
รักหวานแหววเจ้านายอังกฤษ-เลขาฯไทย
'รักหวานแหวว' เจ้านายชาวอังกฤษ-เลขาฯ ชาวไทย : เขยฝรั่งสะใภ้อินเตอร์ โดย... "เสาวลักษ์ คงภัคพูน / กวินทรา ใจซื่อ"
ทันทีที่หนุ่มตัวกลม ผมยาวมาดเซอร์ เหมือนนักร้องเพลงร็อกมาดเท่ เดินเข้ามาในห้องเพื่อสอบสัมภาษณ์ผู้สมัครงานในตำแหน่งเลขานุการของบริษัท EC HARRIS เป็นบริษัทรับปรึกษาด้านการก่อสร้าง สำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศอังกฤษ แต่คราวนี้มาเปิดสำนักงานสาขาที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย ทำให้หญิงสาวผิวสีน้ำผึ้งชาวกรุง อย่าง กัญญา จันทร์เขียว หรือ "แอปเปิ้ล" บัณฑิตคณะบริหารการเงิน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่มาสมัครงาน ถึงกับชะงักงันด้วยเพราะกามเทพแผลงศรทันทีที่เห็น
"ชอบคนลักษณะนี้ ดูเท่มาก ตอนนั้นสอบสัมภาษณ์ตอบคำถามเขาไม่รู้เรื่องเลย มัวแต่มอง ถามอะไรมาก็ตอบ เยสๆ สัมภาษณ์กันนาน เลยนั่งมองหน้านึกชมในใจว่าจมูกและตาสวย ตัวกลมๆ ไว้ผมยาวเหมือนนักร้องเพลงร็อกแต่ใส่เสื้อสูท ผูกไทไม่ค่อยเข้ากัน อยู่ๆ เขาหยุดพูดทำท่าเหมือนรอคำตอบ เราเริ่มงงเขาถามอะไรไม่ทันฟัง แต่จะถามกลับไปก็เหมือนไม่ใส่ใจฟัง เลยตอบมั่วว่า เยส เขาก็มองหน้าเรา ทำท่าขำขำ แล้วก็จบการสัมภาษณ์ เพิ่งมาเฉลยตอนที่เป็นแฟนว่า คำถามวันนั้นคือ what is your name again? กลายเป็นเรื่องที่ทำให้เขาจำเราได้ จากนั้นก็ได้ทำงานในตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวของเขา"
เมื่อปี 2535 "ปีเตอร์ เทรเนอร์" หนุ่มจากเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เพื่อมาทำงานที่ประเทศไทยในตำแหน่งผู้จัดการโครงการของบริษัท EC HARRIS ไม่นึกไม่ฝันว่าที่นี่จะทำให้เขาได้เจอกับคู่ชีวิตหญิงไทยที่ครองรักกันมานานถึง 19 ปีแล้ว
ในการทำงานของเจ้านาย-เลขาฯ คู่นี้ ต้องออกภาคสนามด้วยกันบ่อยๆ ทำให้เรียนรู้นิสัยใจคอกันและกันลึกซึ้งกว่าความเป็นเพื่อนร่วมงาน ปีเตอร์เป็นเจ้านายใจดีคอยดูแลให้คำแนะนำการทำงาน จึงทำให้แอปเปิ้ลประทับใจเจ้านายยิ่งขึ้น
“ความรู้สึกแปลกๆ เกิดขึ้นวันที่ปีเตอร์บินกลับบ้านที่อังกฤษ ได้ไปส่งที่สนามบิน เห็นส่งสายตาให้แต่ก็ยังไม่คิดอะไร พอเขาบินกลับมาทำงานที่เมืองไทยได้สักพัก บริษัทเริ่มมีปัญหาต้องเลิกจ้างพนักงาน ก็ช่วยเขาย้ายที่ทำงานใหม่ วันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เจอกัน เขาก็รีบเดินมาส่งที่ลิฟต์แล้วยื่นสร้อยคอทองคำให้หนึ่งเส้นบอกว่า ให้เก็บไว้เป็นที่ระลึก แล้วก็เอ่ยปากขอออกเดทด้วย รีบตกลงรับนัดทันที วันรุ่งขึ้นเราสองคนนั่งคุยเรื่อยเปื่อยรอเวลานัด คุยไปคุยมานึกสนุกเลยเอาไปนิ้วจิ้มเอว เขาเอามือกั้นมือชนกันกลางอากาศเหมือนไฟช็อตแปลบในหัวใจ เขาก็เป็นเหมือนกัน สงสัยโดนแผลงศรรัก เขาก็เลยขอเป็นเพื่อน แต่บอกไปว่าเพื่อนมีเยอะแล้วเป็นแฟนแทนได้มั้ย ก็เลยลงเอยกัน”
เมื่อตกลงปลงใจคบหาดูใจกันนาน 6 ปี จึงตัดสินใจแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกัน แอปเปิ้ลต้องอยู่ที่กรุงเทพฯ ลำพังก่อนที่จะย้ายตามสามีไปใช้ชีวิตยังต่างแดน
ช่วงปีสองปีแรกทำหน้าที่แม่บ้านดูแลความเรียบร้อยของครอบครัว ใช้การตีเทนนิสและออกกำลังกายอย่างหนักช่วยคลายเหงา บางครั้งสามีเดินทางไปทำงานไกลจากบ้าน บางครั้งก็ต้องไปเริ่มงานที่ประเทศอื่น ทำให้แทบไม่มีเวลา เพราะเป็นคนอารมณ์ดี ตลก เอาใจใส่ดูแลคนอื่นรอบข้าง ทำให้แอปเปิ้ลเป็นคนมีเพื่อนเยอะมาก
ส่วน "ปีเตอร์" เองก็ชอบที่ภรรยาช่างพูดช่างคุย ทุกครั้งที่กลับจากทำงานเหนื่อยๆ ก็มีภรรยาเล่าสนุกๆ ให้ฟังพอให้ได้หายเครียดจากเรื่องงานได้บ้าง
“ดีที่สามีไม่ใช่คนจุกจิกเขาอยู่ง่ายกินง่ายอาจเป็นเพราะต้องเดินทางไปทำงานในหลายประเทศด้วย ส่วนงานบ้านหลายอย่างสามีก็ไม่เกี่ยงถ้ากลับจากทำงานแล้วไม่เหนื่อยมาก หรือวันหยุดครอบครัวเขาก็เหมาทำงานบ้านเอง ช่วยแบ่งเบาภาระเรื่องงานบ้านไปได้เยอะ”
ที่สำคัญนอกจากความรักแล้ว ทั้งคู่มีโซ่ทองคล้องใจเป็น ด.ญ.เอมี่ ภัณฑิรา เทรเนอร์ ปัจจุบันอายุ 7 ขวบ แก้วตาดวงใจของครอบครัว นอกจากจะถอดแบบตา คิ้ว จมูกและปากมาจากแม่แล้ว ลูกสาวคนนี้ยังเกิดวันเดียวกับแม่ วันนั้นจึงเป็นวันที่ทำให้ครอบครัวได้ฉลองวันเกิดพร้อมกันทีเดียว 2 คนแม่ลูก
ชีวิตครอบครัวที่ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเลี้ยงลูกเพียงอย่างเดียว ยังคงย้ายตามสามีไปอยู่ในหลายประเทศทำให้มีประสบการณ์ต่างแดนนิสัยใจคอของผู้คนแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน แต่ก็ไม่มีปัญหาด้านการปรับตัวเพราะครอบครัวเทรเนอร์มีมนุษยสัมพันธ์ดี ปรับตัวเก่ง พูดเก่ง กล้าพูด กล้าแสดงออก ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาหากต้องย้ายไปอยู่ประเทศอื่นๆ
“ตั้งแต่คลอดลูกได้เดินทางติดตามสามีโยกย้ายไปทำงานต่างประเทศทั้ง เติร์ก แอนด์ เคคอส อียิปต์และอังกฤษ แต่ละประเทศก็มีปัญหาต้องปรับตัวต่างกันไป ตอนอยู่เกาะโพรวิเดนซิเอลิส ประเทศเติร์ก แอนด์ เคคอส เกาะเล็กๆ แทบไม่มีเวลาส่วนตัว เพราะปาร์ตี้บ่อยเบื่อจะแย่ หาข้อแก้ตัวหนีก็ไม่ได้ไม่รู้จะบอกว่าไปไหนดี พอย้ายไปอียิปต์มีปัญหาเรื่องการกิน ทำอาหารไทยลำบาก ลูกอยู่ไม่ได้ ต้องพากลับมาอยู่เมืองไทยพักหนึ่ง ส่วนการใช้ชีวิตที่อังกฤษก็มีปัญหาเรื่องภาษา เพราะต้องพูดสำเนียงถูกต้อง ไม่งั้นเขาฟังไม่รู้เรื่อง ไม่เหมือนที่ลอนดอน การใช้ชีวิตภาษาง่ายกว่า แต่ก็สนุกไปอีกแบบ ชีวิตนี้ตั้งแต่สาวจนมีลูกก็ได้เที่ยวได้เดินทางตลอด”
การเลี้ยงดูลูก พ่อจะเป็นเหมือนเพื่อน และโชคดีที่เอมี่เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย แม่ได้สอดแทรกการสอนให้รู้จักบาปบุญคุณโทษผ่านทางนิทานแบบไทยๆ ทำให้น้องเอมี่รู้จักบ้านเกิดของแม่มากขึ้นด้วย ใช้นิทานพุทธชาดก นิทานจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องเล่าตอนเด็กๆ เรื่องกฎแห่งกรรม นิทานไทยสอนเรื่องบาป บุญ คุณ โทษ เอาใจเขามาใส่ใจเรา แล้วก็สอนว่าเขาเป็นคนพุทธต้องทำตัวอย่างไรบ้าง ส่วนพ่อจะเน้นสอนเรื่องเคารพผู้ใหญ่ ไม่รังแกคนอื่น มีเมตตาและแบ่งปัน
ปัจจุบันทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อมีเวลาก็กลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย พาลูกมาพบญาติพี่น้องที่ไทย และด้วยครอบครัวนี้เป็นคนอารมณ์ดีมีแต่เสียงหัวเราะ ทำให้น้องเอมี่เป็นเด็กร่าเริงสนุกสนาน ยิ้มง่ายและเป็นที่รักของทุกคน เฉกเช่นเดียวกับพ่อและแม่ของเธอ



