'ศอส.'ชี้ท่วมหนัก11จ.เดือดร้อน3แสนคน
'ศอส.' สรุปน้ำยังท่วมหนัก 11จังหวัด ส่งผลปชช. 3แสนคนเดือนร้อนหนัก แถมสังเวยเสียชีวิต 55ราย เตือน 7จังหวัด เสี่ยงน้ำป่าถล่ม แนะเกษตรกรเร่งเก็บผลผลิตก่อน 10 ก.ย. หวั่นน้ำทะลักเข้าท่วม
31 ส.ค.54 นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ขณะนี้มีจังหวัดประสบสถานการณ์อุทกภัย และประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน จำนวน 36 จังหวัด 283 อำเภอ 1,890 ตำบล 15,534 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 1,133,589 ครัวเรือน 3,880,229 คน
ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 11 จังหวัด รวม 56 อำเภอ 392 ตำบล 2,266 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 116,060 ครัวเรือน 340,564 คน ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท อุบลราชธานี พังงา ระนอง และสุราษฎร์ธานี มีผู้เสียชีวิต 55 ราย ผู้สูญหาย 1 คน
นายฉัตรป้อง กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีภาวะฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พื้นดิน ในหลายพื้นที่อยู่ในสภาพชุ่มน้ำอยู่แล้ว และยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่เสี่ยงภัยในเขตอ.วังทอง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก อ.หล่มสัก อ.หล่มเก่า อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ และอ.ด่านซ้าย อ.วังสะพุง อ.ภูเรือ จ.เลย มีความเสี่ยงที่จะเกิดดินถล่มและ น้ำป่าไหลหลากในระยะ 1 - 2 วันนี้
จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมพร้อมอพยพหนีภัยทันทีที่มีการแจ้งเตือน ทั้งนี้ ศอส.ได้กำชับให้ 3 จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก รวมถึง 4 จังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างซึ่งเสี่ยงภาวะน้ำล้นตลิ่ง ให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยอย่างเข้มข้น
นายฉัตรป้อง กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลกับกรมชลประทาน พบว่าใน 3 - 4 วันข้างหน้า ปริมาณน้ำที่จ.นครสวรรค์ จะอยู่ในเกณฑ์ 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงต้องใช้ระบบชลประทานควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านในเกณฑ์ประมาณ 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะส่งผลให้พื้นที่ลุ่มสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในเขตจ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทองและพระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 50 - 70 ซม.
ขอเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำในพื้นที่ดังกล่าว เตรียมการป้องกันภาวะน้ำล้นตลิ่งที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้ และเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเกษตรกรให้เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนวันที่ 10 ก.ย. เพื่อป้องกันพืชผลการเกษตรได้รับความเสียหายได้
อุตุฯลำพูนชี้'นันมาดอล'ไม่กระทบเตือน3-6ก.ย.ฝนตกหนัก
นายวิชัย ตินโนเวศ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาลำพูน เปิดเผย ว่า ลักษณะอากาศโดยทั่วไปของวันนี้(31 ส.ค.)ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้ทั่วประเทศมีฝนลดลงในระยะนี้ ผู้ที่จะเดินทางไปมณฑลฟูเจี้ยน ประเทศจีน ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง เนื่องจากมีพายุโซนร้อน นันมาดอล (Nanmadol) อยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว
โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย จะมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาฯ อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาฯ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กิโลเมตร/ชั่วโมงในช่วงวันที่ 29-30 ส.ค. ร่องมรสุมกำลังปานกลางได้เลื่อนขึ้นไปพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือยังคงมีฝนกระจายอยู่ในระยะนี้
ส่วนในช่วงวันที่ 31 ส.ค. - 4 ก.ย. ร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคเหนือมีฝนลดลง แต่ให้ระมัดระวังระหว่างวันที่ 3 - 6 ก.ย. เพราะจะมีร่องมรสุมพัดผ่านภาคเหนือตอนบน ส่งให้มีประมาณน้ำฝนมากขึ้นแต่ไม่รุนแรงเหมือนนกเตน



