'ผบ.ตร.'ถกร่วมสหรัฐฯปราบยาเสพติด
พล.ต.อ.วิเชียร เปิดประชุมหน่วยงาน บช.ปส. และ ดีอีเอ สหรัฐฯ ร่วมกันป้องกันปราบปรามยาเสพติด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ส.ค.54 ที่ บช.ปส. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. เป็นประธานเปิดการประชุมเรื่อง 'การประชุมเป้าหมายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญและนักค้ายาเสพติดข้ามชาติ' ระหว่าง บช.ปส. กับ สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย (DEA) ระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-1 ก.ย.54 ที่ห้องประชุมพรหมนอก
โดยมี พล.ต.ท.อติเทพ ปัญจมานนท์ ผบช.ปส. Mr.Joseph P. Reagan รักษาการผู้อำนวยการ หน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำภาคพื้นตะวันออกไกล พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ ดีอีเอ เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 95 คน
พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ยาเสพติดกัน พร้อมกำหนดเป้าหมายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อร่วมมือ และประสานงานกัน ในการสืบสวนคดียาเสพติด และจับกุมผู้ค้ายาเสพติด เครือข่าย ไปจนถึงขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ และเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างหน่วยงานด้วย ทั้งนี้จากความร่วมมือกันมากว่า 40 ปี ทำให้เราสามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้เป็นจำนวนมาก หากมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน และทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ยาเสพติดก็จะลดน้อยลง
รรท.ผบช.ภ.1เรียกระดับหน.หน่วยภูธรภาค1รายงานผลการระดมกวาดล้างยาเสพติด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ส.ค.54 ที่ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.ภ.1 เรียกประชุมชี้แจงระดับหัวหน้าหน่วยในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 หลังกำชับสั่งการให้ระดมกวาดล้างปิดล้อมตรวจค้นแหล่งแพร่ระบาดยาเสพติด ดำเนินการขยายผล และตรวจสอบทรัพย์สิน เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด ในระหว่างวันที่ 17-29 ส.ค.54
ผลการปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้าน หรือชุมชนที่แพร่ระบาดของยาเสพติด จำนวน 1,528 เป้าหมาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 2,894 คดี ได้ผู้ต้องหาทั้งรายสำคัญ รายย่อย ผู้ครอบครอง และคดีผู้เสพ รวมทั้งหมด 2,949 ราย และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติดได้อีก 73 ราย
นอกจากนี้ยังได้ตรวจยึดของกลางยาเสพติด เป็นยาบ้า 261,195 เม็ด, ยาไอซ์ 837 กรัม, กัญชา 565 กรัม, กระท่อม 532 ใบ, อาวุธปืน 24 กระบอก และตรวจยึดทรัพย์สินได้ 13 ราย มูลค่ารวม 3,080,930 บาท และสั่งการกำชับ โดยหลังจากนี้หากท้องที่ใดยังปล่อยให้มีเหตุเกิดขึ้นซ้ำซากหรือไม่มีผลงาน จะต้องมีการพิจารณาตามวินัยต่อไป
พล.ต.ต.คำรณวิทย์ กล่าวต่อว่า ได้มอบใบประกาศกิติคุณ 'คนดีของแผ่นดิน' ให้กับครอบครัว พันธุ์ประเสริฐ ซึ่งเป็นคนชี้เบาะแสให้ตำรวจ คดีที่เด็กหญิงศิรินทิพย์ สำอางค์ หรือน้องพอมแพม อายุ 3 ขวบ ถูกลักพาตัวไปจากท้องที่ สน.บางเสาธง นานกว่า 20 วัน ด้วย
"การมอบรางวัลให้กับครอบครัวนี้ เพื่อยกย่อง และเชิดชูคนที่ทำดีให้กับสังคม เพื่อให้คนในสังคมได้นำไปเป็นตัวอย่าง" พล.ต.ต.คำรณวิทย์ กล่าว
ปปส.ภาค5รณรงค์ป้องกันปราบปรามยาเสพติดในสถานศึกษาสถานบันเทิง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค.54 นายชลัยสิน โพธิเจริญ ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์และอำนวยการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 เปิดเผยว่า สถานการณ์ยาเสพติดในกลุ่มเยาวชนมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในช่วงอายุระหว่าง 13-18 ปี มีทั้งผู้เสพ ผู้ค้ายา
โดยการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถูกนำมาเสพในวงกว้างมากขึ้นหลายรูปแบบ ตัวยาที่พบมากที่สุดได้แก่ ยาบ้า รองลงมาคือสารระเหย กัญชา ล่าสุดคือยาไอซ์ ที่นิยมเสพมากขึ้นในกลุ่มที่ชอบเที่ยวสถานบันเทิง
แสดงให้เห็นว่าเยาวชนยังเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพราะเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเสี่ยงสูง ด้วยความรู้อยากรู้อยากลอง ความอ่อนแอของครองครัว สังคม การพัฒนาที่ไม่สมดุล ระหว่างเศรษฐกิจและสังคม และกระแสบริโภคนิยม วัตถุนิยม
รวมทั้งเป็นเป้าหมายสำคัญของนักค้ายา และธุรกิจบันเทิงหากไม่มีมาตรการที่ดีพอและต่อเนื่อง อาจกลายเป็นผู้ค้าหรือผู้เสพ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ปัญหายาเสพติดรุนแรงขึ้น รวมไปถึงปัญหาสังคมอื่นๆ ตามมาด้วย ทั้งปัญหาอาชญากร ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ การก่อเหตุทะเลาะวิวาท การพนัน แก๊งก่อกวนสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง
ดังนั้น ปปส.ภาค 5 จึงได้ร่วมกับ วิทยาลัยเทคโนโลยีหมู่บ้านครูภาคเหนือ ต.บ้านธิ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน ดำเนินโครงการสัมมนา เพื่อพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา วันที่ 31 ส.ค.-1 ก.ย.54 แก่ผู้นำนักเรียน นักศึกษาในสถาบันจำนวน 50 คน ให้เข้าใจสภาพปัญหา การสอดแทรกความรู้ความเข้าใจ บูรณาการร่วมกันระหว่างคณะครู อาจารย์ นักเรียนนักศึกษา ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผสมผสานมาตรการในการดำเนินการ เพื่อให้สามารถควบคุมปัญหายาเสพติด ควบคู่ไปกับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ การปราบปรามยาเสพติด การระดมทรัพยากร การมีส่วนร่วม การจัดระเบียบและปรับสภาพแวดล้อม การเฝ้าระวัง การสร้างเครือข่ายการทำงาน การประเมินวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านยาเสพติดในสถานศึกษา
ทั้งนี้ ความคาดหวังของ ปปส.ภาค 5 คือ การจัดการกับปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นในสถาบันหลายแห่ง ต้องประสบความสำเร็จ สามารถดูแลช่วยเหลือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียน ควบคุมไม่ให้มียาเสพติดที่หลากหลาย ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน ดังนั้น ควรส่งเสริมและสนุบสนุนให้การศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านยาเสพตจิดในสถานศึกษา เพื่อใช้ในการวางแผนการทำงานทั้งพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา
หลังจากที่พบว่าปัจจุบันปัญหายาเสพติดยังคงมีอยู่ และมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้น ในภาค 5 โดยปี 2553 มีจำนวน 4,879 ราย, ปี 2554 มี 5,654 ราย จากความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพแว้ดล้อมของสังคม เพื่อเป็นการรองรับ ยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด มาตรการป้องกันกลุ่มเสี่ยงตามนโยบายของรัฐบาล



