ข่าว

'จตุพร'ปูดกลุ่มล้มรบ.ป่วน5ธ.ค.

'จตุพร'ปูดกลุ่มล้มรบ.ป่วน5ธ.ค.

01 ก.ย. 2554

"จตุพร" ปูดกลุ่มล้มรัฐบาลเดินเครื่องหลัง 5ธ.ค. ปัดเอี่ยวสถาบัน ชี้เป็นกลุ่มอำนาจเก่ารวมมือกับนักการเมืองในสภา แนะเร่งทำนโยบายที่หาเสียง เป็นเกราะป้องกัน-ปรับปรุงการข่าว

          นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพื่อไทย ฐานะแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวยืนยันว่า กระบวนการล้มรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ จะเกิดขึ้นแน่นอน ภายหลังวันที่ 5 ธันวาคม แต่ไม่เกี่ยวกับสถาบัน  ซึ่งคนในกระบวนการนั้นทราบว่าเป็นกลุ่มนักการเมืองในสภาร่วมกับกลุ่มอำนาจเก่า ที่เคยเคลื่อนไหวเพื่อล้มรัฐบาลชุดที่ผ่าน ๆ มา  ได้แก่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร , นายสมัคร สุนทรเวช  และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ
         
          โดยการเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นเป็นการบูรณาการการโค่นล้ม ทั้ง 3 รัฐบาล ส่วนจะเข้มแข็งกว่าหรือไม่นั้นไม่สามารถตอบได้ เบื้องต้นได้แจ้งไปยังแกนนำรัฐบาลให้รับทราบแล้ว พร้อมแนะนำให้เร่งทำนโยบายที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชนให้เกิดเป็นรูปธรรม อาทิ ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาทเพื่อเสริมภูมิต้านทานให้รัฐบาลมีความเข้มแข็งและต้องมีการปรับปรุงงานด้านการข่าวให้มีความเข็มแข็ง
               
          “ผมจับสัญญาณได้ว่า พรรคซีกฝ่ายค้านขณะนี้อยู่ในภาวะเริงร่า  ส่วนกลุ่มอำนาจเก่านั้นอยู่ระหว่างการหาช่องทางและจังหวะอยู่ เพราะยังกังวลกับสถานการณ์ที่พรรคเพื่อไทยได้รับคะแนนเลือกตั้งจากประชาชนเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่เห็นวันนี้ที่สถานการณ์การเมืองยังปกติ แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงเหตุการณ์ทะเลสงบก่อนที่จะเกิดสึนามิทางการเมือง” นายจตุพร กล่าว
               
          ผู้สื่อข่าวถามว่า  ประเด็นการตั้งคนเสื้อแดงเป็นข้าราชการการเมืองและการโยกย้ายข้าราชการถือเป็นจุดชนวนการเคลื่อนไหวด้วยหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวไม่เกี่ยวข้อง ตนขอเรียกร้องถึงการโยกย้ายข้าราชการในหน่วยงานต่าง ๆ ต้องทำให้เกิดความเป็นธรรม เพราะการโยกย้ายครั้งที่ผ่านมามีข้าราชการที่ได้ตำแหน่งสูงเพราะจ่ายเงิน และมีการย้ายข้ามหัวผู้อาวุโส
               
          เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวที่อาจเกิดขึ้นสอดคล้องกับระยะเวลาที่รัฐบาลจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ มองว่าควรเลื่อนออกไปก่อนหรือไม่เพื่อไม่ให้กลายเป็นประเด็น นายจตุพร กล่าวว่า “คงไม่ กระบวนการนั้นต้องเดินหน้าต่อไป”