
'ตู่'ร้อนกกต.โยนนายทะเบียนพรรคชี้ขาด
กกต. โยนนายทะเบียนพรรคการเมือง ชี้ขาดความเป็นสมาชิกพรรคของ 'จตุพร' ก่อนนำเข้าที่ประชุมตัดสิน เสนอประธานสภา ส่งต่อศาลรธน. เพิกถอนจาก ส.ส.
นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณา กรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งถูกคุมขังโดยหมายศาล ระหว่างการสมัครรับเลือกตั้งว่า จะทำให้สิ้นสุดความเป็นสมาชิกการเมือง และจะทำให้สิ้นสภาพการเป็นส.ส.หรือไม่ว่า ที่ประชุมกกต.ได้มอบอำนาจให้เป็นหน้าที่ ของ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.ในฐานนายทะเบียนพรรคการเมือง ไปพิจารณาความเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ของ นายจตุพรว่า จะต้องตัดชื่อของนายจตุพรออกจากฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองหรือไม่
ทั้งนี้ เข้าใจว่า นายทะเบียนพรรคการเมือง จะรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่จะต้องเสนอความเห็น มาให้นายทะเบียนพรรคการเมืองได้พิจารณา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมกกต. ได้มีมติให้ขยายเวลาการไต่สวนกรณีความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของนายจตุพรออกไปอีก 15 วัน โดยให้เป็นการพิจารณาครั้งสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม หากนายทะเบียนพรรคการเมือง มีความเห็นให้ตัดชื่อนายจตุพร ออกจากฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง ก็อาจทำให้นายจตุพร พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และจะทำให้สิ้นสุดความเป็นส.ส.ได้
ทั้งนี้ มีรายงานจากกกต.แจ้งว่า ในเรื่องดังกล่าว กกต. ได้เลื่อนวาระการพิจารณาขึ้นมา จากเดิมที่กำหนดไว้วันที่ 1 ก.ย.นี้ เนื่องจากวันดังกล่าว กกต.ติดภารกิจต่างจังหวัด จึงของดประชุมและเรื่องดังกล่าว ก็ครบกำหนดระยะเวลาการสอบสวน
รายงานแจ้งด้วยว่า ที่ประชุมกกต.ได้มีการถกเถียงในเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง ทั้งประเด็นที่ว่า หลักฐานที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามระเบียบกกต. ว่าด้วยการจัดทำ และบริหารระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง 2552 ข้อ 9(3) ที่มีนายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการกกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง เป็นประธาน นำมาใช้อ้างอิง
และมีความเห็นเสนอต่อกกต.ว่า นายจตุพรขาดจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการเปิดโอกาสให้พรรคมีการโต้แย้ง ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนสำคัญควรที่คณะกรรมการฯ ไปดำเนินการให้เรียบร้อยเสียก่อน และนำเสนอโดยเร็ว
นอกจากนี้ ยังมีการถกเถียงในประเด็นที่ว่า ระเบียบที่ตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าว อาศัยอำนาจตามมาตรา 19 ของ พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ พรรคการเมือง ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการฯ มีความเห็นว่า นายจตุพรขาดจากความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว ทางสำนักงาน กกต. จะต้องเป็นผู้ลบชื่อ นายจตุพร ออกจากระบบฐานข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรค ในระบบอิเล็กทรอนิกส์เสียก่อนใช่หรือไม่ เพราะ มาตรา 19 วรรคท้ายได้กำหนดให้สำนักงานฯ เป็นผู้ที่จัดให้มีทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองของทุกพรรคการเมืองในระบบอิเล็กทรอนิกส์
และให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ทะเบียนดังกล่าว เป็นทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมาย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้เป็นอย่างอื่น
ทั้งนี้ เมื่อสำนักงานลบชื่อนายจตุพรออกจากระบบฐานข้อมูลฯ แล้วจึงค่อยเสนอนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้มีความเห็นแล้ว จึงมาเสนอให้ที่ประชุมกกต.พิจารณาว่า นายจตุพรขาดจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว ทำให้มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เห็นควรที่กกต.จะเสนอให้เรื่องไปประธานสภาฯตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 เพื่อส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยใช่หรือไม่
“ในที่ประชุมมีการถกเถียงในประเด็นนี้ว่า คณะกรรมการสอบฯ ไม่ใช่องค์คณะที่มีอำนาจวินิจฉัยเป็นที่สุด ที่ผ่านมาการลบชื่อบุคคลออกจากการเป็นสมาชิกพรรค จะลบเมื่อศาลมีคำพิพากษา เช่น ศาลสั่งให้เพิกถอนสิทธิ อีกทั้งหากลบชื่อก่อน ก็อาจถูกทางพรรคเพื่อไทยฟ้องร้องได้ ”แหล่งข่าวจากกกต. ระบุ
นอกจากนี้ ยังมีการถกเถียงกันในประเด็นว่า ทำไมกรณีนี้ จึงนำเข้าให้ที่ประชุมกกต.พิจารณา เพราะเป็นเรื่องทีีเกี่ยวข้องกับนายทะเบียนพรรคการเมือง นายทะเบียนฯต้องพิจารณาก่อนว่า นายจตุพรพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคแล้วหรือไม่ ถ้าพ้นแล้ว จึงค่อยเสนอมาให้กกต.พิจารณาว่า เห็นควรส่งไปที่ประธานสภาฯ เพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ถ้านายทะเบียนฯ เห็นว่ายังไม่พ้นก็ไม่ต้องเสนอเรื่องมาที่กกต.
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า กกต.บางคนเห็นว่า การตรวจสอบของ คณะกรรมการฯชุดดังกล่าวทำตามที่ที่ประชุมกกต.มีมติให้ดำเนินการ เมื่อครั้งที่กกต.ประกาศรับรองผลนายจตุพร ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการฯดำเนินการเสร็จแล้ว ก็ต้องเสนอที่ประชุมกกต.พิจารณา ไม่ใช่นายทะเบียนฯพิจารณา



