ข่าว

ไม้ใหญ่ล้มขวางถ.พิษณุโลก-หล่มสัก

ไม้ใหญ่ล้มขวางถ.พิษณุโลก-หล่มสัก

30 ส.ค. 2554

ฝนตกหนักทั้งจว.พิษณุโลก ไม้ใหญ่ล้มขวางการจราจรติดขัด

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 13.00 น.  วันที่ 30 ส.ค.54  เกิดฝนตกหนักมากครอบคลุมแทบทุกอำเภอใน จ.พิษณุโลก โดยเฉพาะแถบอำเภอนครไทย, อำเภอวังทอง และอำเภอเนินมะปราง  ทำให้ต้นไม้ใหญ่ ล้มลงขวางเส้นทางจราจรที่ถนนพิษณุโลก-หล่มสัก หลักกม. 288-289 บ้านหนองกุลา ม.12 ต.แห่งโสภา อ.วังทอง  การจราจรติดขัด รถจากพิษณุโลกมุ่งสู่ภาคอีสาน ต้องค่อยๆ ผลัดกันลัดเลาะผ่านต้นไม้  ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและกรมทางหลวง กำลังเร่งนำต้นไม้ออกเพื่อเปิดการจราจรให้เป็นปกติ

 

'มาร์ค'ลุยน้ำท่วมช่วยพังงาหลังน้ำทะลักตะกั่วป่าหนักน้ำสูง2ม.ปิดชั่วคราว10ร.ร.

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 30 ส.ค.54  นายสมเกียรติ อินทรจันทร์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดพังงา  เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอจังหวัดพังงา ประกอบด้วย  อ.ตะกั่วป่า, อ.คุระบุรี และ อ.กะปง เริ่มคลี่คลายบ้างแล้ว

          โดยระดับน้ำเริ่มลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ฝนได้หยุดตก ยกเว้นในพื้นที่ อ.ตะกั่วป่า ที่แม้ว่าระดับน้ำจะลดระดับลง แต่เนื่องจากพื้นที่น้ำท่วมส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำ ทำให้น้ำยังคงท่วมขังสูงประมาณ 1 เมตร  โดยเฉพาะที่บริเวณเขตเทศบาลตลาดเก่าระดับสูง 1-2 เมตร ชาวบ้านกว่า 1,000 ครัวเรือนต้องขึ้นไปอาศัยอยู่บนชั้นสองของบ้านเพื่อรอความช่วยเหลือ

          ล่าสุดเจ้าหน้าที่ภาครัฐและหน่วยงานส่วนท้องถิ่น ได้เร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปให้ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้ว โดยเฉพาะการนำอาหารและเครื่องบริโภคเข้าไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายถาวร เสนเนียม ได้ลงพื้นที่ไปให้ความช่วยเหลือชาวบ้านเช่นกัน โดยนำเครื่องอุปโภค บริโภคพื้นฐานเข้าไปแจกจ่ายประชาชนในพื้นที่ อ.ตะกั่วป่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

          นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้ประสานตำรวจตระเวนชายแดนที่ 425 ตะกั่วป่า นำเรือท้องแบนไปบริการประชาชนในเขตเทศบาลอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โรงเรียนอย่างน้อย 10  แห่งในเขตเทศบาล เช่น โรงเรียนเทศบาลบ้านเสนารังสรรค์, โรงเรียนเทศบาลบ้านย่านยาว, โรงเรียนเทศบาลบ้านศรีตะกั่วป่า, โรงเรียนสุธินอนุสรน์,โรงเรียนวัดคมมณียเขต, โรงเรียนเสนานุกูล และโรงเรียนนิลุบล ต้องหยุดการเรียนการสอนชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย หลังจากที่เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้มีเด็กนักเรียนเสียชีวิตถึง 2 ราย

          "พื้นที่น้ำท่วมที่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด คือพื้นที่ อ.ตะกั่วป่า เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำจากตอนเหนือ ทำให้จำเป็นต้องเฝ้าระวังกรณีฝนตกในพื้นที่อื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณย่านตลาดเก่าเป็นจุดที่น้ำท่วมเป็นประจำทุกปี แม้จะมีความพยายามสร้างเขื่อนหรือตลิ่งกั้นน้ำเพื่อป้องกันแต่ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลมามีปริมาณมากจนเกินระดับตลิ่งกั้นน้ำจะรับได้" นายสมเกียรติ กล่าว

 

ศอส.สรุปเหลือน้ำท่วม11จว.เดือดร้อน3แสนคนตาย54รายเตือน13จว.ระวังน้ำท่วมฉับพลัน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค.54  นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า มีจังหวัดประสบสถานการณ์อุทกภัยและประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน จำนวน 36 จังหวัด 280 อำเภอ 1,866 ตำบล 15,410 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 1,130,281 ครัวเรือน 3,871,098 คน  โดยปัจจุบันยังคงเหลือสถานการณ์อุทกภัยใน 11 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย, พิจิตร, พิษณุโลก, นครสวรรค์, พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, ชัยนาท, อุบลราชธานี, พังงา, ระนอง และสุราษฎร์ธานี รวม 52 อำเภอ 363 ตำบล  2,132 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 109,281 ครัวเรือน 334,895 คน ผู้เสียชีวิต 54 ราย ผู้สูญหาย 1 คน

          นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำต่างๆ ที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ ลุ่มน้ำยม ที่อำเภอบางระกำ จ.พิษณุโลก ระดับน้ำยังสูงกว่าตลิ่ง 3 เมตร, อำเภอโพธิ์ทะเล จ.พิจิตร, ลุ่มน้ำน่าน ที่อำเภอชุมแสง จ.นครสวรรค์ และลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ที่อำเภอบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา

          ส่วนพื้นที่ที่ภาวะน้ำล้นตลิ่งมีแนวโน้มลดลง ได้แก่ ลุ่มน้ำยม ที่อำเภอศรีสำโรง จ.สุโขทัย, ลุ่มน้ำน่าน ที่อำเภอเมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก, ลุ่มน้ำป่าสัก ที่อำเภอวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์, ลุ่มน้ำชี ที่อำเภอเมืองยโสธร, อำเภอมหาชนะชัย จ.ยโสธร ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้จังหวัดหนองคาย จ.บึงกาฬ  และจว.ในพื้นที่ใกล้เคียง ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ ลงสู่แม่น้ำโขงในระยะ 1-2 วันนี้

          นายวิบูลย์ กล่าวด้วยว่า จากการคาดหมายลักษณะอากาศ ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนตกชุกต่อเนื่อง จึงขอเตือนให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย ตามที่ลาดเชิงเขาและใกล้ทางน้ำไหลผ่านของ 9 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำปาง, แพร่, น่าน, สุโขทัย, เลย, อุดรธานี และหนองคาย  ระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนักที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้

 

ชาวพิจิตร9คนล่องเรือหาอาหารตุนหลังน้ำท่วม2อาทิตย์เรือเกิดล่มโชคดีชาวบ้านช่วยทัน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 30 ส.ค.54  หลังจากที่พายุฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งวันทั้งคืน ประกอบกับน้ำป่าได้ไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ชาวบ้าน ตำบลวังทรายพูน อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ซึ่งจากเดิมท่วมอยู่แล้วกว่าครึ่งเดือน ทำให้อาหารการกินที่เก็บไว้ได้หมดลง ชาวบ้านท่ากระดาน จึงได้นั่งเรือมาด้วยกัน 9 คน ประกอบด้วย ผู้ใหญ่ 6 คน เด็ก 3 คน ซึ่งมีนายนายสมบัติ สอนสุทธิ์ อายุ 47 ปี  อบต.หนองปลาไหล หมู่ที่ 10 ตำบลหนองปลาไหล เป็นคนขับเรือ ซึ่งเป็นเรือเหล็กขนาดยาว 4 เมตร กว้าง 70-80 ซม. ทำการดัดแปลงติดเครื่องยนต์หางยาว

          เมื่อแล่นห่างจากหมู่บ้านมาประมาณ 500 เมตร ซึ่งบริเวณดังกล่าวน้ำไหลแรง ประกอบกับคนที่ขับเรือนั้นไม่ชำนาญทาง และน้ำหนักคนมาก น้ำจึงเข้าหัวเรือคว่ำลง คนที่อาศัยมาในเรือนั้นจมไปในน้ำที่มีระดับสูงกว่า 2 เมตร ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่  โดยคนที่ว่ายน้ำเป็นก็ช่วยเด็ก ขณะที่บางคนก็ว่ายน้ำเอาชีวิตรอด พร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ซึ่งต่างก็กระโดดลงมาช่วยจนรอดชีวิตหวุดหวิด ทั้ง 9 คน เมื่อช่วยกันขึ้นมาได้ จึงส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลพิจิตร

          สำหรับผู้บาดเจ็บ  ประกอบด้วย นางจิตตรา สุขสอน อายุ 44 ปี, นายสมบัติ สอนสุทธิ์ อายุ 47 ปี, นายอารักษ์ สอนสุข อายุ 28 ปี, นายรุ่งโรจน์ เมืองทอง อายุ 40 ปี, นางสาวเสาวรส สุสำราญ อายุ 30 ปี, นางสาวศิวาพร เมืองทอง, ด.ญ.นัฐ สอนสุทธิ์ อายุ 11 ปี, ด.ญ.วิจิตรา เมืองทอง อายุ 8 ปี และด.ช.ศิวพล สุขสำราญ อายุ 3 ปี ซึ่งบาดเจ็บจากการจมน้ำ อาการสาหัส

          นายสมชาย สุสอน อายุ 47 ปี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์และลงไปช่วย กล่าวว่า หมู่บ้านถูกน้ำท่วมนานกว่าครึ่งเดือนแล้ว ปรากฏว่าเมื่อคืนฝนตกลงมาต่อเนื่องประกอบกับน้ำป่าก็มาเช่นกัน หลังฝนหยุดภรรยาตนและญาติๆ รวม 9 คน ได้ชักชวนกันนำเรือซึ่งเป็นเรือเหล็ก ติดเครื่อง ออกไปหาซื้ออาหารการกิน เนื่องจากเสบียงนั้นหมดแล้ว เพราะถูกน้ำท่วม อีกทั้งราชการเอง อบต.ก็ไม่เคยเข้าไปช่วยเหลือ ขณะตนเดินอยู่บริเวณบ้านที่ถูกน้ำท่วมได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ หันไปอีกทีไม่เห็นเรือ เห็นแต่หัวคนผุบๆ โผล่ๆ  จึงเรียกชาวบ้านโดดลงไปช่วยดังกล่าว พร้อมนำส่งโรงพยาบาล