
แค่(คุณ)คิด(เรา)ก็เจ๊งแล้ว
ธุรกิจรถยนต์มือสองมูลค่านับล้านที่ดูจะสวนกระแสเมื่อรัฐบาลคิดดังว่า จะลดราคาให้แก่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกในราคาต่ำ
ธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วหรือรถยนต์มือสอง หรือยูสด์คาร์ในประเทศไทย ไม่เคยมีใครจัดเก็บฐานข้อมูลเอาไว้ก่อนว่ามีเม็ดเงินหมุนเวียนอยู่เท่าใด ต่างหากคิดถึงการถาโถมเข้ามาในธุรกิจนี้ของบรรดาธนาคารและนักค้าเงินทั้งหลาย น่าจะพอเดาได้ว่าเงินที่หมุนเวียนในธุรกิจนี้แต่ละปีก็น่าจะมีมูลค่ามหาศาลอย่างน้อยนับหลายพันล้านบาท
หากจะถามว่าใช้ตัวเลขจากส่วนไหนมาเป็นฐานการเดาสุ่ม ก็ต้องบอกว่าใช้การเดาจากฐานของจำนวนรถยนต์ ที่จอดรอการขายกันอยู่ตามเต็นท์ที่ประกอบธุรกิจอย่างเปิดเผย ซึ่งหมายความต่อไปได้อีกว่า ยังมีการประกอบธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วแบบแอบหลบซ่อนอยู่อีกมาก ที่ไม่สามารถคาดเดาตัวเลขของวงเงินที่เกี่ยวข้องได้
ประมาณการกันอย่างหยาบๆ เฉพาะรถยนต์ที่จอดรอจำหน่าย บนถนนกาญจนาภิเษกฝั่งธนบุรี, ถนนศรีนครินทร์, ถนนประดิษฐ์มนูธรรม และถนนรัชดาภิเษก เอาจำนวนรถยนต์ที่จอดขายอยู่เพียงแค่บนถนนสี่สายนี้ ก็น่าจะจำนวนใกล้เคียงห้าพันคัน หากประเมินราคารถยนต์เฉลี่ยเพียงแค่คันละ 5 แสนบาท
ก็เท่ากับว่ามีรถยนต์จอดรอขายมูลค่ารวมกันถึงสองพันห้าร้อยล้านบาท (2,500,000,000.00 บาท) เข้าไปแล้ว ทั้งนี้นับเพียงแค่ว่ารถหนึ่งคันเกิดการซื้อขายเพียงแค่รอบเดียว และหากรวมเอาจำนวนรถยนต์ใช้แล้วที่จอดรอจำหน่ายทั่วทั้งกรุงเทพฯ ก็ควรจะมากกว่านี้นับเท่าตัว
ในขณะที่เป็นธุรกิจซึ่งมีเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมหาศาล แต่ผู้ประกอบการธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วกลับไม่เคยมีการรวมตัวกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ เพื่อหาทางแลกเปลี่ยนข้อมูลการทำธุรกิจซึ่งกันและกัน เพื่อเสนอแนะแนวทางและข้อต่อรองต่อภาครัฐและองค์กรหรือธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง ดังเช่นที่ธุรกิจอื่นๆ มีการรวมตัวกระทำการร่วมกันขึ้นมา
ธุรกิจการค้ารถยนต์ใช้แล้วจึงเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการทั้งหลาย ดำเนินบทบาทไปแบบต่างคนต่างอยู่ เมื่อใดที่มีผลกระทบจากภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการรายใดที่มีความแข็งแกร่งกว่าหรือสามารถปรับตัวได้เก่งกว่าก็อยู่รอดได้ ผู้ประกอบการรายใดที่อ่อนแอก็ต้องถอยตัวออกไปจากวงการ และทั้งหมดต่างรอรับผลการกระทำจากปัจจัยภายนอก โดยไม่เคยมีข้อโต้แย้งเพื่อปกป้องหรือป้องกันธุรกิจของพวกตนเอง
ภาครัฐและสังคมโดยรวมเองเมื่อพูดถึงธุรกิจยานยนต์ ต่างก็มองไปที่ธุรกิจการจำหน่ายรถยนต์ใหม่ป้ายแดง หรือหลายครั้งที่มองข้ามไปถึงขั้นอุตสาหกรรมรถยนต์ระดับประเทศกันเลย การออกกฎหมายหรือระเบียบใดๆ มาแม้ว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจการจำหน่ายรถยนต์ใช้แล้ว ก็ไม่เคยมีเสียงต่อต้านหรือมีการแสดงความคิดเห็นสะท้อนไปให้หน่วยงานได้รับรู้แม้แต่ครั้งเดียว
ล่าสุดเพียงแค่รัฐบาลคิดออกมาดังๆ ว่าจะมีมาตรการเพื่อลดราคารถยนต์ให้แก่ผู้ซื้อรถคันแรกลงไม่เกินหนึ่งล้านบาท แม้ว่าจะยังไม่มีใครรู้ว่าวิธีการดำเนินการแท้จริงจะเป็นอย่างไร หรือจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ แต่ความเสียหายก็ได้เกิดขึ้นกับธุรกิจการจำหน่ายรถยนต์ใช้แล้วไปแล้วนับร้อยล้านบาท
เพราะสิ่งที่รัฐบาลคิดออกมาดังๆ ก็คือ จะลดราคาให้แก่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกในราคาต่ำกว่าคันละหนึ่งล้านบาท ซึ่งนั่นเท่ากับว่าเป็นราคาจำหน่ายของรถยนต์ใช้แล้วส่วนใหญ่ของประเทศ ผู้บริโภคที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจจะซื้อรถยนต์ใช้แล้วไปใช้งาน จึงชะลอการตัดสินใจซื้อออกไปทันที ความเสียหายหรือการบาดเจ็บล้มตายของผู้ประกอบการธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ใช้แล้วในครั้งนี้ จึงไม่ต่างไปจากอาการของคนใบ้ที่ใกล้จะจมน้ำตาย เพราะไม่มีหรือไม่สามารถเปล่งเสียงเรียกร้องให้ใครมาช่วยได้แม้แต่สักแอะเดียวครับ



