส. และนางสุรีย์ประภา ตรัยเวช เลขาธิการสำนักงาน ปปส. ได่ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ 2 คดี โดยคดีแรกเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมกัญชา อัดแท่ง จำนวน 80 กก. มีผู้ต้องหา 1 รายชืท่อ นายน้อย หรือแหล่ โตโชว์ อายุ 45 ปี ชาว จ.นครพนม ได้ร่วมกับพวกที่หลบหนี มียาเสพติดประเภท 5 กัญชา ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย
คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เป็นชาวมาเลย์เซีย พร้อมของกลางยาไอซ์ ชนิดเกล็ดสีขาว จำนวน 45 กิโลกรัม และผู้ต้องหาจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย 1.นายมาเกซ บาร์รัน ปาตู อายุ 25 ปี สัญชาติมาเลเซีย 2.นายมูรูกัน ปาตู อายุ 28 ปี สัญชาติมาเลเซีย 3.นายปาติบัน สุบรามาเนียม อายุ 19 ปี สัญชาติมาเลเซีย 4.น.ส.วรรณเพ็ญ สายบุตร อายุ 30 ปี ชาว จ.สุรินทร์ 5.น.ส.พรทิพย์ ทองเล็ก อายุ 31 ปี ชาว จ.สระแก้ว โดยผู้ต้องหาทั้งหมดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาว่าคือ มียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย
พล.ต.อ.วิเชียร์ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำตามนโยบายของรัฐบาล ที่ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาแก้ไขปัญหายาเสพติด ภายในยุทธศาสตร์ 5 รั้ว ป้องกัน โดยการจับกุมผู้ต้องหาคดีที่1 เป็นผลงานของ บก.ปส.2 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้านเลขที่ 160 ต่อเนื่องสวนมะขามหมู่ที่4 บ้านคับพวง ต.น้ำกล่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม โดยคดีนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการล่อซื้อ
หลังจากทราบจากสาบลับว่า จะมีนายดี้ (ไม่ทราบชื่อและนามสกุล) ซึ่งมีพฤติกรรมค้ากัญชา และจะมีการนำยาเสพติดประเภทกัญชา จากประเทศลาว เข้ามาในเขตแดนไทย โดยกัญชาส่วนหนึ่งจะถูกส่งไปขายในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งการล่อซื้อได้มีการตกลงที่จะขายยาเสพติดประเภทนี้ ในราคากิโลกรัมละ 4000 บาท โดยทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตกลงที่จะซื้อ ในจำนวน 100 แท่ง หรือ 100 กิโลกรัม ในราคา 4 แสนบาท
ต่อมานายดี้ ได้ส่งนายน้อย ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมมาตรวจสอบเงิน และทำการนัดหมายที่จะส่งยาเสพติดกัน จนกระทั่งได้มีการส่งมอบกัญชาส่วนหนึ่ง จำนวน 22 กก.ให้เป็นการล่วงหน้า ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุม ก่อนจะขยายผลจับกุมตัวนายดี้ แต่นายดี้ เกิดไหวตัวทันเสียก่อน จึงได้หลบหนีไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจค้นบ้านของนายดี้ และพบกัญชา จำนวน 58 แท่ง หรือ 58 กิโลกรัม ซึ่งรวมทั้งกัญชาที่ถูกจับกุมได้ทั้งหมด จำนวน 80 แท่ง หรือ 80 กิโลกรัม โดยเจ้าหน้าที่ได้ส่งผู้ต้องหาดำนินคดีตามกฏหมายต่อไป
พล.ต.อ.วิเชียร์ กล่าวอีกว่า ส่วนคดีที่ 2 เป็นผลงานของ ผก.ปส.3 นำโดยพล.ต.ต.หาญพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผบช.ปส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค9 เข้าจับกุมคนร้าย หลังจากรับแจ้งจากสายลับ ว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ทั้งคนไทย และชาวมาเลเซีย ได้ทำการลำเลียงยาไอซ์ จาก กทม.ไปที่ อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อนำออกไปจำหน่ายที่ประเทศมาเลเซีย โดยทราบว่ากลุ่มผู้ดังกล่าว จะเดินทางโดยสารมากับรถทัวร์ จากสถานีขนส่งสายใต้ กทม. โดยมีจุดหมายที่ อ.สะเดา จ.สงขลา
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผู้ต้องหาเดินทางมายังจุดหมายนั้น ผู้ต้องหาได้ถือกระเป๋าเดินทางจำนวน 3 ใบ และเมื่อถึงจุดหมาย ได้เข้าพักที่โรงแรมบางกอกคอต อ.สะเดา จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหา ก็ได้เดินทางมาที่ร้าน 95 คาราโอเกะ จากนั้นก็ให้ผู้ต้องหาที่เป็นหญิงชาวไทย ซึ่งเป็นสาวที่ร้านคาราโอเกะ ช่วยกันขนกระเป๋าขึ้นรถยนต์ ยี่ห้อโปรตอล หมายเลขทะเบียน เคซีซี 7127 ประเทศมาเลเซีย ที่ลานหน้าวัดหลักเขต และขณะที่กำลังจะเดินทางออก เพื่อไปประเทศมาเลเซีย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 5 คน พร้อมของกลาง
พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหาในเบื้องต้น ทั้งหมดยังไม่ให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่ามีคนจ้างให้มาเที่ยวในประเทศไทย คนละ 5 หมื่นบาท แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะการสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว อาจจะไปรับยาไอซ์จากทางภาคเหนือของไทย ก่อนนำมาพักเอาไว้ที่ กทม.
และหลังจากได้ยาเสพติด จึงเดินทางไปพักที่โรงแรมใน อ.สะเดา เพื่อที่จะรอข้ามเขตแดนไปประเทศมาเลเซีย ทั้งนี้ สำหรับมูลค่ายาเสพติดที่ทางเจ้าหน้าที่จับกุมได้นั้น คาดว่ามีมูลค่าประมาณ 135 ล้านบาท และหากยาเสพติดล็อตดังกล่าวสามารถหลุดรอดไปประเทศที่ 3 ได้ ก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก 5 เท่า ซึ่งในส่วนของกัญชา ก็จะมีลักษณะเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่พล.ต.อ.วิเชียร ได้แถลงข่าวเสร็จ ก็มีบรรดาสื่อมวลชน ได้รอสัมภาษณ์ในเรื่องของการโยกย้าย หลังจากถูกรัฐบาลกดดัน โดยทาง พล.ต.อ.วิเชียร ไม่ได้เปิดโอกาศให้สื่อมวลชน ได้ทำการซักถามถึงเรื่องดังกล่าว จากนั้นจึงรีบเดินขึ้นรถออกจากการแถลงข่าว ไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ภาพ : จากแฟ้ม



