ข่าว

บิ๊กตร.เอี่ยวบ่อนสุทธิสารนับ10

บิ๊กตร.เอี่ยวบ่อนสุทธิสารนับ10

30 ส.ค. 2554

จเรตำรวจแห่งชาติ เตรียมเสนอรายงานบ่อนให้ ผบ.ตร. ทราบ พบ ตำรวจ กว่า 10 นาย เกี่ยวข้อง ป.ป.ท.เด้งรับนโยบายปราบ 42 บ่อนใหญ่ในกทม.

        พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จะเสนอรายงานสรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้น กรณีข้อเท็จจริง เกี่ยวกับบ่อนย่านรัชดา เบื้องต้นพบ นายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชา จาก สน.สุทธิสาร กว่า 10 นาย ถูกผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 2 นาย ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 2 ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และระดับหัวหน้าสถานีสุทธิสาร และผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งรายละเอียดที่สอบสวน ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ใครบกพร่องบ้าง ใครเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร และใครต้องรับผิดชอบบ้าง

         ส่วนกรณีนี้ ยังไม่ได้เสนอบทลงโทษ หรือผิดวินัยร้ายแรง และไม่ร้ายแรง โดยโทษสูงสุดของวินัยร้ายแรง คือ ปลดออกและไล่ออก และที่ผ่านมา ยืนยันว่า การทำงานตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจังไม่ได้ต้องการสร้างภาพ

 

ป.ป.ท.เด้งรับนโยบายปราบ 42 บ่อนใหญ่ในกทม.

 

          นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระบวนการยุติธรรม ได้มอบหมายให้ป.ป.ท.จัดชุดเฉพาะกิจเข้าตรวจค้นบ่อนตามบัญชีรายชื่อที่มีอยู่จำนวน 42 บ่อน โดยขีดเส้นต้องปิดบ่อนทั้งหมดให้ได้ภายใน 3 วัน หลังจากนี้หากชุดเฉพาะกิจป.ป.ท.พบว่ายังมีบ่อนเปิดให้บริการให้ตนโทรศัพท์สายตรงถึงรองนายกฯได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อที่ร.ต.อ.เฉลิมจะสั่งการให้ตำรวจเข้าจับกุมเนื่องจากป.ป.ท.ยังไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ทั้งนี้ร.ต.อ.เฉลิมได้กำชับให้ป.ป.ท.ทำงานตรงไปตรงมาไม่ต้องเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม ซึ่งล่าสุดตนได้สั่งให้ชุดเฉพาะกิจ 3 ชุดกระจายกำลังตรวจสอบแหล่งอบายมุขในพื้นที่เขตนครบาลและได้สั่งการไปยังสำนักงานเขตป.ป.ท.พื้นที่ 5 จ.เชียงใหม่ และพื้นที่ 9 จ.สงขลาให้ตรวจสอบสถานบันเทิงซึ่งอาจมีการลักลอบเปิดให้มีการเล่นการพนัน

          นายอำพล กล่าวว่า สำหรับตู้ม้าป.ป.ท.พบว่ามีการเปิดกันแทบทุกซอย แต่มีปัญหาไม่สามารถเข้าจับกุมหรือยึดได้เพราะมีข้อติดขัดในแง่กฎหมายที่ไม่ให้อำนาจยึดอายัดตู้พนันที่ไม่ได้เปิดใช้งาน เนื่องจากไม่เข้าองค์ประกอบความผิดเพราะไม่มีผู้เล่นแทงพนัน ดังนั้นจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด หากพื้นที่ใดมีการนำตู้มามาตั้งแล้วเสียบปลั้กให้เข้าจับกุมได้ทันที

          "บ่อนขนาดใหญ่และบ่อนขนาดกลาง 42 แห่งตามข้อมูลของป.ป.ท.พบว่ามีการจ่ายส่วยเจ้าหน้าที่ตั้งแต่หลักแสน จนถึงหลักล้านบาท โดยเฉพาะขนาดกลางจนถึงบ่อนขนาดใหญ่ผู้เล่นตั้งแต่ 60-100 คน ซึ่งหากจับกุมนักพนันได้ 100 คนขึ้นไป ก็พร้อมประสานป.ป.ง.เข้าตรวจสอบธุรกรรมการเงินทันที ส่วนบ่อนวิ่งแม้จะมีข้อมูลก็จับได้ยากเพราะไม่มีหลักแหล่งชัดเจน" นายอำพล กล่าว

          นายอำพล ยังกล่าวถึงบ่อนขนาดใหญ่ย่านเตาปูนซึ่งเป็นปัญหายืดเยื้อมานาน ป.ป.ท.ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปแล้ว แต่ไม่สามารถเข้าได้เนื่องจากมีประตูเหล็กหลายชั้น และมีชาวบ้านคอยเป็นหูเป็นตาให้ การเข้าค้นจึงทำได้ยาก ส่วนบ่อนในเขตพื้นที่ฝั่งธนบุรีก็อยู่ในเป้าหมายที่จะต้องเข้าตรวจสอบโดยไม่มีการละเว้นเช่นกัน

          “หากการซื้อขายตำแหน่งหมดไปได้ ข้าราชการก็ไม่จำเป็นต้องขวนขวายหาเงินผิดกฎหมายไปซื้อตำแหน่งหรือรักษาเก้าอี้ของตัวเอง อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนก็จะช่วยแก้ไขปัญหาการลักลอบเปิดบ่อนการพนันและแหล่งอบายมุขให้หมดไป ต้องยอมรับว่าปัญหาที่ปราบไม่หมดเกิดจากเจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่แต่ละสน.ไม่ปราบปรามอย่างจริงจัง แม้จะเอ็กซเรย์เห็นพื้นที่ทั้งหมด บ่อนจึงไม่มีหลุดลอดสายตาไปได้ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ละเลยจึงสรุปได้ว่ามีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง” เลขาธิการสำนักงานป.ป.ท. กล่าว