
ข้อมูลสันติบาลยังไม่ชี้ชัดทักษิณ-จักรภพหมิ่นสถาบัน
สันติบาลเรียกประชุมคณะกรรมการฯถกคดี ทักษิณ-จักรภพ หมิ่นสถาบัน ผบช.ส.ระบุหลักฐานมีอยู่ยังไม่สามารถชี้ชัดมีเพียงน่าจะมีมูลความผิด ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่พูดผ่านสื่อต่างประเทศและพูดนอกประเทศ ขณะที่ความวุ่นวายทางการเมืองส่งผลไทยพลาดการเป็นเจ้าภาพจัดการประช
เมื่อเวลา 15.00น. วันที่ 27 เมษายน ที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล(บช.ส.) พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผบช.ส. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาข้อมูลข่าวสารที่มีผลกระทบต่อสถาบันโดยมีคณะกรรมตัวแทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ส.) และสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.) ร่วมประชุม
พล.ต.ท.ธีระเดช กล่าวก่อนการประชุมว่า วันนี้เป็นการประชุมกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปช.) ให้สัมภาษณ์หลายครั้ง ตั้งแต่ช่วงวันที่ 12 - 13 เป็นต้นมา ซึ่งคณะกรรมการคดีหมิ่นฯชุดเล็กได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้หมดแล้วเห็นว่าบางประเด็นน่าจะมีมูลความผิดจึงให้กรรมการชุดใหญ่พิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดฐานกฎหมายอาญาฐานหมิ่นสถาบันหรือไม่ต้องพิจารณาอีกที
พล.ต.ท.ธีระเดช กล่าวว่า หลักฐานที่มีในขณะนี้เป็นการพูดผ่านสื่อต่างประเทศ และพูดนอกประเทศ แต่สื่อไทยเท่าที่ตรวจสอบไม่มี ซึ่งอำนาจของตำรวจไทยแค่รวบรวมพยานหลักฐานและประมวล ส่วนการดำเนินคดีต่างประเทศเป็นหน้าที่ของสำนักงานอัยการฝ่ายต่างประเทศ ที่จะดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะสามารถแจ้งข้อหาอะไรได้บ้าง พล.ต.ท.ธีระเดช กล่าวว่า ต้องรอการพิจารณาก่อนโดยขั้นตอนตรงนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ได้มอบหมายให้กรรมการชุดนี้ทำหากเห็นว่ามีมูลเราก็จะให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการทันทีโดยไม่ต้องให้ ตร.พิจารณาอีก หากมีมูลก็ให้ บช.ก. ตั้งคณะกรรมการดำเนินการเลยซึ่งพนักงานสอบสวนชุดนั้นก็จะส่งสำนวนให้อัยการเป็นผู้พิจารณา ส่วนขั้นตอนการติดตามตัวพ.ต.ท.ทักษิณและนายจักรภาพก็ขอให้อัยการเป็นคนตอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลักฐานขณะนี้แน่ชัดแล้วหรือไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และนายจักรภพเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย พล.ต.ท.ธีระเดช กล่าวว่า ยังไม่ชัดเพียงคณะทำงานระบุว่าน่าจะพิจารณาได้ มีข้อมูลเพียงพอห้าสิบห้าสิบ ซึ่งคณะกรรมการของเราเป็นการพิจารณาความผิดต่อสถาบัน ตามมาตรา 113 ส่วนการล่วงละเมิดองคมนตรีเป็นความผิดส่วนตัวเราไม่เกี่ยว
พล.ต.ท.ธีระเดช กล่าวว่า สำหรับหลักฐานที่รวบรวมมานั้นมีทั้งในส่วนของตำรวจสันติบาลที่ดูเว็บไซต์ ส่วน สทส. ก็มีคณะกรรมการเฝ้าระวังอยู่ และส่วนของนครบาลมีหลักฐานที่เก็บรวบรวมไว้นำมาพิจารณาประกอบกัน โดยจะมีการชี้แจงในที่ประชุมว่าหลักฐานที่ได้มีการรวบรวมมาอย่างไร หากการพิจารณาแล้วเข้าข่ายว่ากระทำผิดก็จะทำสรุปให้ บช.ก. ไปดำเนินการตั้งพนักงานสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน
ความวุ่นวายทางการเมืองส่งผลไทยพลาดการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสื่อสิ่งพิมพ์
IFRA องค์กรชั้นนำของโลก ด้านอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์ ที่มีสำนักงานอยู่ 10 แห่งทั่วโลก และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองดาร์มสตัด ประเทศเยอรมนี ได้ยกเลิกการประชุมหนังสือพิมพ์ครั้งสำคัญของเอเชีย ที่กำหนดจะมีขึ้นที่กรุงเทพฯ ในเดือนพฤษภาคมออกไป อันเป็นผลมาจากความผันผวน
ทางการเมืองในประเทศไทย โดยการประชุมที่มีชื่อว่า " พับบลิช เอเชีย 2009 " จะย้ายไปประชุมที่เมืองเชนไน ของประเทศอินเดีย ในเดือนกันยายนแทน
แถลงการณ์ของ IFRA ระบุว่า การตัดสินใจย้ายสถานที่จัดการประชุม เป็นผลมาจากสถานการณ์ในกรุงเทพฯ ที่ทำให้หลายประเทศจำกัดการเดินทางมายังประเทศไทย รวมถึงการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจด้วย
การประชุมประจำปีของ IFRA จะเป็นการชุมนุมกันของเหล่าบรรณาธิการและเจ้าของสื่อสิ่งพิมพ์ผู้บริหารธุรกิจการพิมพ์ และตัวแทนจากธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หนังสือพิมพ์หลายฉบับทั่วโลกจำต้องปิดตัวลง ลดหน้ากระดาษ ตัดเงินเดือนพนักงาน และต้องมีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่รวมถึงการอาศัยเว็บไซ์ท์ข่าวอย่างเดียว หลังจากรายได้จากการโฆษณาหดหายไป ตั้งแต่เริ่มต้นปี 2551สำหรับการประชุมที่จัดขึ้นที่เมืองเชนไน ของอินเดีย จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สอบคล้องกับงานเอ็กซ์โป ที่ก่อนหน้านี้มีกำหนดจะจัดขึ้นที่เมืองไฮเดอราบัด
โธมัส จาคอบ บรรณาธิการบริหารของ IFRA ประจำภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก ระบุว่า การจัดงานใหญ่ 2 งาน พร้อมกันที่เมืองเชนไน จะเป็นประโยชน์มหาศาลสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์และผู้ผลิตทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลางและอนุภูมิภาคอินเดีย ที่ประกอบด้วย อินเดีย ศรีลังกา ปากีสถาน และบังคลาเทศ
IFRA ระบุว่า จะมีการประชุมครั้งแรกของ IFRA ที่มีชื่อว่า " นิวส์รูม ซัมมิต เอเชีย " จะจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 7-9 กรกฎาคม ซึ่งจะมีการหารือกันในหลากหลายประเด็น รวมทั้งการปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อลดค่าใช้จ่าย และนำเท็คโนโยลีใหม่ ๆ มาใช้
สำหรับรองรับผู้อ่านในอนาคตด้วย



