ข่าว

ซุ่มยิง'สไนเปอร์'ฆ่าหนุ่มทวงหนี้

ซุ่มยิง'สไนเปอร์'ฆ่าหนุ่มทวงหนี้

31 ส.ค. 2554

ด.ต.ซุ่มยิง'สไนเปอร์' สังหาร...หนุ่มทวงหนี้ : โต๊ะรายงานพิเศษ

           "เป๊าะ..." เสียงดังคล้ายเปิดขวดน้ำอัดลม ดังขึ้นกลางวงข้าวนอกชานบ้านเช่าหลังหนึ่ง

            "ปรีชา จินตเกษการณ์" หนุ่มวัย 28 ร้องจนเสียงหลงแล้วล้มฟุบคาชามข้าว เลือดทะลักไหลออกมาจากใบหูข้างขวา สร้างความตื่นตะลึงให้เพื่อนๆ รวมวงข้าวทั้ง 6 คนเป็นอย่างมาก พอคลายความตกใจจึงรีบพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาลหนองบัวลำภู

           หลังเกิดเหตุเพียงไม่กี่นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ของ สภ.เมืองหนองบัวลำภู ออกตรวจอยู่บริเวณเขตบ้านกลาง ต.ลำภู อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ได้รับแจ้งจากพนักงานวิทยุสื่อสารให้เร่งเข้าตรวจสอบเหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธปืนในบ้านเช่าไม่มีเลขที่หลังหนึ่ง เมื่อเวลาประมาณ 3 ทุ่มครึ่งของวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา

           เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเดินทางถึงที่เกิดเหตุ เห็นประชาชนในละแวกนั้นจำนวนมากมายืนมุงดูเหตุการณ์ ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ภายในบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณชานบ้านพบเพียงกองเลือด จึงรายงานให้ พ.ต.อ.กิตติรัชต์ น้อยโพนทอง ผกก. และ พ.ต.ท.นฤชิต โลนะลุ สวป. เดินทางไปตรวจสอบผู้บาดเจ็บที่ถูกนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล

           ต่อมาทราบชื่อผู้บาดเจ็บ คือ นายปรีชา อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52/6 หมู่ 4 ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าบริเวณหลังใบหูขวา กระสุนฝังในแม้ทีมแพทย์พยายามช่วยชีวิตอย่างสุดความสามารถ แต่นายปรีชาทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

           การสอบสวนเพื่อนของนายปรีชาทั้ง 6 คน ให้การสอดคล้องกันว่า นายปรีชาและเพื่อนเกือบทั้งหมดมีอาชีพเก็บดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบ โดยเช่าบ้านหลังเกิดเหตุมานานหลายเดือนแล้ว ก่อนหน้านี้นายปรีชา เคยถูกนายทุนใช้ปืนจ่อยิงที่ศีรษะมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อประมาณปีเศษที่ผ่านมา โดยนายทุนอ้างว่านายปรีชา เก็บดอกเบี้ยจากลูกหนี้แต่ไม่นำมาส่งคืนให้

           หลังจากที่ได้ข้อมูลระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีว่า ก่อนได้รับแจ้งคดีฆาตกรรมคดีนี้ มีเจ้าของบ้านหลังหนึ่งในละแวกที่เกิดเหตุ โทรศัพท์มาปรึกษาว่ามีรถตู้คันหนึ่งจอดติดเครื่องยนต์มาเป็นเวลานาน เกรงว่าจะมาก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีได้แนะนำให้จดหมายเลขทะเบียนรถตู้ไว้

           ทันทีที่ พ.ต.อ.กิตติรัชต์ ทราบข้อมูลจึงประสานงานจนทราบว่ารถตู้คันดังกล่าวเป็นรถตู้สีบรอนซ์ทองไม่ทราบหมวดอักษร หมายเลข 6337 กรุงเทพมหานคร จึงแจ้งให้สถานีตำรวจใกล้เคียงช่วยสังเกตแล้วสกัดจับในฐานะรถตู้ต้องสงสัย

           ไม่นานนัก พ.ต.อ.กิตติรัชต์ ได้รับการประสานงานจาก พ.ต.ท.อิทธิวัตร มูลขุนทด สวป.สภ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ว่าสามารถสกัดรถตู้คันดังกล่าวได้ในเขตรับผิดชอบภายในรถตู้มีอาวุธปืนยาวขนาด.22 ติดลำกล้อง 1 กระบอก พร้อมลำกล้องเก็บเสียงอีก 1 กระบอก ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก ปืนขนาด 11 มม. 1 กระบอก และปืนขนาด.38 อีก 1 กระบอก รวมทั้งกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 20 นัด กระสุนปืนขนาด.38 จำนวน 5 นัด กระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 11 นัด กระสุนปืนขนาด.22 จำนวน 8 นัด และกระสุนปืนขนาด 11 มม. จำนวน 2 นัด อีกทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารภายในรถตู้คือ ด.ต.บัวผิน ม่วงดี อายุ 53 ปี ผบ.หมู่งาน ป.สภ.เมืองนครราชสีมา และ ด.ต.เสริมพล กรกระโทก อายุ 53 ปี อดีตตำรวจสังกัด กก.สส.ภ.3 จึงควบคุมตัวมาสอบสวนในฐานะผู้ต้องสงสัย

           หลังจากสอบสวนหลายชั่วโมง ด.ต.เสริมพล ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยาว.22 ติดกล้องและลำกล้องเก็บเสียง ซุ่มในป่ากล้วยข้างทางแล้วยิงนายปรีชา ส่วน ด.ต.บัวผิน อ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเพียงแต่ ด.ต.เสริมพล ชักชวนให้มาหาเพื่อนที่ จ.หนองบัวลำภู เท่านั้น

           “การสอบสวน ด.ต.เสริมพล อ้างว่าร่วมกับนายปรีชา ปล่อยเงินกู้ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา แต่นายปรีชาไม่จ่ายเงินให้ 4 หมื่นบาท แล้วหลบหนีไปทำงานเก็บดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบใน จ.หนองบัวลำภู ประมาณ 2 เดือน โดยพยายามหาข่าวกับคนรอบข้างจนกระทั่งรู้ว่านายปรีชา พักอาศัยอยู่ตรงจุดที่เกิดเหตุ จึงติดตามมาตามคำอ้างของ ด.ต.เสริมพล ชุดสืบสวนสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อมากนัก คาดว่าน่าจะมีมูลเหตุอย่างอื่นอย่างใดมากกว่านี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล“ พ.ต.ท.นฤชิตระบุ