ผัวเก่าสุดแค้น'ฆ่าลากศพ'ชายชู้
ผัวเก่า...ระเบิดแค้น "ฆ่าลากศพ" ชายชู้ : ตะลุยข่าวโต๊ะรายงานพิเศษ
เช้าตรู่ของวันที่ 30 สิงหาคม เกิดเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญสั่นประสาทชาวบ้าน "โนนสำราญ" เป็นอย่างยิ่ง...เมื่อชายฆาตกรอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง หลังก่อเหตุฆาตกรรมแล้ว ได้ใช้เชือกมัดข้อเท้าของเหยื่อผูกโยงกับท้ายรถกระบะ ขับตระเวนรอบหมู่บ้านโนนสำราญ ต.สำราญ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ พร้อมทั้งบีบแตรรถยนต์เรียกชาวบ้านให้ออกมาดู สร้างความแตกตื่นหวาดเสียวระคนสยดสยองให้แก่ผู้คนที่พักอาศัยอยู่ตามเส้นทางที่รถลากศพวิ่งผ่าน!!
"กริ๊ง...กริ๊ง...กริ๊ง..." เสียงโทรศัพท์รับแจ้งเหตุภายใน สภ.บ้านค่าย จ.ชัยภูมิ ดังระงมจนสายแทบไหม้ ชาวบ้านหลายรายต่างโทรศัพท์เข้ามาแจ้งเหตุ ฆาตกรคลุ้มคลั่ง ขับรถลากศพตระเวนไปทั่วหมู่บ้าน...พ.ต.อ.สนธยา แต่แดงเพชร ผกก.สภ.บ้านค่าย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เดินทางไปตรวจสอบพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีเปลือกมังคุด ทะเบียน บจ 8306 ชัยภูมิ จอดอยู่บริเวณหน้าศูนย์ปฏิบัติการกองทุนหมู่บ้านบ้านโนนสำราญ หมู่ 2 พบ นายเดช เพ็งแสวง อายุ 60 ปี อดีตเคยขับรถทัวร์โดยสาร สวมเสื้อคอปกแขนสั้นสีขาวฟ้า กางเกงยีน นั่งอยู่ท้ายรถกระบะ โดยถืออาวุธปืนขนาด 9 มม.อยู่ในมือ ส่วนที่ท้ายรถกระบะมีเชือกโยงผูกติดกับขาของ นายประเสริฐ หล้าอ่อน อายุ 56 ปี ซึ่งแน่นิ่งอยู่บนพื้นถนนในหมู่บ้าน
พ.ต.อ.สนธยา รีบสั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ปิดล้อมเส้นทางหลบหนีทั้งหมด พร้อมทั้งให้ชาวบ้านออกห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร จากนั้นมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุมชนสัมพันธ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจประจำหมู่บ้านที่รู้จักมักคุ้นกับนายเดช สวมใส่เสื้อเกราะเข้าไปเจรจาให้มอบตัว ส่วนนายเดชกำลังอยู่ในอาการนั่งเงียบถืออาวุธปืนอยู่ในมือ แต่ไม่ได้ถือส่ายไปมา ระหว่างการเจรจานายเดช พูดทำนองว่าอยากให้ภรรยามาหา และในที่สุดนายเดชก็ยอมมอบตัวโดยดี
“ค่อนข้างกังวลใจว่านายเดช อาจต่อสู้ หรือขับรถกระบะหลบหนี จึงวางแผนปิดเส้นทางหลบหนี พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านการอบรมเจรจาต่อรอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พอรู้จักมักคุ้นกับนายเดช เข้าไปพูดคุย นายเดชมีอาการเครียด และมีอาวุธปืนอยู่ในมือ ก็เกรงว่าอาจตัดสินใจทำอะไรผิดๆ ไปมากกว่านี้ การเจรจานายเดชพยายามพูดทำนองให้ภรรยามาหา ระหว่างนี้ก็พยายามติดต่อครอบครัวของนายเดช ไม่ว่าจะเป็นญาติหรือบุตรสาว แต่ลูกสาวอยู่กรุงเทพฯ ญาติส่วนใหญ่อยู่ จ.ราชบุรี ถ้าหากนำภรรยามาก็เกรงว่าจะเสี่ยงเกินไป จึงพยายามเจรจาจนกระทั่งนายเดชบอกว่าขอเวลาสักพักให้ทำใจ แล้วก็เดินเข้ามามอบตัว“ พ.ต.อ.สนธยากล่าว
พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน จ.ชัยภูมิ เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่า นายประเสริฐ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าบริเวณหน้าผาก 2 นัด และตามลำตัวกว่า 10 นัด รวมถึงบริเวณแผ่นหลังมีรอยถลอกจำนวนมาก
การสอบสวนนายเดช รับสารภาพอ้างว่า ประมาณ 1 ปีที่ผ่านมาจับได้ว่าภรรยาแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายประเสริฐ จึงตัดสินใจแยกทางกับภรรยา แต่ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมานายประเสริฐพยายามเข้ามาทำร้ายพร้อมข่มขู่ให้ย้ายไปอยู่หมู่บ้านอื่น จึงเกิดความคับแค้นเรื่อยมา จึงเดินทางกลับไปที่บ้านเก่าที่ จ.ราชบุรี เพื่อไปเอาอาวุธปืนมาดักยิงนายประเสริฐ สบโอกาสขณะที่นายประเสริฐกำลังขับรถกระบะมารับคนงานก่อสร้างในหมู่บ้านพอดี เมื่อยิงนายประเสริฐแล้วนำเชือกไนลอนมามัดกับข้อเท้าผูกติดกับกันชนรถกระบะ แล้วขับลากเหยื่อไปรอบหมู่บ้าน พร้อมกับบีบแตรให้ชาวบ้านออกมาดู เพื่อความสะใจ เพราะเสียภรรยาไปก็ไม่เป็นไรแต่อย่ามาข่มเหงรังแกกัน
ชาวบ้านในหมู่บ้านโนนสำราญบอกกับ "คม ชัด ลึก" เป็นเสียงเดียวกันว่า ช่วงเช้ารู้สึกตกใจเมื่อเห็นนายเดช ขับรถกระบะแล้วลากนายประเสริฐไปรอบหมู่บ้านกว่า 3 กิโลเมตร ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านกว่า 100 หลังคาเรือนเห็นเหตุการณ์นี้เกือบหมดช่วยกันโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ตอนเกิดเหตุดูเหมือนนายเดชคลุ้มคลั่ง ทั้งบีบแตรลั่นหมู่บ้านพร้อมตะโกนพูดหลายอย่าง ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นคงไม่พูดถึงเพราะนายเดช และนายประเสริฐ ก็อยู่ในตำบลเดียวกัน
ด้าน นพ.ปราการ คมยางกูร แพทย์กลุ่มงานจิตเวช รพ.ราชวิถี มีความเห็นเบื้องต้นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผู้ถูกกล่าวหาในคดีน่าจะเกิดจากความกดดันที่สะสมมา เมื่อในอดีตยอมมาโดยตลอดแต่หากยังถูกกดดันไม่ว่าในรูปแบบใด เมื่อถึงจุดจุดหนึ่งก็ต้องหาทางออก ส่วนพฤติการณ์การลากเหยื่อเพื่อประจาน ผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาจต้องการแสดงให้คนรอบข้างเห็นว่าเขาไม่ใช่คนอ่อนแอ หรืออาจพยายามสื่อว่าเหยื่อเป็นอย่างไร จึงต้องถูกทำลักษณะนี้



