
'นายกฯ'ปัดบีบ'วิเชียร'พ้นผบ.ตร.
'ยิ่งลักษณ์' ปัดบีบ 'วิเชียร' พ้นเก้าอี้ ย้ำ 'เฉลิม' รับผิดชอบสตช. เผย 2ทางเลือก 'วิเชียร'โดนเด้งหรือยอมลุกจากตำแหน่งเอง 'อภิสิทธิ์' หนุน 'วิเชียร' สู้
31ส.ค.54 เวลา 14.30 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงรัฐสภาและให้สัมภาษณ์ถึงการโยกย้ายข้าราชการตำรวจว่า แล้วแต่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ส่วนกรณี พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาระบุว่า ถูกบีบให้พ้นจากตำแหน่ง ผบ.ตร.นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวปฏิเสธว่า "ไม่มีหรอกคะ ไม่ได้บีบหรอกคะ ท่านก็ทำงานในส่วนของท่าน เมื่อวานเราก็คุยในเรื่องของนโยบายมากกว่าไม่ได้คุยเรื่องตัวบุคคลเลย"
ด้านเสียงวิจารณ์การตั้งแกนนำคนเสื้อแดงเข้ามาดำรงตำแหน่งในรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า รองโฆษกก็ได้แถลงแล้วว่าบางท่านก็มีคุณสมบัติที่มีประสบการณ์ ก็ขอให้มองในส่วนของภาพรวมไม่ได้มีการแบ่งแยก อยากให้โอกาสทุกคน
เมื่อถามว่าเป็นการต่างตอบแทนหรือไม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "ไม่หรอกค่ะ" เมื่อถามว่ามีแรงกระเพื่อมในพรรคแรงหรือไม่ นายกฯ ไม่ตอบคำถามและเดินเข้าห้องอาคารรัฐสภาทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการให้สัมภาษณ์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ในวันนี้นั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินไปข้างหน้าและตอบคำถามสั้นๆไม่ยอมหยุดนิ่ง จึงทำให้ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งตะโกนบอกนายกฯขอให้หยุดนิ่งเพื่อให้สัมภาษณ์
“เฉลิม”โต้ไม่บ้าอำนาจบีบวิเชียรหลุดเก้าอี้
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการปรับเปลี่ยนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า ขอย้ำว่าจะพูดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ตนจะมอบหมายภารกิจให้ตรงความสามารถของตำรวจแต่ละคน ตนให้ความมั่นใจต่อสังคมไทยว่า เมื่อรัฐบาลนี้มาทำหน้าที่ ตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีหน่วยงานพิเศษ ไม่มีหน่วยเฉพาะกิจ เฉพาะเก็บ มีแต่เอาข้าราชการประจำมาใช้งานให้ถูกกับคน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำแหน่งผบ.ตร.ลงตัวแล้วหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่บอกว่าลงตัว แต่ตนจะพยายามปรับเปลี่ยนให้ทุกอย่างดีขึ้นและทุกคนสบายใจ อธิบายต่อสังคมได้
ส่วนที่มีกระแสข่าวรัฐบาลจะขอให้พล.ต.อ.วิเชียร มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตรงนั้นไม่ใช่หน้าที่ของตน เป็นหน้าที่ของน.ส.ยิ่งลักษณ์รัฐบาลชุดนี้จะบริหารจัดการบุคลากรให้ดีที่สุด จะไม่เพ้อเจ้อใช้อำนาจเลอะเทอะไม่บ้าอำนาจ อย่างที่นักการเมืองทำ
เมื่อถามว่าหากมีโยกย้ายผบ.ตร.แล้วคนที่จะมารับตำแหน่งจะเป็นผบ.ตร.หรือรักษาการผบ.ตร. ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่พูดว่าโยกย้าย แต่จะปรับคนให้เหมาะสมกับงาน ทุกอย่างเป็นตามกระบวนการ ส่วนหากผบ.ตร.ไม่ยินยอมให้โยกย้ายคนที่จะมาเป็นแทนต้องรักษาการผบ.ตร.ใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อย่าไปพูดถึงเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ตนบริหารจัดการได้ ทุกอย่างเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่ระบุว่าจะให้คนให้ถูกกับงาน แสดงว่าพล.ต.อ.วิเชียร เหมาะสมกับตำแหน่งปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนยังไม่ไปถึงขนาดนั้น เพราะไม่ใช่หน้าที่ตน ส่วนมีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าพล.ต.อ.วิเชียรจะขอออกเองนั้น ก็ขอไม่แสดงความเห็น เพราะไม่ใช่เรื่องที่ตนสามารถพูดได้
เมื่อถามว่าพล.ต.อเพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร.จะขึ้นเป็นผบ.ตร.เลยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ทราบ อาจเป็นพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ ซึ่งตนไม่รู้ใจนายกฯหลายคนเข้าใจผิดในเรื่อง คณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ(ก.ตช.) กฎหมายเขียนว่านายกฯเป็นประธานโดยตำแหน่ง ห้ามมอบหมายบุคคลอื่นทำหน้าที่แทน แต่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) นายกฯมอบหมายได้ให้รองนายกฯคนหนึ่งคนใดแต่ต้องมีหนังสือเฉพาะราย และการย้ายผบ.ตร.โดยไม่ยินยอมสามารถย้ายมาช่วยราชการได้ โดยแต่งตั้งคนรักษาการ หากย้ายโดยยินยอมก็แต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ ซึ่งต้องเข้า ก.ตช.โดยนายกฯเป็นประธาน รองนายกฯไม่เกี่ยว
เมื่อถามว่าพล.ต.อ.วิเชียร ระบุว่ามีการบีบให้ออกจากตำแหน่ง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า" ท่านเมื่อยเมื่อไหร่ ถึงมีคนบีบ ไม่มีหรอก คนจะบีบ ท่านต้องเป็นขี้เมื่อย" เมื่อถามย้ำว่าตกลงมีการบีบจริงหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “อ๋อ! ผมไม่ใช่หมอนวด”
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะจัดสตช.ให้คนกับงานเหมาะสมกันทำให้ตำรวจกลับมารับใช้ประชาชนเหมือนเดิม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "แน่นอน จริงจัง วันศุกร์นี้ตนจะไปตรวจเยี่ยมกองบัญชาตำรวจตระเวนชายแดน จะไปเอากำลังตำรวจตระเวนชายแดนที่มีจำนวนมากเพื่อเอามาเสริมตำรวจภูธร เรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด มาเสริมนครบาลในเรื่องป้องกันปราบปรามปัญหายาเสพติด จากนั้นวันจันทร์หน้า ตนจะเชิญนายตำรวจระดับผู้บังคับการขึ้นไปมารับฟังนโยบายและรับฟังความคิดเห็น และวันศุกร์หน้าเชิญผู้กำกับ 1459 สถานี มาร่วมประชุมปรึกษาหารือว่าจะทำอย่างไรให้บริการประชาชนดีขึ้น และจากนั้นจะเชิญนายตำรวจจากสตช.ที่ได้ทุนจากสตช.ไปศึกษาปริญญาเอก มานั่งคุยกันว่าทำไมที่ผ่านมาตำรวจถึงแก้ปัญหาประชาชนไม่ได้ และทำไมตำรวจถูกด่าตลอด หลังจากนั้นคิกออฟเคมเปญเรื่องยาเสพติด และจะไปเวิร์คช็อปที่จ.เชียงราย"
เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่ามีบ่อนที่ร.ต.อ.เฉลิมไม่ได้เปิดเผยอยู่ที่ถนนพระราม 3 ชื่อย่อ พ.ต. ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนได้อ่านแล้ว สิ่งที่ตนเปิดเผยนั้นคือมีการเล่นมาเป็นสิบปี ใครๆ ก็รู้ พวกบ่อนใหม่ตนรู้ไม่หมด ดังนั้นมอบให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บ่อนที่ถนนพระราม 3 ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาระบุ ตำรวจกรุณาไปจับให้ด้วยเดี๋ยวนี้
"ส่วนที่บอกว่าเจ้าของบ่อนเคยมาเดินตามตนด้วยนั้น ตนรู้จักคนเป็นจำนวนมาก แต่ใครก็ตามไม่มีเอกสิทธิ์หรืออภิสิทธิ์ใดๆ ที่ตนไม่เอ่ยถึงเพราะบ่อนเปิดใหม่ในระยะปีครึ่งปีนั้นตนไม่ทราบ"รองนายกฯระบุ
เมื่อถามว่าบ่อนที่มีการเปิดมานานมีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "พวกเก็บตังค์"
เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ออกมาเตือนว่ารองนายกฯอย่าเมามันในอำนาจ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "ใครเมามันตนนะหรือเมามันในอำนาจ ตนมีอำนาจมาตั้งแต่เด็ก ปี 2519 ตนเป็นอธิบดีตำรวจคนที่ 3 อออกหมายค้นหมายจับได้ทั่วราชอาณาจักรไทย แล้วไม่มีอำนาจเหรอ"
“วันนี้เหรอเมามัน ทำอะไรไม่ดี สภาตรวจสอบ สื่อด่า ชาวบ้านระอา และที่ฝ่ายค้านเตรียมตั้งกระทู้นั้นก็ตั้งมาแล้วตอบไปแล้วจะบอกว่า เธอจะรู้สึก” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
เผย2ทางเลือก“วิเชียร”โดนเด้งหรือยอมลุกจากตำแหน่งเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่พล.ต.อ.วิเชียรออกมาให้สัมภาษณ์เปิดใจยอมรับว่าถูกกดดันให้ลุกจากตำแหน่งผบ.ตร.อย่างหนัก และพร้อมที่จะไปหากผู้ยังคับบัญชาเห็นว่าไม่เหมาะสม ต้องการจะเปลี่ยนแปลง
การจะเปลี่ยนตัวผบ.ตร.นั้นตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 หากจะมีการเปลี่ยนตัวผบ.ตร. นายกรัฐมนตรีสามารถทำได้ 2 วิธีคือ วิธีแรกตามมาตรา 61 ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการในส่วนราชการใด โดยให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิมและโดยจะให้ขาดจากอัตราเงินเดือนในตำแหน่ง เดิมหรือไม่ก็ได้ซึ่งวิธีนี้ถ้าย้ายไปช่วยราชการที่อื่นอย่างสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ตั้งได้แค่รักษาราชการแทนเท่านั้นไม่สามารถเป็นตัวจริงได้ และต้องรอไปจนกว่า พล.ต.อ.วิเชียร เกษียณอายุราชการซึ่งไม่ทันหากจะให้พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์นั่งในตำแหน่งตวจริงเพราะพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ จะเกษียณในปี 2555 ส่วนพล.ต.อ.วิเชียร จะเกษียนในปี 2556
วิธีที่สอง ตามมาตรา62 การโอนข้าราชการตำรวจไปรับราชการในส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่น จะกระทำได้เมื่อเจ้าตัวสมัครใจและส่วนราชการหรือหน่วยงานต้องการจะรับโอนผู้นั้น วิธีนี้เป็นวิธีที่ฝ่ายการเมืองพยายามเจรจากับพล.ต.อ.วิเชียร หลายรอบส่งตัวแทนมาเจรจาให้พล.ต.อ.วิเชียร สมัครใจไปนั่งในตำแหน่งอื่นที่มีตำแหน่งเทียบเท่าหรือสูงกว่า อย่างตำแหน่งปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ตำแหน่งเลขาสมช.แต่พล.ต.อ.วิเชียร ได้ปฏิเสธมาโดยตลอด
ฝ่ายการเมืองก็ไม่ยอมเดินหน้าหาเหตุผล ปล่อยข่าว เพื่อบีบให้พล.ต.อ.วิเชียร สมัครใจลุกจากเก้าอี้ให้ได้เพื่อเปิดทางให้พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ มานั่งเก้าอี้แทนในตำแหน่งผบ.ตร. ถึงเวลานี้พล.ต.อ.วิเชียร มีทางเลือก 2 ทางคือปล่อยให้การเมืองเล่นงานย้ายไปช่วยราชการโดยอ้างเหตุผลเรื่องการปล่อยปละละเลยบ่อนการพนัน หรืออีกทางคือยอมลุกไปนั่งตำแหน่งอื่นเพื่อเปิดทางให้พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่แน่ว่าพล.ต.อ.วิเชียรจะเลือกแนวทางไหน
“ชูวิทย์”ปัดไม่ได้รับงานพท.แฉเรื่องบ่อน
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครักประเทศไทย แถลงถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าตนเองรับงานมาจากรัฐบาลในกรณีการเปิดโปงบ่อนว่า หากเป็นแบบนั้นต่อจากนี้จะมีใครกล้าออกมาพูดอีก เพราะถ้าออกมาพูดแล้วก็ถูกหาว่าไปรับงานมา ทั้งๆ ที่เป็นการเปิดบ่อนแบบเย้ยฟ้าท้าดิน ส่วนใครที่จะใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ตนนำออกมาพูดแล้วเป็นประโยชน์กับประชาชนนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้สามารถตรวจสอบได้ว่าเคยมีใครเห็นตนไปนั่งดื่มไวน์กับใครหรือไม่ วันนี้ตนเป็นพรรคเล็ก การทำงานในสภาฯ นั้นลำบากมาก จะต้องเลือกอยู่ข้างพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์อย่างนั้นหรือ ทั้งๆ ที่เรื่องอบายมุขนั้นเรื่องที่ใครๆ ก็เห็นแต่ไม่มีใครกล้าออกมาพูด
“การที่ผมออกมาพูดเรื่องบ่อนนั้นก็ถูกข่มขู่มาตลอด เพียงแต่ผมไม่กลัว แต่ก็มาบอกว่าผมไปรับงานมา แบบนั้นมันดูถูกศักดิ์ศรีผมมากเกินไป ผมขอประณามคนที่คิดว่าผมชงเรื่องนี้ให้กับรัฐบาลด้วย เพราะเรื่องนี้ถ้าผมไม่พูดบ่อนนี้ก็จะยังเปิดอยู่ ทุกคนได้ประโยชน์แต่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ เมื่อผมออกมาพูดก็บอกว่าไปรับงาน ต้องให้เกียรติผมบ้าง จริงอยู่ที่ผมรู้จักกับท่านเฉลิม แต่ท่านก็ไม่ได้รู้ว่าตนจะพูดเรื่องนี้ นักการเมืองไทยเล่นการเมืองเพื่อพรรคพวกตัวเอง แต่หาคนที่ทำประโยชน์ให้ประเทศได้ยากเต็มที และถ้าผมไม่ออกมาพูดก็จะถูกว่าอีก วันนี้ผมทำอะไรก็ผิดไปหมด ทั้งนี้ ผมอยากเรียกร้องให้ร.ต.อ.เฉลิมออกมายืนยันด้วยว่า ผมไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้กับท่านด้วย”นายชูวิทย์ กล่าว
แจงผิดหวังหากย้ายแค่ผบ.ตร.
ผู้สื่อข่าวถามว่า การออกมาเปิดโปงเรื่องบ่อนนั้นทำให้เกิดความชอบธรรมในการย้ายผบ.ตร. นายชูวิทย์กล่าวว่า ตนมีคลิปที่มีแม้แต่วันที่ที่มีการขนย้ายบ่อนใหญ่ขนาดนั้นด้วยรถสิบล้อถึง 3 วัน แล้วบ่อนใหญ่ขนาดนั้นก็หายไป แบบนี้รับไหวหรือ ตนยอมรับว่ารู้จักกับร.ต.อ.เฉลิม แต่ระหว่างการอภิปรายผลงานรัฐบาลหรือแม้แต่หลังการเลือกตั้งเป็นตนมา ตนไม่เคยได้โทรคุยหรือทานไวน์กับร.ต.อ.เฉลิมเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต้ถ้าสิ่งที่ตนออกมาพูดนั้นสังคมได้ประโยชน์ แต่ผบ.ตร.ถูกย้ายแล้วบอกว่าไม่ยุติธรรม แล้วแบบนั้นตนจะทำงานได้อย่างไร ส่วนหากมีการย้ายเพียงแค่ผบ.ตร.คนเดียวเท่านั้นมองว่าเป็นธรรมหรือไม่ นายชูวิทย์กล่าวว่า ตนก็คงผิดหวัง เพราะการที่ตนออกมาพูดนั้นก็เพื่อให้ตำรวจตื่นตัวและเร่งปราบปรามอบายมุข แต่ประเด็นของตนไม่ใช่เรื่องของการย้ายผบ.ตร.
ส่วนหากมีการแต่งตั้งพล.ต.อ.เพรียวพันธ์เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจริงนั้น มองว่าเหมาะสมหรือไม่นั้น นายชูวิทย์กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ถ้าหากเป็นพล.ต.อ.เพรียวพันธ์แล้วแต่ก็ยังมีบ่อนอยู่ตนก็ต้องทำงานอีก ทั้งนี้ การให้ตนบอกว่าพล.ต.อ.เพรียวพันธ์เหมาะสมหรือไม่นั้นไม่ใช่หน้าที่ของตน อย่าผลักตนให้ไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยหรือมองว่าเป็นประเด็นการเมืองไปหมด สำหรับสาเหตุที่นำกรณีดังกล่าวออกมาพูดในช่วงนี้นั้น นายชูวิทย์กล่าวว่า ตนไม่เคยคิดว่าการพูดของตนนั้นจะกระทบถึงขั้นมีการย้ายผบ.ตร. แต่ตนทราบเพียงว่าเรื่องนี้ตำรวจต้องรับผิดชอบ ถ้าต้องย้ายตำรวจทั้งหมดก็ต้องย้าย แต่ถ้าหากจะให้ตนออกมาพูดถึงบ่อนอื่นๆ ด้วยนั้นก็คงต้องดูหลักฐานต่างๆ ด้วย เพราะตนต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเข้าไปถ่ายคลิป ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเห็นเวลาตนไปทำงาน แล้วต้องมาเจอแบบนี้ ต่อไปก็อย่าหวังว่าจะมีใครกล้าออกมาพูด
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเรียกร้องไปยังรัฐบาลอย่างไรที่หยิบยกกรณีดังกล่าวมาเป็นประเด็นทางการเมือง นายชูวิทย์กล่าวว่า เมื่อร.ต.อ.เฉลิมคิดที่จะปรับปรุงตำรวจ ตนก็อยากให้รู้ว่ามีตำรวจที่ดีอีกมากที่เจ็บช้ำน้ำใจ ดังนั้นเมื่อร.ต.อ.เฉลิมเป็นตำรวจก็ต้องทำให้ตำรวจวันนี้ได้ทำงานอย่างแท้จริงด้วย
'อภิสิทธิ์'หนุน'วิเชียร'สู้รัฐบาลเด้งพ้นผบ.ตร.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ออกมาระบุว่ามีความพยายามบีบให้พ้นจากตำแหน่งว่า ก็ต้องให้พล.ต.อ.วิเชียร เปิดเผยออกมา ยืนยันว่าการโยกย้ายแต่งตั้งจะเป็นเรื่องนโยบายหรือเรื่องความบกพร่องก็ขอให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างโปร่งใส อย่าเอาความต้องการทางการเมืองเป็นตัวตั้ง ตนคิดว่าสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือความตรงไปตรงมา และรัฐบาลเองก็ต้องชัดเจนว่าตกลงแล้วปัญหาที่เกิดขึ้น อาทิ เรื่องบ่อนการพนันนี้เกี่ยวข้องอะไรกับใครแค่ไหน ใครผิดก็ต้องลงโทษ แต่ถ้าไม่เกี่ยวก็คือไม่เกี่ยว การบริหารจัดการก็ว่ากันไปตามเหตุผล
ส่วนกรณีมีความพยายามจะใช้เรื่องบ่อนการพนันเป็นต้นเหตุของการบีบให้พล.ต.อ.วิเชียร ลาออกจากตำแหน่งนั้น หากพล.ต.อ.วิเชียร ไม่เกี่ยวข้องก็ต้องยืดหยัด ทั้งนี้การจะแต่งตั้งพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.เพื่อให้มาดำรงตำแหน่งแทนนั้น อยู่ที่ความมีเหตุมีผล และถ้าจะอ้างถึงการคืนความเป็นธรรมนั้น ก็คงจะย้อนกันไปไม่จบ เพราะเมื่อครั้งที่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ขึ้นมา ก็มีคนที่ระบุว่าไมได้รับความเป็นธรรมเหมือนกัน
“ผมอยากจะย้ำให้ชัดว่าการแต่งตั้งโยกย้าย เหตุผลมันต้องไม่ใช่เรื่องเครือญาติ ต้องมีเหตุมีผลรองรับได้ และถ้ามาจริงก็ต้องได้รับถูกจับตาเป็นพิเศษอยู่แล้ว สังคมเองก็ต้องตรวจสอบ”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากจะให้ข้าราชการมีความเข้มแข็งในการปฏิบัติหน้าที่ หากไมได้รับความเป็นธรรมก็ควรจะดำเนินการตามช่องทาง และผู้มีอำนาจก็ไม่ควรจะออกมาพูดในลักษณะข่มขู่ ถ้าบกพร่องจริง มีปัญหาจริงก็ต้องแจกแจงมา ตนเชื่อว่ามีข้าราชการจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะรักษาความถูกต้อง ขณะนี้เชื่อว่ามีความพยายามจัดแถวหรือสนองนโยบายต่าง ๆ ทั้งนี้ข้าราชการมีหน้าที่ในการสนองนโยบายรัฐบาล แต่ไม่ใช่ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะต้องรักษาความเป็นวิชาชีพ อย่างน้อยก็ต้องให้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมา
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุในช่วงรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ มีการโยกย้ายพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เช่นเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนั้นมีมูลเหตุชัดเจน โดยมีการสอบสวนและรัฐบาลไม่ได้ทำกันเอง
ทั้งนี้การสั่งให้ไปช่วยราชการในภาคใต้โดยมีการตั้งรักษาราชการแทนผบ.ตร.นั้น เป็นการพูดคุยชัดเจน และไม่เป็นปัญหาอะไร ที่แตกต่างจากกรณีนี้ เพราะขณะนี้มีความพยายามบอกว่าจะลงโทษแต่ยังไม่มีการเปิดเผยความผิดว่าเป็นอย่างไร
ส่วนที่มีการมองกันว่าหลังจากที่มีการบีบผบ.ตร.พ้นจากตำแหน่งแล้ว จะมีการขยายเวลาการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี เพื่อรองรับผบ.ตร.ใหม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ และคงเป็นเรื่องของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เป็นคนให้เหตุผล
เมื่อถามว่าการที่นำเอาเรื่องบ่อนและยาเสพติดมาเกี่ยวข้องเป็นการผิดสังเกตหรือไม่ ทั้งที่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ก็รับผิดชอบในส่วนนี้อยู่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ต้องให้สังคมเข้าไปตรวจสอบ และดูข้อเท็จจริง



