ข่าว

พท.ซัดกันเองค้านแดงบุกช่อง7

พท.ซัดกันเองค้านแดงบุกช่อง7

30 ส.ค. 2554

ตร..ดุสิตออกหมายเรียกแล้ว "แดงเพชรบุรี" ข่มขู่นักข่าว นักข่าวสาวยันไม่มีอคติกับ "ยิ่งลักษณ์" วอนเป็นสังคมใช้เหตุผล "เพื่อไทย" ซัดกันเองค้านเสื้อแดงบุกร้องช่อง 7 บีบนักข่าวถอนแจ้งความ

          30 สิงหาคม2554  พ.ต.ท. พิตพินันท์ อุทธสิงห์ รองผกก.สอบสวน สน.ดุสิต กล่าวถึงคดีที่ผู้สื่อข่าวช่อง 7 สี แจ้งความดำเนินคดีคนเสื้อแดงเพชรบุรี ที่ส่งเมล์ข่มขู่ว่า จากการตรวจสอบหลักฐานและสอบปากคำแล้วพบว่าเมลล์ดังกล่าว เป็นลักษณะใช้คำหยาบคายด่าทอ โดยผู้เสียหายยืนยันที่จะดำเนินคดีกับคู่กรณี ให้ถึงที่สุด เนื่องจาก ข้อความดังกล่าวเป็นการข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว ส่งผลกระทบต่อจิตใจ
 
           รอง ผกก.สน.ดุสิต. กล่าวต่อว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้พิจารณาแล้ว จึงได้ทำหนังสือออกหมายเรียกให้นางสาวพรทิพย์ ปักษานนท์ เสื้อแดงเพชรบุรี  คู่กรณี มารับทราบข้อกล่าวหา ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมแล้ว โดยจะให้เวลา 15 วัน แต่จนถึงขณะนี้ คู่กรณียังไม่ได้ติดต่อมาแต่อย่างใด ซึ่งก็ต้องให้เวลา ทั้งนี้ หากยังไม่มารายงานตัวก็จะออกหมายเรียกอีกครั้ง แต่หากยังปฏิเสธก็จะต้องดำเนินการออกหมายจับต่อไป

           "อย่างไรก็ตาม จากกรณีดังกล่าว ถือเป็นความผิดลหุโทษ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการแจ้งข้อหา ทำให้เกิดความกลัว และทำให้ได้รับความเดือดร้อน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 1 พันบาท หรือ ทั้งจำ ทั้งปรับ"  พ.ต.ท. พิตพินันท์ กล่าว

 

นักข่าวช่อง7ยันไม่มีอคติกับ "ยิ่งลักษณ์" วอนเป็นสังคมใช้เหตุผล

 

            น.ส.สมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7  ซึ่งถูกคนเสื้อแดงกดดันให้สถานีปลดออกจากหน้าที่ ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เนชั่นชาแนลว่า ตนมองว่าการเคลื่อนไหวให้ปลดเป็นสิทธิที่จะเรียกร้องได้ แต่ในแง่การทำงานก็มองได้ว่าเรากำลังถูกคุกคามหรือไม่ เพราะท่าทีที่เขาดำเนินการมีลักษณะการคุกคาม ข่มขู่กดดัน หากย้อไปดูคำถามก็จะได้คำตอบว่าตนทำหน้าที่ในฐานะสื่อหรือมีอคติกับตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร   นายกรัฐมนตรีหรือไม่

            น.ส.สมจิตต์กล่าวต่อว่า ผู้บริหารช่อง 7 เข้าใจในการทำหน้าที่ และตนขอโทษผู้บริหารที่ทำให้สถานีได้รับผลกระทบจากการรักษาสิทธิ ซึ่งผู้บริหารก็เข้าใจว่าเป็นการรักษาสิทธิตามกฎหมาย โดยยืนยันว่าจะไม่ถอนแจ้งความและจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะหากคนในสังคมไม่สามารถรักษาสิทธิได้ และนำคนมาข่มขู่บ้านเมืองคงอยู่ยาก และคดีนี้ก็เป็นเพียงแค่ลหุโทษเท่านั้นและคนที่มีชื่อในอีเมล์ก็ออกมาขอโทษและตนก็รับ แต่เรื่องการดำเนินคดีเป็นคนละส่วนและอยากให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ไม่ว่าโทษหนักหรือเบา อย่างวานนี้คู่กรณีก็จะฟ้องกลับตนก็ยินดีหากเห็นว่าตัวเองเสียหาย นี่คือการใช้สิทธิตามกระบวนการยุติธรรม อย่าใช้ความรู้สึกตัวเองมาตัดสิน

            เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า ผู้บริหารยืนยันว่าจะปลดหรือไม่  น.ส.สมจิตต์กล่าวว่า ผู้บริหารหนักแน่นเพียงพอ และมั่นใจว่าที่ตนทำงานไม่มีส่วนไหน ที่อคติกับ น.ส. ยิ่งลักษณ์หรือกลั่นแกล้ง เพราะคำถามเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ หากไม่ออกจากปากของตน ก็จะมีคนอื่นถามเช่นกัน และต้องผจญกับคำถามนี้ไปอีกหลายครั้ง
 
            "คนมีอารมณ์มากในสังคมที่ขัดแย้งสูง เราอย่าทำให้สังคมไทยเป็นสังคมเด็กเทคนิค ต้องอยู่ด้วยเหตุและผล ไม่ใช่ว่าถูกรังแกและยกพวกไปขู่อีกฟาก เราไม่ควรให้เกิดเรื่องแบบนี้ในสังคม นายกรัฐมนตรีบอกอยากสลายทุกข์สร้างสุข ทำทีทำได้คือให้ทุกคนใช้ชีวิตได้ตามปกติ เคารพหน้าที่ซึ่งกันและกัน และหากทุกคนเคารพกฎหมาย กติกา ก็จะทำให้สังคมมีรอยยิ้มอย่างที่ต้องการ" น.ส.สมจิตต์กล่าว

            เมื่อถามว่า วันนี้ นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ และ นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช.  ระบุว่กาารเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่มีแกนนำร่วมด้วยแต่ก็เป็นสิทธิที่ทำได้  น.ส.สมจิตต์กล่าวว่า ไม่เถียงว่าทุกคนมีสิทธิในการแสดงออกภายใต้กรอบกฎหมาย แต่ขอย้อนถามว่าวันที่ นักศึษา 2 คน ไปแสดงความเห็นโดยการวางพวงหรีดที่หน้าสภา มีใครมีสิทธิจะไปทำร้ายเขา และวันนี้มีใครไปทำร้าสยคนเสื้อแดงในการแสดงออกหรือไม่ หากบอกว่าเรามีสิทธิต้องให้คนอื่นมีสิทธิเหมือนกันไม่ใช่เสื้อแดงมีสิทธิเหนือคนอื่น อย่างนี้เป็นสองมาตรฐานใช่หรือไม่

            น.ส.สมจิตต์ กล่าวต่อว่าถึงวันนี้ยังไม่จำเป็นต้องขอความคุ้มครองจากตำรวจ เพราะเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเชื่อว่าความดีจะคุ้มครอง การทำงานไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว และไม่ทำให้หวั่นไหว แต่การส่งสัญญาณลักษณะนี้จะทำให้สัมคมเกิดความรู้สึกว่าจะสร้างอาณาจักรความกลัวให้เกิดขึ้นหรือไม่  อย่าเซนเซอร์ให้เกิดความกลัว อย่าบริหารประเทศท่ามกลางความหวาดกลัว 

 

เสื้อแดงชุมนุมหน้าช่อง7บีบนักข่าวถอนแจ้งความ

 

            ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 13.00 น. นายนพพร นามเชียงใต้ ได้นำกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 20 คนไปชุมนุมกดดันที่หน้าสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 เพื่อเรียกร้องและยื่นหนังสือให้ผู้บริหารพิจารณาการทำงานขอ ผู้สื่อข่าวช่อ ง7 โดยกลุ่มคนเสื้อแดงดังกล่าวยังมีป้ายข้อความเขียนโจมตีการทำงานของนักข่าวช่อง7 ต่างๆนานา และยังบอกว่าสื่อคุกคามประชาชน พร้อมกับเรียกร้องให้นักข่าวถอนแจ้งความกรณีไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีคนเสื้อแดงที่ส่งอีเมล์ข่มขู่

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าช่อง7 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนอกเครื่องแบบของ สน.บางซื่อ มาคอยดูแลความสงบ กลุ่มเสื้อแดงใช้เวลาเรียกร้องประมาณ 20 นาที แล้วยื่นหนังสือให้ผู้บริหารช่อง7 ก่อนจะสลายตัวไปโดยไม่มีเหตุวุ่นวายแต่อย่างใด

 

ผู้จัดการฝ่ายข่าว7แจงยังไม่พิจารณาคำร้องขณะนี้

 

             นายสมเกียรติ เจริญภิญโญยิ่ง ผู้จัดการฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 กล่าวว่า การยื่นหนังสือถือเป็นการแสดงความคิดเห็นของประชาชนซึ่งเราก็รับฟัง แต่การปลดหรือจะย้ายผู้สื่อข่าวนั้น ทางสถานีจะไม่ดำเนินการใดๆ ในเวลานี้เพราะเราก็มีหลักการในการพิจารณา เช่นเดียวกับการนำเสนอข่าวเรายืนยันการทำหน้าที่ ส่วนเรื่องคดีความที่ น.ส.สมจิตต์ ดำเนินการไว้ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล
 

 

“ยุทธศักดิ์” อ้างไม่รู้แดงชุมนุมบีบนักข่าว

            พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมเพื่อประท้วงสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง7ว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้เลยและไม่ทราบว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ตอบไม่ได้เพราะยังไม่มีรายงานขึ้นมา ขอดูเหตุการณ์ก่อน และยังไม่รู้ว่า เขาจะไปปิดจริงหรือไม่

 

"เจ๋ง ดอกจิก"โบ้ยไม่รู้เรื่องอ้างเป็นฝีมือกลุ่มย่อย

           

           นายยศวริศ ชูกล่อม  หรือ "เจ๋ง ดอกจิก" ผู้ช่วยเลขานุการ รมช.มหาดไทย และแกนนำกลุ่ม นปช.  กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ขอชี้แจงว่ากลุ่ม นปช.มีหลายส่วน ซึ่งกลุ่ม นปช.ส่วนกลางที่ตนเป็นแกนนำด้วยนั้นไม่เคยมีมติอย่างนี้เลย แต่ยังมีกลุ่มเล็กๆน้อยๆที่ทำหน้าที่ของตัวเองไป และมีกลุ่มอื่นๆที่มาใส่เสื้อสีแดง เช่น กลุ่มตาสว่าง หรือกลุ่มที่ไปเผาพวงหรีดที่หน้าบ้านของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งไม่เกี่ยวกับกลุ่ม นปช.เลย

            นอกจากนี้การทำงานของกลุ่ม นปช.จะมีการประชุมและลงมติในที่ประชุมใหญ่ก่อนจะดำเนินการใดๆซึ่งจะมีการแถลงข่าวให้ทราบ ดังนั้น การกระทำของกลุ่มเล็กๆก็เป็นเรื่องของกลุ่มนั้นๆ  โดยเราไม่สามารถจะรู้ทิศทางว่าคิดจะทำอะไร ที่ไหน อย่างไร 

 

"ขวัญชัย"ลั่นไม่เห็นด้วยแกนนำแดงควรควบคุมอารมณ์

 

            ด้านนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำกลุ่มคนรักอุดรฯ กล่าวว่า น.ส.พรทิพย์ระบายอารมณ์เพราะอัดอั้นมานานจากรัฐบาลที่แล้ว เมื่อนักข่าวปฏิเสธที่จะถอนแจ้งความก็คงต้องว่ากันไปตามกฎหมาย

            นายขวัญชัย กล่าวต่อว่า สำหรับการที่กลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางไปยังบริเวณสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 7 นั้น ตนไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน เพราะมันเป็นเรื่องไม่สมควร ประกอบกับมีผู้สื่อข่าวจำนวนมากที่อยู่ในช่อง 7 ก็เป็นคนดี และก็ไม่ชอบกับพฤติกรรมของนักข่าวคนดังกล่าว รวมทั้งไม่ชอบพฤติกรรมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะเดินทางไปประท้วงช่อง 7 ด้วยเช่นกัน ดังนั้นอย่าไปกดดันอะไรแบบนั้น

 

 

 "เพื่อไทย"ซัดกันเอง ค้านเสื้อแดงบุกร้องช่อง 7

        นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวการภายหลังประชุม ส.ส. ว่า กรณีที่ฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย เตรียมยื่นกระทู้ถามสดเรื่องการคุกคามสื่อมวลชนช่อง 7 เป็นเรื่องผิดหวังการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านที่นำประเด็นนี้มาตั้งประกระทู้ เพราะเรื่องนี้มีการแสดงการขอโทษไปแล้ว ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็ไม่เห็นด้วยและได้ติติงการกระทำลักษณะเช่นนี้ ส่วนเรื่องการลดราคาน้ำมันที่เป็นผลดีกับประชาชน แต่สวนทางกับฝ่ายค้านที่มองว่าเป็นการสร้างปัญหา ดังนั้น ฝ่ายค้านพยายามนำมาเป็นประเด็นทางการเมืองในการตรวจสอบ เพื่อหวังดิสเครดิตรัฐบาล ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ไม่สร้างสรรค์ และต่ำกว่ามาตรฐาน เพราะแทนที่ฝ่ายค้านจะมีการตั้งกระทู้ถามสดเรื่องสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งเป็นประโยชน์กับประชาชนมากกว่า

        ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางพรรคเห็นด้วยหรือไม่ที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงไปประท้วงที่หน้าสถานีกองทัพบกช่อง 7 โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า การเดินทางไปยื่นหนังสือถือเป็นสิทธิที่จะทำได้ แต่การไปแสดงพลังก็ไม่เห็นด้วย ซึ่งคนที่ไปโพสต์ก็ไม่ใช่การกระทำของรัฐบาล หรือของพรรคเพื่อไทย แต่เป็นเรื่องของประชาชน แต่พรรคเพื่อไทยยังเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนที่เป็นกลาง ถึงแม้จะมีเอียงบ้างก็เป็นธรรมชาติของแต่ละบุคคล แต่ขอยืนยันพรรคไม่มีลักษณะปิดกั้นการทำงานของสื่อมวลชน เพราะการคุกคามสื่อก็เหมือนคุกคามประชาชน ที่ผ่านมาตนเห็นสื่อทำงานตรงไปตรงมาแล้ว