
อริสมันต์เปิดใจหลังก่อเหตุจลาจลเมืองพัทยา
ผู้ช่วยรมต.บัวแก้วชี้ยูเออีให้ความร่วมมือไม่ให้"ทักษิณ"ใช้ประเทศเคลื่อนไหวทางการเมือง วิป 3 ฝ่ายได้ข้อสรุป ตั้ง 2 กมธ.สอบข้อเท็จจริง สลายม็อบ-แก้รัฐธรรมนูญ ขีดเส้นภายใน 45 วัน ปิดปากดึงเหลือง-แดง ร่วมแจม หวั่นเพิ่มความขัดแย้ง
วันที่ 27 เม.ย. นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำผู้ชุมนุมเสื้อแดง กล่าวภายหลังเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนตามหมายจับและขอประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 500,000 บาท ว่า เนื่องจากถูกพนักงานสอบสวนถอนประกันตัว และไม่รู้สึกหนักใจที่ถูกแจ้งข้อหา เพราะไม่ได้ทำผิดอะไร โดยเฉพาะเรื่องการเรียกร้องประชาธิปไตยถือเป็นสิทธิ์โดยชอบของประชาชน และถือเป็นสิทธิ์โดยชอบของนักการเมือง ในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทย
"ฉะนั้นสิ่งทำอีกฝ่ายอาจจะมองว่าเป็นความผิด แต่ความรู้สึกของเรายังยึดมั่นว่า เรียกร้องโดยสันติและไม่มีความรุนแรง ไม่มีอาวุธ ยังเป็นหลักการ และเป็นกฎเกณฑ์ที่ นปช. ทุกคนรับทราบและปฏิบติตามอย่างเคร่งครัด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมามีความเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่า มีการจัดฉาก มีการกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงโดยคนบางกลุ่มอย่างแน่นอนไม่ว่าจะเป็นที่พัทยาก็ดีและใน กทม.ก็ดี" นายอริสมันต์ กล่าว
ผู้ช่วยรมต.บัวแก้วยันยูเออีพร้อมสกัด"ทักษิณ"
ที่ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ระบุว่า ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สามารถเดินทางเข้ายูเออีได้ตามปกติ ว่า ยังได้รับการยืนยันจากรักษาการปลัดกระทรวงการต่างประเทศยูเออีว่าจะไม่ยอมให้ใคร หรือบุคคลใดใช้ประเทศยูเออีขับเคลื่อนทางการเมือง แต่ถ้าใช้ในเชิงดำเนินการทางธุรกิจก็ไม่มีปัญหา สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้เมืองดูไบ เป็นฐานขับเคลื่อนทางการเมือง เพื่อโจมตีประเทศไทย ดังนั้นรัฐบาลยูเออีไม่ยินยอมแน่นอน และในตอนนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีหนังสือเดินทางของประเทศไทยแล้ว ต่อจากนี้ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้ามายังยูเออี เชื่อว่ารัฐบาลยูเออีจะจับตาดูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและยูเออีอยู่ในระดับที่ดีมาก
“ผมได้เดินทางไปยูเออี พร้อมกับเอกอัครราชทูตไทยประจำยูเออี ซึ่งมีบันทึกยืนยันชัดเจนว่า การพูดคุยกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง”นายพนิช กล่าวว่า
ส่วนความคืบหน้าการทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับยูเออี นายพนิช กล่าวว่า อยู่ระหว่างการร่างสนธิสัญญา ซึ่งยูเออีได้ส่งร่างมาให้กระทรวงการต่างประเทศไทยแล้ว ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณาให้อยู่ในกรอบพ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 และจะได้พิจารณาลงนามอย่างเร็วที่สุด ซึ่งยูเออีเองก็มีความต้องการนำตัวคนของยูเออีที่อยู่ในประเทศไทยกลับโดยเร็วเช่นกัน นอกจากนี้ไทยอยู่ในระหว่างดำเนินการทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับหลายประเทศเช่นกัน
เมื่อถามว่า ได้ตรวจสอบข่าวที่ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ใช้หนังสือเดินทางของประเทศกัมพูชา หรือไม่ นายพนิช กล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน แต่การตรวจสอบเรื่องนี้ต้องดูว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ถือหนังสือเดินทางกัมพูชา โดยใช้ชื่อตัวเองหรือคนอื่น ถ้าเมื่อไหร่ใช้ชื่อตัวเอง ย่อมมีหมายจับดำเนินการตามกฎหมายได้ เพราะยังถือว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีสัญชาติไทย ทั้งนี้ไม่ยืนยันว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ถือหนังสือเดินทางของประเทศใดบ้าง แต่ล่าสุดได้ยินข่าวว่ามีประเทศนิคารากัว เป็นประเทศในแถบอเมริกากลาง มอบหนังสือเดินทางพิเศษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา
ต่อข้อถามว่า กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการไปยังสถานทูตไทยในแถบประเทศแอฟริกาดำเนินการติดตาม พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ หลังจากมีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศแถบดังกล่าว แต่เนื่องจากเป็นประเทศเล็กๆ จึงไม่มองเรื่องความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย แต่สนใจเรื่องธุรกิจมากกว่า นายพนิช กล่าวว่า ขณะ พ.ต.ท.ทักษิณ มีหมายจับแล้ว ประเทศเล็กๆ ในแถบแอฟริกา แม้ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตต่อไทย แต่สามารถประสานประเทศที่มีสถานทูตไทยให้ติดตามตัวได้ เพราะประเทศเล็กๆ เหล่านั้นมีเพียงไม่กี่ประเทศ แต่ยอมรับว่า ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ เคลื่อนไหวในประเทศเล็กเหล่านั้น ซึ่งเราคงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้มากมาย เพราะไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูต
ต่อข้อถามว่า กรณีนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงที่ถูกออกหมายจับและมีข่าวว่าเคลื่อนไหวอยู่นอกประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการอย่างไร นายพนิช กล่าวว่า นายจักรภพขณะนี้เป็น 1 ใน 13 คนที่ถูกออกหมายจับกรณีการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ เท่าที่ตรวจสอบล่าสุดเมื่อ 2 - 3 วันที่ผ่านมายังไม่พบว่านายจักรภพ เดินทางออกนอกประเทศ เพราะยังไม่มีการเดินทางโดยการใช้หนังสือเดินทางในชื่อนายจักรภพ แต่ถ้าแอบหรือเดินทางด้วยวิธีอื่นก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตามผู้ที่ถูกออกหมายจับพร้อมกับนายจักรภพ ยังไม่พบเช่นเดียวกันว่าเดินทางออกไปจากประเทศไทย ทั้งนี้การติดตามตัวกลับมาเป็นเรื่องของตำรวจ และอัยการที่จะติดตามตัวมาดำเนินการทางกฎหมาย ส่วนกระทรวงการต่างประเทศ หากได้รับการประสานมาจากตำรวจหรืออัยการ ให้ดำเนินการแจ้งไปยังประเทศที่มีสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุล เกี่ยวกับการนำตัวกลับมาดำเนินคดีก็จะรีบแปลเอกสารเพื่อแจ้งให้เร็วที่สุด แต่ตอนนี้ยังไม่มีการประสานมาให้ดำเนินการ
ส่วนการดำเนินการถอนหนังสือเดินทางบุคคลทั่วไป ของนายจักรภพ นายพนิช กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศไม่สามารถทำโดยพละการ หากไม่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรืออัยการ แต่ถ้ามีข่าวว่านายจักรภพ เดินทางออกนอกประเทศ เชื่อว่าการถอนหนังสือเดินทาง จะเป็นสิ่งที่หยุดการเดินทางออกนอกประเทศและนำตัวกลับมาดำเนินคดีได้
วิป3ฝ่ายมีมติตั้งกมธ.ข้อเท็จจริงสลายม็อบเสื้อแดง-แก้รธน.
ที่รัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงภายหลังการประชุมร่วมวิป 3 ฝ่าย ประกอบด้วย วิปฝ่ายค้านและวิปวุฒิสภา ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภาขึ้นมาจำนวน 2 คณะ เพื่อหาทางออกของปัญหาหลังจากมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อคลี่คลายวิกฤติปัญหาทางการเมือง ประกอบด้วย
1.คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์การชุมนุมตั้งแต่วันที่ 8 - 15 เม.ย. โดยมีอำนาจในการศึกษาสอบสวน และขอข้อมูลเอกสารจากบุคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเชิญบุคคลเข้ามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงการชุมนุม เพื่อสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมดกับเหตุการณ์รวมถึงบุคคลเสียชีวิต สูญหาย และได้รับบาดเจ็บ โดยอาศัยอำนาจของที่ประชุมร่วมรัฐสภาตามมาตรา 135 ในการรองรับ ทั้งนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าวมีสมาชิกจำนวน 40 คน ประกอบด้วย ส.ส. 23 คน วุฒิสภา 7 คน และตัวแทนจากผู้ทรงคุณวุฒิและองค์กรอิสระที่ได้รับความเชื่อถือจากทุกฝ่ายจำนวน 10 คน โดยมีกรอบเวลาในการทำงาน 45 วัน ก่อนที่จะนำผลสรุปต่อที่ประชุมรัฐสภาต่อไป
2.คณะกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภาเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาทางการเมืองและแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีสมาชิกจำนวน 40 คน สัดส่วนเช่นเดียวกับคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดแรก และมีอำนาจตามมาตรา 135 ในการศึกษารายละเอียดของประเด็นการในกาแก้ไขปัญหาทางการเมือง มีอำนาจหน้าที่ในการขอเอกสาร ข้อมูล และเชิญบุคคลมาให้ข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อจะได้รับฟังข้อมูลอย่างครบถ้วนทุกภาคส่วน ตามแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ
หลังจากนี้จะได้มอบหมายให้แต่ละพรรคการเมืองเสนอประเด็นปัญหาของบ้านเมืองพร้อมทั้งประเด็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอเข้ามาให้คณะกรรมาธิการวิสามัญภายใน 15 วัน ก่อนที่จะนำข้อสรุปทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวอีกครั้ง อย่างไรก็ตามข้อสรูปของที่ประชุมวิปทั้ง 3 ฝ่ายในการตั้งคณะกรรมาธิการทั้งสองชุดจะนำเข้าหารือกับประธานรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบต่อไปในเวลา 16.00 น.
ประธานวิปรัฐบาล กล่าวด้วยว่า สำหรับสัดส่วนของสมาชิกพรรคการเมืองที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมาธิการทั้งสองชุด จำนวน 23 คน ประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย 9 คน ประชาธิปัตย์ 8 คน ภูมิใจไทย 2 คน เพื่อแผ่นดิน กับพรรคชาติไทย พรรคละ 1 คน ขณะนี้ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนากับพรรคกิจสังคมให้ส่งตัวแทนมา 1 คน พรรคประชาราชกับพรรคราษฏรส่งตัวแทนมา 1 คน
เมื่อถามว่าในสัดส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิจะเปิดให้ตัวแทนจากเสื้อเหลืองและเสื้อแดงเข้ามาร่วมด้วยหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า ในที่ประชุมไม่ได้มีการพูดถึงประเด็นนี้เพราะเจตนาในการแก้ไขปัญหาโดยใช้เวทีของสภาเราไม่ต้องการให้เกิดความแตกแยก
เมื่อถามว่าการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริงในเหตุการณ์วันที่ 8 - 15 เม.ย.จะมีการพิจารณาถึงประเด็นการเสียชีวิตด้วยหรือไม่ นายวิทยา บุรณะศิริ ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า จะต้องมีการศึกษาทุกประเด็นรวมถึงกรณีผู้เสียชีวิตด้วยหากสื่อมวลชนมีข้อมูลก็สามารถที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมาธิการได้ เพื่อจะได้รับฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน
ขณะที่นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ส.ส.แพร่พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า หลังวิปทั้ง 3 ฝ่ายได้หารือร่วมกับนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาในช่วงเย็นแล้ว หากไม่มีปัญหาอะไรจะมีการเสนอให้ที่ประชุมรับสภาตั้งคณะกรรมาธิการทั้ง 2 ชุดได้ภายในวันเดียวกัน ทั้งนี้ในประเด็นเรื่องการศึกษาปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ได้หมายความว่าจะยึดรัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นหลัก แต่ในการพูดคุยจะมีการพูดเฉพาะแก้เรื่องใดบ้าง เช่น ปัญหาการแบ่งเขตเลือกตั้งโดยไม่ระบุว่าอยู่ในมาตราใดของรัฐธรรมนูญใด ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นานอาจจะมีการแก้เพียง 7 มาตราเท่านั้น



