
อาเซียนเตรียมออกแถลงรับมือไข้หวัดหมู
"อาเซียน"เตรียมออกแถลงการณ์ ASEAN One Health รับมือไข้หวัดหมูที่แพร่ระบาด ส่งผลให้บริษัทยาต้านไข้หวัดใหญ่พุ่ง หุ้นสายการบินตก หลายชาติพบผู้ป่วยต้องสงสัย WHO ระบุเอเชียมีการเตรียมพร้อมรับมือได้ดีกว่า กทม.พร้อมรับมือไข้หวัดหมู แนะเลี่ยงพื้นที่ชุมนุมชน โรง
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เปิดเผยว่า ในวันนี้ ( 27 เม.ย.) ที่สำนักงานเลขาธิการอาเซียน ที่ประเทศอินโดนีเซีย ได้มีการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคไข้หวัดหมู ที่เกิดขึ้นที่ประเทศแม็กซิโก โดยจะมีการออกแถลงการณ์ ASEAN One Health ในการประสานนโยบายด้านสาธารณสุขของประเทศในอาเซียน 10 ประเทศ เพื่อช่วยกันหาแนวทางการรับมือ ควบคุมการแพร่ระบาดและมาตรการแก้ไขปัญหา หากเกิดการแพร่ระบาดในภูมิภาค
"ขณะนี้เรามีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกที่คล้ายกับไข้หวัดที่แพร่ระบาดอยู่ในตอนนี้ ประมาณ 5 แสนโด้สเก็บไว้ในคลังยาที่ประเทศสิงคโปร์ ภายใต้ความช่วยเหลือของประเทศญี่ปุ่น โดยวัคซีนดังกล่าวจะสามารถนำออกมาให้ช่วยเหลือประชาชนในภูมิภาคอาเซียนได้ทันที อย่างไรก็ตาม การแสดงถึงความพร้อมของอาเซียนในการจัดการกับการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดหมู มีผลในแง่จิตวิทยา ที่จะสร้างความเชื่อมั่นในด้านการค้า การส่งออก และการท่องเที่ยวอีกด้วย" เลขาธิการอาเซียน กล่าว
หุ้นบริษัทยาต้านไข้หวัดใหญ่พุ่งหุ้นสายการบินตก
ความวิตกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ว่าจะเกิดการระบาดของโรคไข้หวัดหมู ได้ส่งผลให้หุ้นของบริษัทผลิตยาต้านไข้หวัดใหญ่ในตลาดหุ้นออสเตรเลียพุ่งกระฉูด จากการเปิดตลาดในวันนี้ตรงกันข้ามกับสายการบินแห่งชาติ " แควนตัส " ที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด โดยหุ้นของ " ไบโอต้า " ผู้ผลิตยารักษาไข้หวัดใหญ่ " รีเลนซ่า " ได้พุ่งขึ้น 64 เปอร์เซ็นต์ ไปอยู่ที่ 1.43 ดอลล่าร์ออสเตรเลีย ในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่หุ้นของสายการบิน แควนตัส ร่วงลงไป3.8 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 1.9 ดอลล่าร์ออสเตรเลีย เพราะปัจจัย 2 ประการคือ ความเสี่ยงจากการระบาดของไข้หวัดหมู และราคาน้ำมันดิบที่ทะยานขึ้นมาอีก
ความวิตกว่าจะเกิดการระบาดของไข้หวัดหมู ที่เชื่อว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตไปหลายสิบคนแล้วในเม็กซิโก อาจทำให้ประชาชนเลี่ยงการติดเชื้อ ด้วยการไม่ยอมเดินทางทางอากาศ มีรายงานด้วยว่า มีผู้โดยสารหลายร้อยคน ที่เดินทางร่วมกับกลุ่มนักศึกษานิวซีแลนด์ อาจจะติดเชื้อไข้หวัดหมู ช่วงที่ไปเที่ยวเม็กซิโก และทางการกำลังตามหาคนเหล่านี้
รัฐบาลหลายชาติ รวมทั้งจีน รัสเซียและไต้หวัน ได้เริ่มวางแผนจะกักตัวคนที่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดหมู อีกหลายชาติเพิ่มการตรวจสอบหมูและผลิตภัณฑ์จากหมูนำเข้า หรือไม่ก็ห้ามนำเข้าทั้งหมดในขณะนี้ แม้ทางการจะรับประกันว่า ผลิตภัณฑ์จากหมูที่ปรุงสุกแล้วปลอดภัยสำหรับการบริโภคก็ตาม
นิวซีแลนด์ ระบุว่า นักศึกษา 10 คน ที่ไปทัศนศึกษาที่เม็กซิโก อาจติดเชื้อไข้หวัดหมู และมีนักศึกษา 3 คน ในกลุ่มที่ 2 มีการป่วยแต่ไม่รุนแรงนัก ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบอิสราเอลพบชายคนหนึ่งที่เพิ่งกลับจากเม็กซิโก กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และอยู่ระหว่างการทดสอบเช่นกันว่า ติดเชื้อไข้หวัดหมูหรือไม่ ส่วนทางการฝรั่งเศสได้ตรวจพบผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อ 4 คน แต่ภายหลังพบว่า มีอยู่ 3 คน ที่ไม่ได้ติดเชื้อ ขณะที่บราซิล
มีผู้ป่วยที่เพิ่งเดินทางจากเม็กซิโก เข้ารับการรักษาตัวด้วยอาการป่วยจากไวรัสไข้หวัดหมู
ทางการสเปน พบผู้ป่วยต้องสงสัย 7 คน และกำลังอยู่ภายใต้การจับตาอย่างใกล้ชิด ด้านนิวซีแลนด์ ได้เริ่มการตรวจสอบผู้โดยสารขาเข้าที่เดินทางจากสหรัฐ และอีกหลายพื้นที่ในอเมริกาเหนือ มายังสนามบินนานาชาติอ็อคแลนด์ ส่วนโบลิเวีย ได้เริ่มตรวจสอบผู้โดยสารขาเข้าจากเม็กซิโก แลบะสหรัฐ และถ้าพบติดเชื้อ ก็จะนำไปกักตัวไว้เช่นกัน
อินโดนีเซีย ได้เพิ่มการตรวจจับบริเวณจุดผ่านเข้าประเทศทั้งหมด โดยใช้อุปกรณ์วัดไข้ที่สนามบิน ที่ติดตั้งเมื่อหลายปีก่อน เพื่อตรวจหาโรคซาร์ส และไข้หวัดนก เกาหลีใต้ได้เตือนพลเมืองเรื่องการเดินทางไปเม็กซิโก ส่วนอิตาลี โปแลนด์และเวเนซุเอล่า ได้แนะนำให้พลเมือง เลื่อนการเดินทางไปยังพื้นที่เกิดการระบาดในสหรัฐและเม็กซิโก
สำหรับอาการของผู้ป่วยโรคไข้หวัดหมู จะคล้ายอาการของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ โดยจะมีไข้ วัดอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 37.8 องศาเซลเซียสขึ้นไป , ปวดเมื่อยตามร่างกาย , ไอ ,เจ็บคอ , มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ และในบางกรณี จะมีอาการอาเจียนและท้องเสียด้วย
ปกติไวรัสชนิดนี้ จะติดต่อโดยตรงระหว่างหมู แต่โจเซฟ โดเมเนช ผู้อำนวยการสำนักงานสาธารณสุขสัตว์ของสำนักงานอาหารและเกษตรกรรมของสหประชาชาติที่กรุงโรม ระบุว่า มีสิ่งบ่งชี้ว่า ไวรัสสายพันธุ์นี้ สามารถแพร่ระบาดจากมนุษย์สู่มนุษย์ได้ปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดหมู และยังแม่ชัดว่า วัคซีนสำหรับมนุษย์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน จะสามารถป้องกันได้มากน้อยเพียงใด
WHOระบุเอเชียมีการเตรียมพร้อมรับมือได้ดีกว่า
ปีเตอร์ คอร์ดิงลีย์ โฆษกประจำสำนักงานภาคพื้นแปซิฟิกตะวันตกขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ในกรุงมะนิลา แถลงว่า เอเชียมีการเตรียมพร้อมที่ดีกว่าภูมิภาคอื่น ในการรับมือกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก (swine flu) เนื่องจากมีประสบการณ์ในการรับมือกับการระบาดของโรคร้ายแรง เช่น โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือ ซาร์ส ที่ระบาดเมื่อปี 2546 ทำให้หลายประเทศในภูมิภาค ต้องตรวจเข้มผู้โดยสารที่เดินทางทางอากาศ , ปิดโรงเรียน , ตระเตรียมยาแก้ไข้หวัดใหญ่ และกักตัวผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อไว้หลายพันคน
การระบาดของโรคซาร์ส ที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อราว 800 คน ทำให้เอเชียได้รับบทเรียนในการตรวจจับและกลไกการควบคุมการติดเชื้อที่ถูกวิธี ส่งผลให้มีการเตรียมพร้อมที่ดีกว่าที่อื่น ๆ จากการศึกษาในเบื้องต้น ไวรัสไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก H1N1 ที่ต้องสงสัยว่าคร่าชีวิตประชาชนในเม็กซิโกไปแล้ว
103 คนนั้น ยังไม่ถึงขั้นอันตราย แต่ก็เตือนว่าอย่านอนใจ เพราะมันอาจกลายพันธุ์ไปเป็นสายพันธุ์ที่อันตรายมากกว่านี้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่า มันจะกลายพันธุ์ไปในลักษณะใด เนื่องจากมันเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ทุกประเทศในโลกล้วนมีความเสี่ยง โดยเฉพาะการที่เอเชียส่งแรงงานอพยพจำนวนมากไปต่างประเทศ รวมทั้งสหรัฐ ที่พบผู้ติดเชื้อ 20 คน ใน 5 รัฐ
คอร์ดิงลีย์ ย้ำว่า ไม่มีหลักฐานที่ระบุว่า การรับประทานเนื้อหมูเป็นที่มาของการติดเชื้อ แต่ไวรัสชนิดนี้สามารถแพร่ระบาดโดยทางการติดต่อระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ได้ จีนห้ามนำเข้าเนื้อหมูจากเม็กซิโกและสหรัฐสกัดไข้หวัดใหญ่เม็กซิโกข่าวต่างประเทศ 27 เมษายน 2552
กทม.พร้อมรับมือแนะเลี่ยงพื้นที่ชุมนุมชนโรงหนัง
พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) แถลงว่า หลังจากที่รับทราบข่าวได้มีการประสานกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเตรียมรับมือกับโรคดังกล่าว และได้สั่งการไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วพื้นที่กทม. ในการดูแลคนไข้โดยการใช้วิธีคัดกรองผู้ป่วยเช่นเดียวกับการป้องกันโรคไข้หวัดนก เมื่อพบว่ามีอาการผิดสังเกตให้แยกจากผู้ป่วยทั่วไป และยืนยันว่ายาที่ใช้รักษาคือ วัคซีนทามิฟลู( Tamiflu) มีเพียงพอกับการรักษาหากพบผู้ที่ต้องสงสัยว่าอาจจะติดเชื้อ และเชื้อโรคดังกล่าวไม่ดื้อยาชนิดนี้เชื่อว่าจะป้องกันได้อย่างแน่นอน
พญ.มาลินี กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้อยากฝากไปยังประชาชนว่าการทานเนื้อหมูไม่ได้ทำให้ติดเชื้อโรค ดังนั้นจึงไม่ควรตื่นตระหนกกับโรคดังกล่าวมากเกินไป เพราะขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้ป่วยจากโรคนี้ในพื้นที่กทม. อย่างไรก็ตามขอเตือนให้ประชาชนทั่วไปหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่ชุมนุมชน อาทิ โรงภาพยนตร์ แต่หากมีความจำเป็นก็ขอให้สวมหน้ากากป้องกันเชื้อโรคด้วย
ยอดขายหมูย่างตรังตกร้อยละ50
นางหนูเรียง ชูทอง อายุ 62 ปี ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายหมูย่าง “ตรังหมูย่าง” ภายในเขตเทศบาลนครตรัง กล่าวว่า จากการที่หมูมีชีวิตหน้าฟาร์มได้มีการปรับราคาสูงขึ้น ทำให้ราคาหมูหน้าเขียงสูงถขึ้นถึง กก.ละ 130 บาท ขณะนี้ได้ส่งผลกระทบทำให้ยอดการจำหน่ายหมูย่าง ซึ่งเป็นสินค้าโอท็อประดับ 5 ดาวของ จ.ตรัง โดยเฉพาะที่ร้านตนซึ่งเปิดเป็นร้านขายน้ำชา กาแฟตอนเช้า ลูกค้ามักจะสั่งรับประทานพร้อมหมูย่าง มีรายได้ลดลงเกือบ 50 % เหลือวันละ 50,000 บาท จากเดิมจำหน่ายได้เฉลี่ยวันละเกือบ 100,000 บาท ทำให้ต้องมีการปรับลดกำลังการผลิตหมูย่างลงจากเดิมวันละ100 ตัว เหลือแค่วันละ 50 ตัว เพื่อขายให้หมดต่อวัน
ขณะเดียวกันได้ปรับราคาเพิ่มขึ้นอีก กก.ละ 10 บาท เป็น กก.ละ 360 บาท จากเดิม กก.ละ 350 บาท เนื่องจากไม่สามารถทนแบกรับภาระค่าใช้จ่ายได้ ในส่วนของหมูย่างที่แบ่งขายเป็นจานให้กับลูกค้าที่รับประทานภายในร้าน ยังยืนยันว่า ยังขายในราคาจานละ 50 บาท เท่าเดิม แต่ได้ปรับลดปริมาณหมูย่างลง ซึ่งแต่ก็ได้ชี้แจงให้ลูกค้าทราบว่า หากไม่ปรับราคาขึ้นก็ได้กำไรเล็กน้อยและอยู่ไม่ได้ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็เข้าใจและยอมรับได้
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่า จะมีการปรับลดการผลิตลงเหลือวันละ 50 ตัวแล้ว นางหนูเรียงก็ยังยอมรับว่า มีบางวันที่ขายได้ไม่หมด เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงที่ราคาหมูยังปกติ ทุกวันช่วงเช้าจะขายได้หมดเร็ว แต่ปรากฏว่า ช่วงนี้ขายได้จำนวนลดน้อยลง อย่างไรก็ตามแม้ว่าหมูย่าง ซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของ จ.ตรัง จะมีราคาแพง แต่ก็ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทางร้านพออยู่ได้ในช่วงที่หมูมีราคาแพง
ส่วนทางด้านนางชนิดา รุจิรัตน์ อายุ 62 ปี นักท่องเที่ยวชาวราชบุรี ซึ่งได้เดินทางมาท่องเที่ยวใน จ.ตรัง เป็นคณะกรุ๊ปทัวร์ กล่าวว่า ถึงแม้ปัจจุบันราคาเนื้อหมูในท้องตลาดได้มีการปรับราคาสูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา และยังส่งผลกระทบให้ผู้ประกอบการหมูย่างเมืองตรัง ต้องปรับราคาหมูย่างเพิ่มขึ้นอีกเป็น กก.ละ 360 บาท ก็ยังเห็นว่า ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความนิยมในการบริโภคหมูย่างของนักท่องเที่ยวให้ลดน้อยลงแต่อย่างใด เนื่องจากเห็นว่า หมูย่างที่ จ.ตรัง มีรสชาติที่อร่อย และเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ จึงเป็นที่ติดใจของนักท่องเที่ยวที่แวะเข้ามาใน จ.ตรัง และยังเห็นว่า หมูย่างไม่ได้เป็นอาหารที่รับประทานบ่อยครั้ง ถึงแม้ว่าจะมีการปรับราคาขึ้น ก็ยังยอมรับได้ เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เข้าใจและเห็นใจผู้ประกอบการที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ
ขณะที่นางสมร ทองพันธุ์ อายุ 58 ปี แม่ค้าจำหน่ายหมูย่างแผงลอยในตลาดสดเทศบาลนครตรัง กล่าวว่า แม้ว่าหมูจะมีการปรับราคาสูงขึ้น แต่ยังยืนยันว่า จะยังคงขายในราคา กก.ละ 350 บาท เท่าเดิม จะยังไม่ปรับราคาขึ้นตามในช่วงนี้ เพราะไม่ต้องการซ้ำเติมประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำและข้าวของแพง และหวั่นว่าหากขายแพงเกินไปลูกค้าจะไม่ซื้อ แต่จะใช้วิธีลดกำลังการผลิตลงเหลือวันละ 1-2 ตัว
สสจ.เชียงรายเฝ้าระวังตามแนวชายแดน
สำนักงานสาธารณุสขจังหวัดเชียงราย ได้ทำการเฝ้าระวังตามพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะตามบริเวณแนวชายแดน ที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังผู้ป่วยที่จะติดเชื้อไข้หวัดหมู เข้ามาในพื้นที่
นายแพทย์สุทัศน์ ศรีวิไล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ (โรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัด) กล่าวว่า กรมควบคุมโรคในจังหวัดเชียงราย พร้อมทั้งโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ได้มีการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดหมู ตามมาตรฐานของกรมควบคุมการแพทย์ ซึ่งยังไม่น่าที่จะเป็นห่วง เนื่องจาก เชื้อดังกล่าวได้อยู่ไกลจากประเทศไทยอย่างมาก แต่ก็ได้มีการประชาสัมพันธ์ ให้กับประชาชนได้ทราบถึงอาการ และวีธีการป้องกันตัวในด้านต่างๆ
ขณะนี้ก็ได้มีการจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ในการให้ความรู้และเฝ้าระวังประชาชนที่จะมีอาการไข้หวัดต่างๆ โดยเฉพาะตามบริเวณแนวชายแดนด้านต่างๆ ที่มีนักท่องเที่ยวได้เดินทางเข้าออกเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้ส่งผลถึงสภาพการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่
ร้านหมูกะทะเชียงใหม่หวั่นข่าวไข้หวัดหมู
นางสาวชลธิดา แก้วซาว ฝ่ายจัดซื้อร้านสุคนธาหมูกะทะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากที่มีกระแสข่าวโรคไข้หวัดหมูระบาดในประเทศเม็กซิโกส่งผลให้มีผู้เสียจำนวนมากและล่าสุดเชื้อดังกล่าวได้แพร่กระจายไปหลายประเทศ สร้างความตื่นตระหนกให้กับหลายประเทศทั่วโลกเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ในส่วนของร้านอาหารโดยเฉพาะร้านหมูกะทะก็ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากเช่นกัน แม้ว่าในประเทศไทยจะยังไม่พบว่ามีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคดังกล่าว
โดยกระแสข่าวที่ออกสื่อในช่วง 2-3 วันนี้ สร้างความวิตกให้กับประชาชนในการบริโภคเนื้อหมูเป็นอย่างมาก และนำเสนอโดยใช้คำว่าสงสัยจะมีผู้ติดเชื้อในประเทศไทย ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้คนเข้าใจและเชื่อว่ากว่า 80% มีแนวโน้มว่าจะพบเชื้อโรคในประเทศ การนำเสนอข่าวดังกล่าวเป็นการกระทบการตัดสินใจของผู้ที่จะบริโภคหมูกะทะเป็นอย่างมาก เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย สร้างความไม่มั่นใจให้กับผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการนำเสนอข่าวที่ออกไปจะส่งผลให้ยอดผู้มากินหมูกะทะลดลง คาดว่าจะหายไปจำนวนหนึ่งจากปกติที่มีประชาชนมาใช้บริการวันละกว่า 1,000 คน ทั้งนี้ ร้านสุคนธาหมูกะทะยืนยันว่าหมูที่ใช้ในร้านซื้อมาจากฟาร์มหมูที่มีใบรับรองจากกรมปศุสัตว์ มีแหล่งที่มาที่แน่นอน สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงใบรับรองด้านการขนส่งที่ถูกต้องติดไว้ด้านหน้าร้านเชื่อว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี
แม่ค้าลดเชือดหมูเหตุปชช.กลัวโรค
ขณะนี้ได้เกิดผลกระทบต่อการค้าขาย โดยที่ตลาดสดเทศบาลเมืองพิจิตร บรรยากาศการขายหมูหมูที่เขียงหมูที่มีกว่า 20 แผง ปรากฏว่า ไม่มีชาวบ้านมายืนซื้อหมูแม้แต่รายเดียว
แม่ค้ารายหนึ่งบอกว่า หลังจากที่มีข่าวทำให้ชาวบ้านกลัวไม่กล้าซื้อหมู ไปรับประทาน นอกจากนั้นยังมีอีกหลายเหตุผล ที่เป็นองค์ประกอบที่ทำให้ชาวบ้านไม่ซื้อหมูรับประทานก็คือ เศรษฐกิจที่ตกต่ำชาวบ้านมีรายได้น้อย รวมถึงราคาหมูที่แพงขึ้น โดยในขณะนี้ที่จังหวัดพิจิตร ราคาหมูเนื้อแดง ได้มีการปรับเพิ่มราคาเป็น 130 บาท ต่อกิโลกรัมแล้ว และยังจะมีโอกาสเพิ่มขึ้นอีก ทำให้บรรยากาศการขายหมู ซบเซา ที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา
นางสุภาวรรณ แสงตาล แม่ค้าในตลาดสดเทศบาลเมืองพิจิตร กล่าวว่า หลังจากที่เกิดปัญหาทั้งเศรษฐกิจทรุดตัว หมูแพง และล่าสุดข่าวการพบไข้หวัดหมู ทำให้ในขณะนี้ ต้องลดจำนวนเชือดหมู จากเดิมที่เคยเชือดหมู วันละ 3 ตัว เหลือเพียงตัวเดียวเท่านั้น และเมื่อชาวบ้านจะหันไปซื้อเนื้อสัตว์อย่างอื่นรับประทานอย่างเช่นปลาก็พบว่าปลาโดยเฉพาะปลาทับทิม แปลงเพศก็ปลากกฎว่าปลาก็มีราคาที่แพงขึ้นเช่นเดียวกัน โดยปลาทับทิมจากเดิมที่ขายในตลาดเทศบาลเมืองพิจิตรแต่ก่อนขายเพียงกิโลกรัมละ 80 บาท แต่ก็ทอยขึ้นมาถึงกิโลกรัมละ 100 บาทแล้ว



