พิจิตรอ่วมหนัก!คาด1ด.คลี่คลาย
ปภ.พิจิตรยังอ่วมน้ำทะลักต่อเนื่องคาดอีก 1 เดือนคลี่คลายเหตุเป็นพื้นที่ลุ่มรับน้ำ 4 สาย ด้านความเสียหายพื้นที่การเกษตรจมน้ำกว่า 1.4 แสนไร่ ชาวบ้านเดือดร้อนกว่าแสนคนสั่งปิด 47 โรงเรียนหวั่นเด็กตกน้ำตายช่วงน้ำท่วม
1 ก.ย.54 นายสัลเลข คำใจ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดพิจิตรยังมีปริมาณน้ำไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำจากแม่น้ำน่านอ.บางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ที่มีระดับน้ำสูงกว่าที่จ.พิจิตรถึง 15 เซนติเมตร ซึ่งมีน้ำเป็นจำนวนมากได้ทยอยไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้จังหวัดพิจิตรถูกน้ำท่วมหมดทั้ง 12 อำเภอ เป็นระยะเวลากว่า 2-3 สัปดาห์แล้ว และคาดว่าอีกประมาณ 1 เดือนระดับน้ำถึงจะลดลง เนื่องจากพิจิตรเป็นพื้นที่ลุ่มรับน้ำทั้ง 4 สาย จากแม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม และแม่น้ำน่าน
สำหรับพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจะแบ่งเป็น 2 โซน คือ โซนลุ่มน้ำยม อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.บึงนางราง อ.โพธิ์ทะเล อีกโซนจะเป็นในส่วนของลุ่มน้ำน่าน อ.เมือง อ.ตะพานหิน และอ.บางบุนนาค ได้รับความเดือดร้อนทั้งบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร โดยพื้นที่การเกษตรขณะนี้ถูกน้ำท่วมแล้วกว่า 70% เสียหายกว่า 140,000 ไร่ พื้นที่อยู่อาศัยถูกน้ำท่วมกว่า 30-40% ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 100,000 คนแล้ว
สั่งปิด 47 โรงเรียนหวั่นเด็กตกน้ำตายช่วงน้ำท่วม
ดร.สุรเสน ทั่งทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 กล่าวว่า สพป.เขต 1 พิจิตร ที่ดูแลโรงเรียนใน 6 อำเภอของจังหวัดพิจิตร ที่ประกอบด้วยโรงเรียนใน เขต อ.เมือง อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.วชิรบารมี ที่มีทั้งสิ้น 178 โรงเรียน ว่าขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมได้ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหนักตามหมู่บ้าน ซึ่งทำให้ทั้งโรงเรียนและบ้านเรือนของเด็กนักเรียน รวมถึง ถนนหนทางต้องถูกตัดขาด เด็ก ๆ มาโรงเรียนไม่ได้ และโรงเรียนก็ถูกน้ำท่วมมากถึง 27 แห่ง และน้ำท่วมหนัก 25 แห่ง ซึ่งขณะนี้ได้อนุมัติสั่งปิด 20 โรงเรียน ในชนบทได้ขอหยุดทำการเรียนการสอนแล้วอย่างไม่มีกำหนด
ดร.สุรเสน ทั่งทอง กล่าวว่า จากที่ได้สั่งปิดโรงเรียน ในช่วงน้ำท่วม ทางคณะครูเป็นห่วงบรรดานักเรียน ในช่วงที่ปิด จะเล่นน้ำที่ท่วม และอาจเกิดเหตุหารณ์จมน้ำเสียชีวิตได้ ซึ่งทางผู้บริหารโรงเรียนต่างๆที่ปิดทำการเรียนการสอน ให้เน้นย้ำแก่นักเรียน และผู้ปกครองให้ระมัดระวัง การเล่นน้ำของนักเรียน พร้อมกำชับแก่เด็กนักเรียนที่ต้องใช้เรือเดินทางมาเรียนหนังสือในพื้นที่โรงเรียนที่ท่วมไม่ถึงด้วย
ด้านนายพงษ์ชัย ไทยวรรณศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2 กล่าวว่า” โรงเรียนใน 6 อำเภอ ของพื้นที่ประถมศึกษาพิจิตร เขต 2 ได้แก่ อ.ตะพานหิน อ.บางมูลนาก อ.ทับคล้อ อ.โพทะเล อ.บึงนาราง อ.ดงเจริญ ที่มีทั้งสิ้น 157 โรงเรียน และโรงเรียนของเอกชนอีก 12 โรงเรียน ได้เกิดน้ำท่วม 28 แห่ง และขอหยุดทำการเรียนการสอนอย่างไม่มีกำหนด 27 โรงเรียน ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า โรงเรียนระดับปะถมศึกษาของจังหวัดพิจิตร ขณะนี้ต้องถูกสั่งปิดเหตุเพราะน้ำท่วมมีมากถึง 47 โรงเรียนแล้ว
เซ่นแล้ว 11 ศพ ชาวบ้านยังขาดแคลนน้ำอาหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากจังหวัดพิจิตรว่าสถานการณ์น้ำท่วมพิจิตรยังคงหนัก โดยเฉพาะลุ่มแม่น้ำน่านและลุ่มแม่น้ำยมยังมีปริมาณสูงขึ้นต่อเนื่อง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในทุกที่ ทั้ง อำเภอเมืองพิจิตร อำเภอตะพานหิน อำเภอบางมูลนาก โดยเฉพาะ 20 หมูบ้าน ของ ตำบลฆะมัง อำเภอเมืองพิจิตร ถูกน้ำในแม่น้ำน่านล้นตลิ่งเข้า ท่วมบ้านเรือน ประชาชน กว่า 2 อาทิตย์ ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจาก ถูกตัดขาดติดเกาะไม่สามารถสัญจรไปมาได้ถนนถูกน้ำท่วมสูง ซึ่งชาวบ้านขาดเรือออกไปซื้อข้าวปลาอาหาร ซึ่งขณะนี้เริ่มขาดแคลน ทั้ง น้ำและข้าวสาร
อีกทั้ง ขาดเรือในการพาคนป่วย ไปหาหมด ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ถ้า ซึ่งขณะนี้ ผู้นำหมู่บ้านของตำบลฆะมังได้ประสานไปยังทหาร ค่ายขุนผาเมือง ขอเรือท้องแบบ เข้ามาช่วย ชาวบ้านแล้ว
ทั้งนี้ ในส่วน อำเภอตะพานหิน ชาวบ้านชุมชนร่มเกล้า ซึ่งอยู่นอกเขตแนวกั้นน้ำของเทศบาลเมืองตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ต้องเร่งนำแนวกระสอบทรายกั้นน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำป่า ที่ไหลมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ เพื่อรอจะไหลลงแม่น้ำน่าน ที่มีระดับสูง เอ่อเข้าท่วมที่พักอาศัยชั่วคราวที่ชาวชุมชนย้ายหนีน้ำขึ้นมาพักอาศัยอยู่บนถนนเนื่องจากน้ำท่วมบ้านที่อยู่พื้นที่ลุ่ม 24 หลังคาเรือน จนไม่สามารถอยู่อาศัยได้
สำหรับชุมชนร่มเกล้า เป็นชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำจากน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ที่ไหลเข้ามาในพื้นที่ และไม่สามารถระบายลงแม่น้ำน่านเนื่องแม่น้ำน่านมีระดับสูง จึงท่วมขังบ้านเรือนจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ทั้ง 24 ครัวเรือนจึงย้ายหนีน้ำมาอยู่บนถนน และ ศาลากลางหมู่บ้าน ส่วนการกั้นน้ำในครั้งนี้เพื่อป้องกันน้ำที่จะท่วมถนนซึ่งเป็นที่พักอาศัยของพวกเขาเนื่องจากหากน้ำท่วมพวกเขาก็ไม่รู้จะย้ายไปอยู่ที่ไหน ขณะที่ระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากน้ำที่ยังคงไหลเข้าสู่พื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานรายงานเพิ่มเติมอีกว่า หลังน้ำป่าและแม่น้ำน่านทะลักเข้าท่วม บ้านเรือนประชาชนบ้านเรือน ในอำเภอบางมูลนาก ขณะนี้ท่วมแล้ว 9 ตำบล กับ 1 เทศบาล น้ำน่านและป่า ยังคง ไหลท่วมแผ่ขยายวงกว้างต่อเนื่อง ล่าสุด น้ำในแม่น้ำน่านทะลักท่วมย่านเศรษฐกิจ น้ำท่วมเข้าไปในตลาดเทศบาลบางมูลนาก นอกจากนี้น้ำยังท่วม ถนนกลางใจ ย่านเศรษฐกิจ และหน้าวัดบางมูลนาก ชาวบ้าน ชาวบ้านเร่งขนย้ายสิ่งของกันจ้าระหวั่น เพราะรับน้ำจากน้ำ ป่า และน้ำในแม่น้ำน่านมาจาก พิจิตร และตะพานหิน ชาวบ้านเริ่มขาดแคลนน้ำดื่ม นอกจากนี้ วัดศรีวิลัย ซึ่งตั้ง อยู่ถนนใบพาสถูกน้ำท่วมสูงกุฎิ ถูกน้ำท่วมหมด พระกว่า 60 รูป ได้ย้ายวัดชั่วคราวไปอาศัยวัด โพธิ์ไทรงามอยู่ชั่วคราว
ล่าสุด ร.ต.อ. เชาวลิต ศรีสัน พนักงานสอบสวน สภ. ตะพานหิน ได้รับแจ้งว่ามีเหตุ คนตกน้ำเสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณหมูที่ 8 ตำบลงิ้วราย อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร หลังจากที่ได้รับแจ้งจึงได้เดินทางไปยังที่ เกิดเหตุพบศพ นาย วีระพัฒน์ สุขคุ้ม อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 154 ซอยถนนรถไฟ อำเภอตะพพานหิน พิจิตร จาการสอบสวนในเบื้องต้น ว่า นาย ร.ตอ. เชาวลิต นั้น ลงไป เล่นน้ำจากนั้น พัดตกน้ำ หายไป จนได้พบศพดังกล่าว สรุปพิจิตรเสียชีวิตรวม 11 ราย
นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมกำลังขาดแคลนน้ำดื่มและข้าวสารอาหารแห้ง ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นห่วง มากเพราะปีนี้น้ำท่วม พอๆ กับ ปี 38-40 น้ำท่วมมากชาวบ้านได้รับ ความเดือดร้อนทั่วหน้า ซึ่ง อบจ. พิจิตร ได้ระดมอาหาร น้ำ นำไปแจกจ่ายชาวบ้าน เพื่อ ช่วยเหลือเพิ่มเติม นอกจากนี้อยากให้ จังหวัดเอง ควรที่จะเร่งให้การช่วยเหลือเร่งชาวบ้านให้มากขึ้นเฉพาะพิจิตรนั้นน้ำท่วมนานมาก
นายชาติชาย กล่าวต่อว่า เห็นด้วยกับนางสายิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะทำโครงการบางระกำโมเดล แก้ปัญหาน้ำท่วม แต่การที่ จะทำนั้น บางระกำโมเดล นั้นจะต้องนึกถึงจังหวัดที่อื่นที่ได้รับผลกระทบ จากน้ำที่จะต้อง ระบายน้ำ น้ำลงมา ดังนั้นควรที่ทำให้ ดี หรือ ทำ ให้กับจังหวัดอื่นพร้อมกันไม่ใช่ทำแต่อำเภอบางระกำอย่างเดียวเพราะจังหวัดอื่นๆเขาก็ได้รับความเดือดร้อนเหมือนกันไม่ว่าพิจิตร นครสวรรค์ เช่นกัน
เตรียมอพยพประชาชนหนีน้ำท่วม
นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ราบลุ่มประกอบด้วย อ.ยางตลาด อ.ฆ้องชัย อ.กมลาไสย และอ.ร่องคำ ขณะนี้นออกจากปัญหาฝนตกหนักแล้วยังเกิดจากอิทธิพลของเขื่อนลำปาวซึ่งมีการระบายน้ำลงในแม่น้ำปาว อีกทั้งระดับน้ำในลำน้ำชีก็เริ่มหนุนสูงทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรถึง 4 หมื่นไร่ แต่เนื่องจากระดับน้ำที่ล้นตลิ่งยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ใน 4 อำเภอดังกล่าว จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเตรียมความพร้อมในการอพยพประชาชนหากเกิดปัญหาน้ำหลากหรือน้ำท่วมฉับพลันขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้จัดเตรียมบุคลากร อุปกรณ์การช่วยเหลือ เรือท้องแบบและจัดหาเต้นท์ไว้คอยอำนวยความสะดวกประชาชน
พร้อมทั้งการจัดหายาสามัญประจำบ้านให้กับประชาชน ทั้งยังได้กำชับให้ผู้นำท้องถิ่นทุกหมู่บ้าน โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม ที่มีบ้านเรือนอยู่ติดกับเทือกเขาและเป็นที่ราบลุ่มให้คอยติดตามข่าวสารจากทางราชการ และหมั่นดูแลตรวจตาหอเตือนภัยอย่างสม่ำเสมอ



