ข่าว

'ประยุทธ์'ชี้โผทหารแก้ไม่ได้

'ประยุทธ์'ชี้โผทหารแก้ไม่ได้

31 ส.ค. 2554

ผบ.ทบ.ยัน โผทหารแก้ไม่ได้แล้ว เมื่อผ่านกก.ตาม พ.ร.บ.กลาโหม เล็งตั้งพล.ม.3 ตามแผนพัฒนากองทัพ

        พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก  ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมของบางบุคคล โดยเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องของทหาร เป็นเรื่องของการเมืองที่แต่งตั้งกันไป ส่วนจะสามารถทำงานร่วมกับกองทัพได้หรือไม่ ยังไม่ทราบว่าจะต้องทำงานร่วมกันตรงไหน เพราะแต่ละคนเป็นที่ปรึกษาของแต่ละกระทรวง ตนทำงานในกรอบของกองทัพไทยและกระทรวงกลาโหม
 
        ส่วนกรณีที่ฝ่ายการเมืองต้องการให้เกิดความชอบธรรมต่อนายทหารเตรียมทหารรุ่นที่ 10 ในการปรับย้ายที่จะถึงนี้  หลังจากที่ถูกโยกย้ายหลังเหตุการณ์กันยายน 2549 ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า ไม่ทราบ ทั้งนี้ ได้กล่าวไว้หลายครั้งแล้ว่าเรื่องการแต่งตั้งจะพิจารณาโดยคณะกรรมการที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2551 และเมื่อผ่านคณะกรรมการเห็นชอบร่วมกันแล้วก็จบ จะแก้ไขไม่ได้แล้วเพราะผิดกฎหมาย

 


ผบ.ทบ.ตั้งพล.ม.3 ตามแผนพัฒนากองทัพ
 
          พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก  ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปราชการที่จังหวัดขอนแก่นว่า  จะเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารกองบัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3  ซึ่งเป็นโครงการเสริมสร้างกำลังของกองทัพในระยะที่ 1 เรื่องการจัดตั้งหน่วยใหม่คือกองพลทหารม้าที่ 3 (พล.ม.3) ทั้งนี้ การพัฒนากองทัพมีทั้งแผนระยะสั้นและระยาว  โดยคำนึงถึงภัยคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 
 
         “การจัดตั้งหน่วยไม่ได้ตั้งขึ้นเพราะความต้องการของใคร แต่จัดตั้งเพื่อให้สอดคล้องกับภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ ที่จะต้องเผชิญหน้ากับประเทศของเร่าในห้วงระยะเวลาอันใกล้ที่จะต้องว่างแผนรองรับไว้ช่วง 5-10 ปี ที่หน่วยจะต้องมีความพร้อมรับสถานการณ์ โดยกำลังที่เราต้องการอย่างน้อยต้อง 80 เปอร์เซ็นต์จากอัตราการจัดที่เรามีอยู่ ซึ่งยังไปไม่ถึง เพราะระยะที่ 1 ได้เพียง 1 ใน 3 หากจะให้สมบูรณ์ต้องใช้เวลาถึง 10 ปี ระหว่างนี้ต้องสร่างวัฒนธรรมภายในหน่วย สร้างความรัก สามัคคี ความเป็นเอกภาพ เพื่อให้สามารถเข้าทำการรบได้”ผู้บัญชาการทหารบก กล่าว
 
         ส่วนการจัดหาอาวุทธยุทโธปกรณ์เข้าประจำการใน พล.ม. 3 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นการดำเนินการตามกรอบการพัฒนากองทัพของกระทรวงกลาโหมที่ทำไว้ล่วงหน้าถึงปี 2562 และแผนพัฒนาของกองทัพบกที่จะต้องให้สอดคล้องกัน ซึ่งมีทั้งด้านกำลังพลและยุทโธปกรณ์ โดยพิจารณาจากการจัดหน่วยที่แต่ละหน่วยจะมีคุณลักษณะขีดความสามารถแตกต่างกันทั้งทหารราบ ทหารม้า ทหารปืนใหญ่  ซึ่งอัตราการจัดในปัจจุบันใช้มาเป็นเวลา 30-40 ปีไม่เคยเปลี่ยนแปลงและไม่สอดคล้องกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพราะนอกจากภารกิจการป้องกันประเทศแล้ว ยังมีภารกิจด้านการรักษาความมั่นคงภายใน การช่วยเหลือประชาชน การรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่เพิ่มเติมขึ้นมา
 
         “สังคมต้องรับมทราบว่าทำไมยุทโธปกรณ์มันเก่า ทำไมเมื่อถึงเวลาไอ้นั่นไม่มี ไอ้นี่ไม่มี ทุกอย่างเราได้เสนอไปแล้ว เพื่อให้เกิดความพร้อมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์และกำลังพล แต่เมื่อไม่ได้ก็ต้องเกิดความเสี่ยงในการรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยในรายละเอียดอีกครั้ง และคงต้องนำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงกลาโหมที่จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมกองทัพบกในสัปดาห์หน้า ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้ากระทรวง ดูแลเรื่องความมั่นคงและท่านพูดไว้แล้วว่าท่านจะดูแลกองทัพ แต่จะได้หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาล” ผู้บัญชาการทหารบก กล่าว.