
กทม.เฝ้าระวังเจ้าพระยาน้ำขึ้นสูง
กทม.พร้อมรับมือน้ำเจ้าพระยาหนุน คาดน้ำขึ้นสูงสุด 2 ทุ่มครึ่งคืนนี้ จับตา 27 ชุมชนนอกแนวกั้นน้ำ เสี่ยงท่วมหนัก
นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า วันที่ 31 ส.ค. กรมชลประทานได้ปล่อยน้ำเหนือจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระราม 6 ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,531 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีระดับน้ำสูงอยู่ที่ประมาณ 1.62 เมตร ขณะที่ปริมาณน้ำที่บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ 2,155 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กทม.จึงได้เตรียมอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ประจำประตูระบายน้ำ จำนวน 200 กว่าจุด และจัดเจ้าหน้าที่จากหน่วยเบสท์กว่า 700 นาย ในการรับมือสถานการณ์ตลอด 24ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชนหากเกิดเหตุน้ำท่วม ทั้งนี้คาดว่าในคืนวันที่ 31 ส.ค.นี้ จะมีน้ำขึ้นสูงสุดในเวลาประมาณ 20.30 น.
นอกจากนี้ กทม.จะเฝ้าระวังติดตามชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ จำนวน 13 เขต 27 ชุมชน รวมประมาณ 1,200 ครัวเรืออย่างใกล้ชิด หากเกิดเหตุน้ำท่วมอย่างรุนแรง กทม.ได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้สำหรับอพยพแล้ว โดยใช้พื้นที่ของโรงเรียนในสังกัด กทม. ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อรองรับประชาชน อย่างไรก็ตามกทม.จะเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากช่วงนี้มีปริมาณน้ำไหลผ่านตลอดเวลา
กทม.คุมเข้มสวนสาธารณะปลอดเหล้าผงะวัยรุ่นติดเหล้า 14.9 ล้านคน
นพ.พีระพงษ์ สายเชื้อ รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) พร้อมด้วย นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดสถานที่ราชการและสวนสาธารณะในกทม.ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อรณรงค์ให้สถานที่ราชการและสวนสาธารณะในกทม.ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551
นพ.พีระพงษ์ กล่าวว่า บันทึกข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้สถานที่ราชการและสวนสาธารณะที่อยู่ในกำกับดูแลของราชการห้ามขาย ห้ามดื่ม และห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด โดยอนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในร้านค้าหรือสโมสรที่เปิดบริการเป็นประจำหรือถาวรที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ห้ามขายให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และขายได้เฉพาะเวลาที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น ได้แก่ เวลา 11.00-14.00 น. และ 17.00 -24.00 น. หากพบผู้กระทำผิดด้วยการโฆษณาหรือส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 50,000 บาท
หากขายหรือบริโภคในสถานที่หรือบริเวณต้องห้าม มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีขายนอกเวลาที่กำหนด มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ จากการสำรวจพฤติกรรมการดื่มสุราของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2550 พบว่า ผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไป ทั้งหมด 51.2 ล้านคน ดื่มสุรา 14.9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 29 ซึ่งผู้ชายดื่มมากกว่าผู้หญิงประมาณ 6 เท่า นอกจากนี้ กลุ่มเยาวชนอายุต่ำกว่า 24 ปี มีอัตราการดื่มร้อยละ 22 โดยเริ่มดื่มเมื่ออายุเฉลี่ย 17 ปี และกลุ่มวัยทำงานมีอัตราการดื่มสูงสุดร้อยละ 34 โดยเริ่มดื่มเมื่ออายุเฉลี่ย 20 ปี
กทม.เตรียมจัดระเบียบป้ายโฆษณารกกรุงฯ เล็งถกพรรคการเมืองถอดป้ายหาเสียงยักษ์
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวภายหลังการประชุมเรื่องจัดระเบียบเมืองว่า ที่ประชุมเห็นชอบที่จะมีการหารือเรื่องการออกข้อบัญญัติในการควบคุมป้ายขนาดใหญ่ เนื่องจากในกทม.มีป้ายที่ยังผิดกฎหมายจำนวน 136 ป้าย และป้ายขนาดใหญ่อีกประมาณ 1,000 ป้าย ซึ่งป้ายเหล่านี้ได้บดบังทัศนียภาพในกทม. รวมถึงบดบังทิศทางลมด้วย
กทม.จึงเตรียมเชิญเอกชน เจ้าของป้าย และบริษัทผู้ผลิต ร่วมหารือเพื่อกำหนดแนวทางชดเชย ควบคุม และหาพื้นที่รองรับการติดตั้งป้ายดังกล่าว โดยจากนี้ 498 วัน ที่ตนยังอยู่ในตำแหน่งจะวางกรอบเรื่องนี้ ซึ่งคาดว่าภายในกลางเดือน ก.ย. จะสามารถเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อหาข้อสรุปได้
นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีป้ายขนาดใหญ่บดบังทัศนียภาพ ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าต้องใช้ชีวิตอยู่กับป้ายไปแล้ว ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกได้นำป้ายขนาดใหญ่ออกทั้งหมด แต่ในประเทศไทยถือว่าป้ายโฆษณายังเอาเปรียบผู้บริโภค เพราะบดบังทัศนียภาพอย่างมาก และทุกปีก็จะเห็นป้ายโฆษณาล้มทับคน สถานที่ และทรัพย์สินอยู่บ่อยครั้ง ที่ผ่านมายังมีสถานที่ราชการส่วนใหญ่ได้หากินกับการโฆษณาป้าย แต่บางครั้งพบว่าป้ายบางแห่งเป็นป้ายว่างเปล่าไม่มีการโฆษณา มีเพียงเบอร์โทรศัพท์เท่านั้น ดังนั้นตนคิดว่าถึงจุดจบแล้วที่จะต้องดำเนินการป้ายเหล่านี้อย่างจริงจัง
ตนได้เสนอที่ประชุมให้เชิญเจ้าของป้าย บริษัททำป้าย สถาปนิก สำนักผังเมือง และฝ่ายจราจร มาหารือเพื่อกำหนดแนวทางให้นำป้ายขนาดใหญ่ออกทั้งหมด จากนั้นอาจจะดำเนินการผลิตป้ายที่มีกราฟฟิก สีสันสวยงาม เพื่อสื่อสารกับประชาชนให้มีความชัดเจนได้มากกว่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนจะต้องมาอ่านป้ายขณะที่ขับรถยนต์ ทั้งนี้การกำหนดพื้นที่ติดตั้งป้ายจะเน้นเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก โดยอาจจะมีการขยายการดำเนินการไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พังงา หรือหัวเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อกำหนดมาตรการควบคุมป้ายขนาดใหญ่ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
นายไกรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า หากการเมืองไม่มีการโจมตีใส่กัน เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กับพรรคเพื่อไทย (พท.) จะร่วมมือเรื่องนี้ได้ ถ้าจะมาปรองดองจะทำให้ทัศนียภาพของประเทศไทยสวยงามขึ้น โดยอาจจะมีการไปหารือกับพรรคการเมืองต่างๆ อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) , พรรคเพื่อไทย (พท.) , พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) รวมทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ).และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เพราะที่ผ่านมา การหาเสียงแต่ละครั้ง กลุ่มเหล่านี้มักจะใช้ป้ายหาเสียงขนาดใหญ่มาก



