ข่าว

'เต้น'ยกเสื้อแดงบุกช่อง7เป็นข้อคิด

'เต้น'ยกเสื้อแดงบุกช่อง7เป็นข้อคิด

31 ส.ค. 2554

"ณัฐวุฒิ” ยกเหตุเสื้อแดงบุกช่อง 7 เป็นข้อคิด เตรียมจับมือ “ตู่” จัดรายการเอเชียอัพเดต เชื่อสังคมจะยอมรับเสื้อแดงเป็น ขรก.การเมือง "วิม" เผยประสานอดีตแกนนำแดงหยุดกดดันสื่อ สภาเดือด"พท.-ปชป." ซัดกันนัวกรณี "แดง" ทำร้าย นศ.วางหรีดหน้าสภา

          31ส.ค.54 ที่กระทรวงมหาดไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงถูกมองคุกคามการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ว่า อยากฝากไปถึงกลุ่มคนเสื้อแดงว่าสถานการณ์ที่พรรคการเมืองของประชาชนเข้ามามีอำนาจจากการเลือกตั้ง ต้องระวังการเคลื่อนไหว ขณะเดียวกันก็ต้องทำองค์กรภายในให้เกิดความเข้มแข็ง และมีเอกภาพ รวมทั้งขยายฐานการยอมรับจากประชาชนให้มากขึ้น โดยไม่สร้างความแตกแยก

          ส่วนกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงรวมตัวไปกดดันที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 นั้น ตนเห็นว่า น่าจะเป็นข้อคิดของทุกๆฝ่าย วันนี้สังคมเข้มข้นเรื่องการตรวจสอบ สื่อมวลชนควรพึงระลึกว่า ประชาชนคอยตรวจสอบอยู่ รวมถึงคนเสื้อแดงที่ถูกตรวจสอบจากสังคมไทยเช่นเดียวกัน

          นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ในต้นเดือน ก.ย. ตนและนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จะจัดรายการที่สถานี เอเชีย อัพเดท เนื่องด้วยสถานการณ์อย่างนี้จะพยายามสื่อสารกับพี่น้องให้มากขึ้น โดยจะจัดรายการฝ่าวงล้อม ส่วนนายจตุพรจะจัดรายการ “ลมหายใจที่ไม่แพ้” สำหรับเนื้อหาของรายการสามารถตรวจสอบได้ จะทำให้รัดกุม ส่วนสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยหรือเอ็นบีที รอรัฐมนตรีที่รับผิดชอบจะมีนโยบายอย่างไร แต่เราไม่มีความคิดหรือเสนอตัวเข้าไปทำตรงนั้น

          นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงแนวทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ว่า จากนี้ไปกลุ่มคนเสื้อแดงจะมีการสัมมนาแกนนำ นปช. ในส่วนกลางที่ต่างจังหวัด เป็นการจัดทัพปรับขบวนนำให้มีความเป็นเอกภาพทางความคิดและการเคลื่อนไหว เพื่อให้ขบวนการประชาชนเข้มแข็ง หลังจากนี้จะมีกิจกรรมต่างๆของแดงทั้งแผ่นดิน ซึ่งรูปแบบจะไม่ใช่การชุมนุมใหญ่หรือเดินขบวนเรียกร้องใดๆ ขอให้สบายใจว่า จะไม่มีการสร้างแรงกดดันให้กับรัฐบาลหรือความขัดแย้งกับกลุ่มใดๆ อย่างไรก็ตามยืนยันว่า การเคลื่อนไหวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำงานของรัฐบาล ไม่ได้มีลักษณะขึ้นตรงต่อกัน คนเสื้อแดงมีการเคลื่อนไหวของตัวเอง อาจมีคู่ขนานบ้าง แต่จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์

          เมื่อถามว่า การเร่งรัดในการเยียวยาผู้เสียชีวิตผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ชุมนุมช่วงเดือน เม.ย. - พ.ค.53 นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลประกาศจะเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์การชุมนุม เชื่อว่า ประชาชนจะรอได้การแก้ไขปัญหาปากท้อง โดยเฉพาะการปรับลดราคาน้ำมัน ก็ได้รับการยอมรับจากประชาชน

          “ผมเชื่อว่า ประชาชนจะมีกำลังใจและรอได้ แต่อะไรที่สามารถดำเนินการควบคู่กันไปได้ก็ต้องดำเนินการไป ส่วนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ แม้จะไม่ทำทันที แต่ว่ารัฐบาลมีท่าทีชัดเจน ทราบว่า จะแก้ไขในมาตรา 291 ให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ดังนั้นเราสามารถมีส่วนร่วมได้ แต่ไม่ได้หมายความคนเสื้อแดงจะขับเคลื่อนกดดันให้ได้รัฐธรรมนูญเป็นไปตามที่ต้องการ แต่เมื่อปรับแก้ต้องเป็นตามกระบวนการที่ทุกฝ่ายยอมรับ” นายณัฐวุฒิ กล่าว

 

เชื่อสังคมจะยอมรับเสื้อแดงเป็น ขรก.การเมือง

 

          นายณัฐวุฒิ ได้เดินทางไปแสดงความยินดีกับนาย อารี ไกรนรา เลขานุการ รมว.มหาดไทย และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.มหาดไทย โดยนายณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการมองว่า การมอบตำแหน่งทางการเมืองให้คนเสื้อแดงเป็นการต่างตอบแทน ว่า หากจะมองเป็นเรื่องของการตอบแทน ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกตำแหน่งของพรรคการเมืองที่มีการขับเคลื่อนส่วนต่างๆ การเลือกบุคคลเหล่านี้เข้ามาทำงาน ถือว่ามีความเหมาะสมเพราะคนเสื้อแดงเป็นคนที่มีหัวจิตหัวใจยืนหยัดต่อสู้กับพรรคทั้งในช่วงที่มีอำนาจสูงสุดไปจนถึงช่วงที่ตกต่ำที่สุด

          “หลายฝ่ายวิจารณ์ผู้ที่ได้รับตำแหน่งต้องรับฟัง การปฏิบัติหน้าที่ก็จะอยู่ในสายตาของสังคม ดังนั้นจะต้องใช้ความรู้พิสูจน์ให้สังคมเห็น และยอมรับให้ได้ ปัญหาและอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นตามมาเป็นเรื่องปกติ ผู้ที่มีตำแหน่งต้องใช้ศิลปะในการทำหน้าที่และรับผิดชอบ ผมเชื่อว่า กลุ่มคนเสื้อแดงมีจิตวิญญาณรับใช้ประชาชนรวมทั้งปกป้องระบอบประชาธิปไตย เชื่อว่า สังคมจะให้การยอมรับ” นายณัฐวุฒิ กล่าว

 

“วิม”พร้อมหนุนสื่อให้ทำงานอิสระ

 

          นายวิม วัฒนจินดา เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบ น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า วันนี้ตนมาพูดคุยกับนส.กฤษณาถึงเรื่องนโยบายของพรรค ที่ให้มีการกำหนดกรอบเพื่อส่งเสริมและสนับสนุน การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนว่า  จะดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งก็ต้องมีการหารือกันอีกครั้ง แต่วันนี้นส.กฤษณายังไม่ได้มอบหมายอะไรให้ตนเป็นพิเศษ แค่บอกว่าให้ช่วยกันทำหน้าดูแลสื่อให้เป็นไปอย่างอิสระเท่านั้น

          เมื่อถามว่า ข้อกล่าวหาที่ระบุว่าแทรกแซงการทำงานสื่อในกรณีอีเมล์ จะมีผลกระทบกับการทำงานหรือไม่นายวิม กล่าวว่า คงไม่มีผลกระทบอะไร ตนขอยืนยันความบริสุทธิ์ ซึ่งคดีดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวน เมื่อถาม พรรคประชาธิปัตย์ออกมาโจมตีไม่เห็นด้วย ในการเข้ามาดำรงตำแหน่งครั้งนี้   นายวิม กล่าวว่า ผู้ใหญ่เชื่อว่าตนไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหาดังกล่าว ซึ่งในเมื่อตนไม่ได้กระทำผิดก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกลัว อีกทั้งผู้ใหญ่หลายคนให้ความเห็นว่า ในการเลือกตนเข้ามาทำงานในส่วนนี้ เพราะเห็นว่าตนเคยทำหน้าที่ในแวดวงสื่อมวลชนมาก่อน โดยทำให้เข้าใจว่าสื่อต้องการอะไร

           “ผมเคยเป็นสื่อมาก่อน ทำให้รู้ว่าการแทรกแซงสื่อนั้น จะทำให้เกิดความไม่พอใจ ยืนยันว่าตำแหน่งหน้าที่ของผม ไม่มีอำนาจที่จะแทรกแซงการทำงานของสื่อได้ อีกทั้งทางรมต.ประจำสำนักนายกฯเองก็ได้ยืนยันแล้วว่า จะส่งเสริมและให้การสนับสนุน เพื่อให้สื่อทำงานได้อย่างมีอิสระ”นายวิม กล่าว

 

เผยประสานอดีตแกนนำแดงหยุดกดดันสื่อ 

 

          นายวิม กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดง ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อกดดันให้สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ปลดผู้สื่อข่าวหญิออกจากการทำหน้าที่ ว่า เรื่องนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญมาก ซึ่งได้มีการสั่งการ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับสื่อและให้สื่อสามารถได้ทำงานได้ตามสิทธิและเสรีภาพ

          เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้มีการประสานงานเพื่อทำความเข้าใจกับกลุ่มคนเสื้อแดง ถึงการไม่ให้เข้ามาคุกคามสื่อแล้วหรือยัง นายวิม กล่าวว่า คนเสื้อแดงก็มีสิทธิที่จะแสดงออก แต่ทั้งนี้ต้องมีวิจารณญาณว่าจะมีขอบเขตอย่างไร ตอนนี้ตนก็กำลังดำเนินการประสานไปยังแกนนำนปช. ที่เป็นส.ส. อาทิเช่น นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ  และนายจตุพร พรหมพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เพื่อเข้าเจรจากับคนเสื้อแดงกลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหว เพื่อหาข้อยุติในเรื่องนี้ต่อไป

 

สภาเดือด"พท.-ปชป." ซัดกันนัวกรณี"แดง"ทำร้ายนศ.วางหรีดหน้าสภา

 

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฏร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมประธานได้เปิดโอกาสให้สมาชิกหารือถึงความเดือดร้อนของประชาชน ช่วงเปิดโอกาสให้สมาชิกหารือ นายธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส.จันทรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นกล่าวแสดงความยินดีกับพรรคเพื่อไทยที่ชนะจนได้เป็นรัฐบาล แต่มีความเป็นห่วงและขอร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ดำเนินการใน 3 ข้อ ได้แก่ 1.อย่าปล่อยให้ใครมารังแกพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ 2.อย่านิรโทษกรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และ 3.เห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์พูดในเรื่องปรองดอง ตนดีใจมาก โดยเฉพาะที่บอกว่า แก้ไข ไม่แก้แค้น แต่คนเสื้อแดงที่แล้วมาใช้ความรุนแรงมากจนคนกลัวไปหมด ตอนนี้ก็มีแกนนำนปช.เข้าสภามาเต็มไปหมด ดังนั้นถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไปพูดกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรมพันธุ์ น.พ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย บ้านเมืองคงไปรอด

          ทำให้นายจตุพร ใช้สิทธิ์พาดพิงในทันที ว่า เป็นความห่วงใยบนสมมุติฐานความเท็จและอคติ ที่ขอให้นายกฯเตือนพวกตนว่าอย่าสร้างความรุนแรง ถามว่าพวกตนไปทำรุนแรงอะไรในสภา บรรยากาศวันแถลงนโยบายเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนบอกว่า ใครพา 2 นักศึกษามา พรรคปชป.เป็นคนพามาแล้วมาปั่น ดังนั้น การสร้างความเท็จและใช้วิธีสกปรกนั้นไม่ใช่พวกผม ไปดูพวกท่านสิ ที่มายิงกบาลพวกผม อย่างนี้ไปใส่ผ้าถุงดีกว่า

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตรงนี้ทำให้นายธวัชชัยและส.ส.ปชป.หลายคนประท้วงวุ่น โดยน.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคปชป. กล่าวว่า ยืนยันว่าปชป.ไม่รู้เรื่องว่า 2 นักศึกษาเป็นคนของปชป.หรือไม่ แต่ปัญหาอยู่ที่คนเสื้อแดงเอาสิทธิ์อะไรมาทำร้ายคนหลักอยู่ตรงนี้ นายจตุพรหาว่าพรรคปชป.สร้างสถานการณ์ แต่ประเด็นอยู่ที่ถ้าเราเอามาจริง เขาเอาสิทธิ์อะไรมาทำร้ายคน

          นายจตุพรตอบโต้อีกว่า ระหว่าง 2 นักศึกษาที่เอาพวงหรีดลงมาจากรถนักการเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่บริเวณดังกล่าวรวบรวมหลักฐานไว้ครบ เพื่อความกระจ่าง เสนอให้ประธานสภาฯตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้ ส่วนกรณีถ้ามีการทำร้ายกันจริง มีประมวลกฎหมายอาญาอยู่แล้ว สภาฯต้องทำให้กระจ่าง จะได้รู้ว่าใครคนผิด ใครจัดฉาก และใครเป็นคนชั่ว

          ทั้งนี้ นายสมศักด์ ชี้แจงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯได้มอบให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯดำเนินการแล้ว อย่างไรก็ตาม นางผุสดี ตามไท ส.ส.กทม.พรรคปชป.ขอให้นายจตุพรถอนคำพูดที่ให้ไปนุ่งผ้าถึง เพราะเป็นการดูถูกเหยียดหยาม แต่นายสมศักดิ์วินิจฉัยว่า ได้ปิดไมค์ในช่วงที่นายจตุพรพูดและไม่เป็นการเหยียดหยามอะไร แล้วให้ร.ต.อ.เฉลิมชี้แจง

          ร.ต.อ.เฉลิม ชี้แจงว่า ตอนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ในเวลา 12.15 น. มีชาย 2 คนเดินออกจากาสวนสัตว์ดุสิต ข้ามฝั่งมาเจอชายอีก 2 คน หนึ่งในจำนวนนั้นถือพวงหรีดประท้วงประธานสภาฯมาด้วย ในระบอบประชาธิปไตยเห็นต่างได้ ดังนั้นเมื่ออีกฝ่ายเห็นหรีดก็บอกว่าประธานสภาฯไม่เป็นอย่างนั้น เลยมีความขัดแย่งกันสองฝ่าย ยังไม่ได้มีการทบกระทั่งตีอะไรกันมากมาย เป็นการข่มขู่กันทางกายภาพ แล้วเกิดชุลมุน มีการถีบถองกัน ตำรวจรายงานเหตุว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายไปแจ้งความ ดังนั้น ตนฝากไปยังผู้เกี่ยวข้องว่า ถ้าใครได้รับเสียหาย นายกฯกำชับตนเป็นพิเศษให้ไปรายงานร้องทุกข์กล่าวโทษฐานทำร้ายร่างกาย ตำรวจจะได้ส่งผู้บาดเจ็บไปตรวจพิสูจน์โรงพยาบาล ถ้าเป็นลหุโทษตำรวจก็เปรียบเทียบปรับ

          ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนได้หารือกับร.ต.อ.เฉลิมแล้วโดยการหารือร.ต.อ.เฉลิม ยอมรับว่ามีการคุกคามกันทางกายภาพ ตนถือว่าเป็นการกระทำความผิดซึ่งหน้าเกิดขึ้น โดยเหตุการณ์อยู่ในความรับผิดชอบของสน.ดุสิต การที่รองนายกรัฐมนตรีขอให้มีผู้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษตนเห็นว่า เมื่อตำรวจมีข้อมูลอยู่แล้วควรให้ดำเนินการไปได้ทันที ในวันเกิดเหตุยังมีสมาชิกได้รับความเดือดร้อนโดยมีการคุกคามส.ส.ฝ่ายค้านหลังการประชุมสภาเสร็จแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นการคุกคามสมาชิก จึงควรมีการวางมาตรการดูแลเพื่อไม่เกิดความคลางแคลงใจ ส่วนประเด็นที่มาของนักศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบ โดยตนไม่อยากให้ใครเอาประเด็นนี้มากลบประเด็นเรื่องการทำร้ายร่างกายเพราะเป็นคนละกรณีกัน

          ขณะที่ร.ต.อ.เฉลิม ตอบโต้ว่า ตำรวจได้รายงานตนด้วยวาจาว่าขณะเกิดเหตุตำรวจไมได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ต่อมาเมื่อมีเหตุแล้วจึงมาที่เกิดเหตุโดยผู้ที่ก่อเหตุได้แยกย้ายกัน ตนเห็นว่าถ้าใครได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขอให้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษที่สน.ดุสิต

          จากนั้นนายจตุพร ขอใช้สิทธิพาดพิง โดยกล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ของส.ส.ฝ่ายค้าน ตนอยากถามว่าพรรคพวกตนไปคุกคามอย่างไร เรื่องนี้ใครเสียหายขอให้ไปแจ้งความอย่ามาใช้วิธีใส่ร้ายกัน พร้อมทั้งเสนอให้ประธานตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้

          ด้านนายวิทยา แก้วภารดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า การทำหน้าที่ในสภาของสมาชิกจะมีอิสระ จะต้องไม่มีอะไรมากดดัน หรือคุกคาม ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสภาเป็นความรับผิดชอบของสภาโดยตรง ไม่ใช่โยนให้ ร.ต.อ.เฉลิมรับผิดชอบเพียงคนเดียว ดังนั้นจึงต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเพื่อให้เกิดความกระจ่าง อย่าปล่อยให้ประชาชนสับสน ไม่ใช่เช่นนั้นประชาชนก็จะคิดไปเลยเถิด

          ในที่สุดนายสมศักดิ์ ได้ตัดบทว่าตกลงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อให้เกิดความกระจ่าง และความสบายใจของทุกฝ่าย ซึ่งจะได้มีการหารือวิปทั้งสองฝ่ายว่าจะตั้งในรูปแบบใดต่อไป

 

ผบก.น.1เผยผลสอบไม่ใช่นักศึกษา

 

          ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต. วิชัย สังข์ประไพ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีนักศึกษาชาย 2 คน ได้นำพวงหรีดไปวางบริเวณหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า จากการตรวจสอบจากทางกล้องวงจรปิด ทราบสถานะของชายทั้ง 2 คน ไม่ใช่นักศึกษา ทราบภายหลัง คือ นายยุทธภูมิ ตันเร่ง และ นายอาทิตย์ พูลศิริ โดยบุคคลทั้ง 2 ได้นำพวงหรีดออกมาจากสวนสัตว์ดุสิต ซึ่งมาสมทบกับชายอีก 2 คน เพื่อนำมาวางที่รัฐสภา หลังจากเกิดเหตุแล้ว จากการสอบสวนได้ออกหมายเรียกไปยังชายทั้ง 2 คน โดยตรวจสอบไปที่ทะเบียนราษฎร์ ซึ่งพบว่านายยุทธภูมิ ไม่มีประวัติในทะเบียนราษฎร์ นอกจากนี้จะทำการสอบสวนว่ามีการถูกทำร้ายอย่างไร

          พล.ต.ต.วิชัย กล่าวต่อว่า ตำรวจมีมาตรการดูแลผู้ชุมนุม ผู้ให้การสนับสนุนอยู่แล้ว ซึ่งชายทั้ง 2 คน ได้เข้ามายังพื้นที่ชุมนุมโดยไม่มีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบแต่อย่างใด โดยชายทั้ง 2 คน เข้ามายังพื้นที่ทำให้มีเหตุและก็ออกจากบริเวณนั้น ซึ่งบุคคลทั้ง 2 ได้หลบหนีไปและไม่มีการมาแจ้งความใดๆกับตำรวจเลย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปว่าเป็นการจ้างวานหรือมีส่วนที่เกี่ยวกับด้านการเมืองหรือไม่อย่างไร เบื้องต้น มีหลักฐานในกล้องวงจรปิดที่แสดงว่ามีชายอีก 2 คน ออกมาจากรถของนักการเมืองคนหนึ่ง