
'ต่อพงษ์'ชี้ต่อยอด'30บาทรักษาทุกโรค'
กระทรวงสาธรณะสุข เผย เตรียมต่อยอด '30 บาทรักษาทุกโรค' เล็งเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมปรับ 'บางระกำโมเดล' ช่วยเหลือประชาชน พร้อมใช้เครือข่ายสแกนพื้นที่ช่วยเหลือ
30 ส.ค.54 นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขจะนำรูปแบบการช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบเหตุอุทกภัยตามโมเดลของ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก และที่ จ.อุดรธานี มาปรับใช้ว่า เราพยายามที่ดูปัญหาให้สอดคล้องกับโมเดลต่างๆที่รัฐบาลจะนำไปใช้ต่อจากนี้ไป
โดยในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ได้หน่วยงานที่จะดูแลรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ที่ได้รับผลจากอุทกภัย ซึ่งจะใช้เครือข่ายเน็ตเวิร์กที่กระทรวงสาธารณสุขมีอยู่ คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่จะไปดูเรื่องของจิตใจ ความเป็นอยู่ของประชาชนในภาวะน้ำท่วม ซึ่งมีการประเมินผลตัวชี้วัดอย่างชัดเจน สามารถประเมินผลได้ในช่วงที่น้ำกำลังมาและท่วมขัง มีสถานีอนามัย และโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ ซึ่งจะเป็นเครือข่ายที่อยู่ในพื้นที่กับพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว
รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ทางกระทรวงจะใช้ระบบสแกนเข้าไปถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง โดยที่ผ่านมาในส่วนของกระทรวงมหาดไทยหรือกระทรวงต่างๆที่รับผิดชอบ จะใช้เพียงระบบระบบเอ็กซเรย์ ขณะเดียวกันเรื่องการบริหารจัดการน้ำที่จะต้องผันน้ำออกไป เราจะมีหน่วยงานที่เข้าไปสอดคล้องและสอดรับประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการและโมเดลที่สามารถไปประยุกต์ใช้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า โรคที่มากับน้ำจะมีการป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดการระบาด นายต่อพงษ์ กล่าวว่า เราสามารถควบคุมได้ เพราะโรคที่มากับน้ำนั้นยังไม่มีโรคอะไรที่ผิดแปลก แตกต่างกับโรคเดิมที่มีอยู่ เช่น โรคฉี่หนู น้ำกัดเท้า หรือไข้หวัด ขณะนี้เรายังไม่พบโรคระบาดที่เกิดขึ้นใหม่ จึงไม่เป็นข้อกังวลในการควบคุมของกระทรวงสาธารณสุข ส่วนเรื่องของภาวะซึมเศร้า ก็มีการดูแก้ไขปัญหาอยู่และทางกระทรวงก็มีขั้นตอนและการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน
ส่วนพื้นที่ที่ถุูกตัดขาดนั้น นายต่อพงษ์ กล่าวว่า เรามีศูนย์สิรินธรไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอากาศยาน เรามีความเตรียมพร้อมในเรื่องนี้อยู่แล้ว หลายหน่วยงานอาจจะไม่ทราบว่าเรามีการเซ็นสัญญาร่วมกับโรงพยาบาลกรุงเทพฯ เพื่อที่จะเคลื่อนที่เร็วกับอากาศยานเข้าไปช่วยเหลือประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามต่อเรื่องนโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค รมช.สธ. กล่าวว่า ได้มีการต่อยอด 30 บาทเดิม ที่วันนี้แหล่งการบริการยังไม่คลอบคลุมดีพอ เราจะเพิ่มประสิทธิ์ภาพ เพิ่มการบริการ คำนึงถึงความรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ต่อปัญหาของประชาชนในการรักษา รวมทั้งคำนึงถึงการป้องกัน
ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้มอบโครงการเพิ่มประสิทธิ์นี้ ตอนนี้การแก้ไขปัญหารักษาโรคจะหนักอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ที่จริงการให้บริการของกระทรวงสาธารณสุขยังมีอีก 80 เปอร์เซ็นต์ ที่ให้คำนึงถึงการป้องกัน ตนคิดว่าเราสามารถบริหารจัดการดูแลพี่น้องประชาชนได้ ดึงคนป่วยมาอยู่ในฐานของ80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีฐานการให้บริการอย่างชัดเจน ตนคิดว่าจะมีอะไรที่ทำอีกเยอะไม่ใช่แค่การรักษาอย่างเดียว อย่างไรก็ตามสามารถเริ่มโครงการได้ทันที
นายต่อพงษ์ กล่าวว่า วันนี้ตนและรมว.สาธารณสุขจะมอบนโยบายให้กับข้าราชการ เพื่อให้รับทราบแนวทางปฏิบัตินโยบายของกระทรวง ตอนนี้กระทรวงสาธารณาสุขพร้อมที่จะทำงาน เพียงแต่ต้องการทราบนโยบายที่ชัดเจนในวันนี้ ส่วนปัญหาเรื่องระเบียบการนั้นไม่น่าจะมี เพราะงบประมาณที่จะเข้าไปเพิ่ม ปี 2555 ก็พร้อมจนเหลือที่จะดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน
'ต่อพงษ์'เผยครม.กังวลโรคมือเท้าปากเปื่อยสั่งดูเเลเข้ม
นายต่อพงษ์ ไชยสาสน์ รมช.สาธารณสุข แถลงข่าวกรณีโรคมือปากเท้าเปื่อนที่กำลังระบาดในช่วงนี้ว่า ครม.พิจารณาเพื่อทราบในเรื่องนี้ โรคนี้ไม่ได้มาจากปัญหาน้ำท่วม แต่เป็นโรคที่เกิดอยู่แล้ว ซึ่งครม.ห่วงใยในเรื่องนี้และมอบให้กระทรวงชี้แจงกับประชาชนให้ทราบ รวมทั้งให้ยึดหลักสุขอนามัย การกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ
ทั้งนี้นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุขกำชับว่าพื้นที่ที่มีการเฝ้าระวัง เครือข่ายต้องสแกนพื้นที่ทันที โดยกระทรวงพร้อมดำเนินการไม่ให้โรคนี้ระบาด อย่างไรก็ตามขอฝากว่า เด็กแรกเกิด-5 ปี จะมีภูมิคุ้มกันน้อย จึงกำชับประชาชนว่า ควรดูแลสุขภาพด้านนี้ แต่ภาพรวมนั้นกระทรวงเฝ้าระวังในเรื่องนี้ แต่สถานการณ์ไม่ได้ระบาดในไทยเท่านั้น เพราะยังระบาดในประเทศเพื่อนบ้านด้วย แต่ระบบของไทยนั้นเชื่อมั่นว่าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างดี ย้ำว่าโรคนี้ยังไม่ระบาดแต่เกิดขึ้นตามฤดูกาลที่มีเชื้ออยู่ในตัวเด็ก แต่อากาศช่วงนี้อาจเป็นใจให้เชื้อระบาด และไม่ได้มาจากน้ำท่วม
ต่อมานพ.ไพจิต วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่าโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสเอ็นไทโรที่อยู่ในคอและลำไส้ ติดต่อทางปากและเสมหะ โดยพบมากในเด็กที่มีอาการเป็นไข้ มีแผลในปาก ตุ่มหรือแผลที่มือและเท้า และพบเป็นประจำเกือบทุกปี แต่จากระบบเฝ้าระวังในปีนี้นั้นพบว่าโรคนี้เกิดกับเด็กอายุต่ำกว่าห้าปี โดยในปีนี้มีเด็กเสียชีวิตสี่ราย เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
ซึ่งพบโรคนี้แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนปี 2552 พบผู้เสียชีวิตสามราย เหตุที่เร่งดำเนินการในตอนนี้นั้น สถานการณ์มันเพิ่งเริ่มต้นและอาจจะมีการระบาด ระบบเฝ้าระวังจึงรีบควบคุมโรคนี้ แต่ยังไม่น่าห่วงเพราะพบผู้ป่วยโรคนี้ 8,000 กว่าราย และเร่งดำเนินการเพื่อไม่ให้ระบาด กระทรวงไม่ต้องการให้โรคติดต่อนี้มีการระบาด กระทรวงจึงบูรณการการควบคุมโรค การดูแล การประสานหน่วยงานไม่ให้โรคนี้ระบาดนั้น ขอแนะนำว่าหากเด็กต่ำกว่าห้าปีมีไข้และมีแผลในปาก มือ และเท้านั้น ขอให้หยุดเรียน ไปพบแพทย์ และอยู่บ้านเพื่อรักษาทันท่วงที
ไม่ให้มีโรคแทรกซ้อนที่อาจทำให้เสียชีวิต เช่นหัวใจ สมองและปอดอักเสบ ต่อมาเด็กมักอยู่ที่ศูนย์เด็กเล็กและเนอร์สเซอรี่ หากเด็กที่ป่วยแล้วอยู่บ้าน มันต้องมีการทำความสะอาดบ่อยๆที่ศูนย์เด็กเล็กและเนอร์สเซอรี่ โดยกระทรวงแจ้งไปยังสาธารณสุขจังหวัดประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการตามที่กระทรวงแนะนำ



