
ประยุทธ์งดวิจารณ์เสียงเด้งผบ.ตร.
'ประยุทธ์' งดวิจารณ์เสียงเด้งผบ.ตร. ชี้ประเพณีต่างกับทหาร ย้ำไม่มีการเมืองล้วงโผทหารอ้างทำตามระบบ ยิ่งลักษณ์ โยน เฉลิม ชี้ชะตาเก้าอี้ผบ.ตร. ระบุตัวเองไปก.ตร.แค่มอบนโยบาย
วันที่ 30 สิงหาคม 2554 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวปลดพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า ความจริงเป็นคนละเรื่องกัน ซึ่งแต่ละเหล่าทัพมีประเพณี มีวัฒนธรรม กฎระเบียบคนละอย่างกัน ถ้าจะถามในเรื่องการทำงาน จากที่เคยร่วมงานกับท่าน ท่านเป็นคนตั้งใจทำงานที่ดี ตนคงตอบเป็นเรื่องส่วนตัวหรือตอบในฐานะเพื่อนไม่ได้ เพราะต่างเป็นผู้นำองค์กรด้วยกัน ซึ่งเป็นเรื่องของแต่ละเหล่าทัพ แต่ละหน่วยว่า จะมีวิธีการดำเนินการอย่างไร ในส่วนของเราพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขอฝากให้ช่วยดูแลกองทัพด้วย
ย้ำไม่มีการเมืองล้วงโผทหารอ้างทำตามระบบ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงความคืบหน้าในการแต่งตั้งบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปีว่า คงรอการประชุมของกระทรวงกลาโหมอีกครั้ง เพื่อลงในรายละเอียด แต่คิดว่า ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้วตามที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้กล่าวไปแล้วว่า ทั้งนี้ในเหล่าทัพมีการพูดคุยกันอยู่แล้ว และมีการทำงานมาอย่างต่อเนื่องว่า จะทำอย่างไรให้คนที่เหมาะสม ดี และมีความรู้ ความสามารถได้ขึ้นมาทำหน้าที่ อย่าคิดว่า พอขึ้นมามีตำแหน่งจะทำอะไรก็ได้ เราไม่ได้ต้องการอำนาจอะไรทั้งสิ้น เราต้องการเพียงอำนาจในการปกครองบังคับบัญชาเท่านั้นเพื่อนำกองทัพไปสู่การป้องกันชายแดน หากจำเป็นต้องรบ พวกเราไม่ต้องการอำนาจอื่น
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีข่าวว่า การแต่งตั้งโยกย้ายจะเรียบร้อยในสัปดาห์หน้านั้นก็ไม่เป็นเรื่องจริง เพราะตามกติกาผู้มาดำรงตำแหน่งใหม่จะปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป ขณะนี้เป็นขั้นตอนการดำเนินการของระดับผู้บังคับบัญชาชั้นสูงว่ากันไปตามลำดับ คงไม่ใช่ว่า คำสั่งปรับย้ายจะออกมาสัปดาห์หน้าอย่างที่เป็นข่าว ทั้งนี้ยืนยันว่า โผทหารไม่มีการเมืองเข้ามาล้วงลูก ซึ่งทหารต้องอยู่กันด้วยความไว้วางใจ และเชื่อมั่นในสายการบังคับบัญชา รวมถึงต้องมีเหตุมีผล ไม่ใช่ว่า จะตั้งใครตามความชอบใจ อย่างน้อยผมในฐานะที่เป็นผบ.ทบ. ที่ถือเป็นผู้นำองค์กรขนาดใหญ่ จะใช้ความพึงพอใจอย่างเดียวในการแต่งตั้งทุกตำแหน่ง คงเป็นไปไม่ได้ ต้องดูความรู้ความสามารถ ดูรุ่นต่างๆที่เขาทำงานมาโดยตลอด และต้องมองว่า อนาคตกองทัพจะไปอย่างไร
โฆษกภท.ชี้"ปู"ต้องตอบคำถาม"วิเชียร"ไม่ดีอย่างไร
นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความพยายามจะเปลี่ยนตัว ผบ.ตร. ว่า ต้องยอมรับว่าเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี แต่วันนี้นายกฯต้องตอบให้ได้ว่า ยังยืนยันคำแถลงที่ว่า จะเข้ามาแก้ไขไม่แก้แค้นอยู่หรือไม่ ยังยืนคำพูดเดิม ถ้าใครทำงานได้เหมือนเดิมจะไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นต้องรักษาระบบคุณธรรม ขออย่ากลั้นแกล้ง หรือจะนำตำแหน่งไปให้คนใกล้ชิดหรือเครือญาติ และต้องตอบให้ได้ว่า พล.ต.อ.วิเชียร ผบตร. ไม่ดีอย่างไร
'ปู'โยน'เหลิม'ชี้ชะตาเก้าอี้ผบ.ตร.
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)และก่อนเดินทางไปมอบนโยบายให้กับคณะกรรมการ(ก.ตร.) ในเวลา 12.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า วันนี้จะเป็นการมอบนโยบายของรัฐบาลในรอบแรกของที่ประชุมก.ตร.
เมื่อถามว่า ในส่วนของตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) นายกฯจะเป็นผู้พิจารณาเองหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตรงส่วนนี้มอบให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแล ส่วนตนไปมอบนโยบาย เมื่อถามว่า วันนี้มีเรื่องปัญหาบ่อน ตำแหน่งผบ.ตร.ต้องมีการเปลี่ยนตัวหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า วันนี้ขอทำงานก่อนจะดีกว่า
อย่างไรก็ตามน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวก่อนเป็นเข้าประชุมคณรัฐมนตรี ถึงนโยบายการปรับตำแหน่งผบ.ตร. ว่า เรื่องนี้ยังไม่คุยกันเลย เมื่อถามว่า จะมีการประสานงานไปยังแกนนำเสื้อแดง ไม่ให้เดินทางไปวางพวงหรีดที่ช่อง 7 หรือ ไม่ นายกฯ ได้กลับหันมามองผู้สื่อที่ตั้งคำถาม แต่ไม่ตอบคำถาม และก้าวเดินขึ้นประชุมครม.ทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อ 08.45 น. นายกฯได้เดินทางมาถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี โดยก่อนขึ้นประชุม สำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี ร่วมกับบริษัท อสมท.จำกัด มหาชน ได้นำผู้ประกาศข่าว และศิลปินสังกัดบ.อาร์เอส. นำโดย รัตนภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม ได้เข้าติดเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพระพรรษา 7 ครอบ 5 ธ.ค.54 ให้กับนายกฯ และคณะรัฐมนตรี
"สาธิต"ชี้ปลด"วิเชียร"พ้นเก้าอี้ผบ.ตร.เหตุบ่อนพนันน้ำหนักไม่พอ
นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ (กมธ.ตร.) เปิดเผยกรณีกระแสข่าวความพยายามปลดตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมองว่า การที่รัฐบาลจะนำประเด็นเรื่องการปล่อยให้มีบ่อนการพนันในพื้นที่กรุงเทพมหานครมาเป็นประเด็น เพื่อปลด พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ้นจากเก้าอี้นั้น มองว่าน้ำหนักยังน้อยมาก เนื่องจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งหากจะปลดนั้น จำเป็นต้องมีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเรียกรับผลประโยชน์ร่วมด้วย หรือจงใจปล่อยปละละเลย
ส่วนความกังวลในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจไม่เป็นธรรมนั้น ส่วนตัวมองว่า แม้ว่ารัฐบาลจะมีอำนาจในการบริหาราชการ แต่การแต่งตั้งโยกย้ายของข้าราชการตำรวจนั้น มีหลักเกณท์ในการพิจาณา โดยจะต้องผ่านคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ในการกลั่นกรองและตรวจสอบ ส่วนที่สังคมมองว่า รัฐบาลสามารถเข้ามาแทรกแซงได้นั้น ก็เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล แต่ตามหลักนั้น มีความเป็นธรรมอยู่แล้ว
ผบ.สส.เชื่อ ผบ.ตร.เป็นคนดี
วันที่ 30 ส.ค.54 พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางเยือนประเทศลาว กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวเด้ง ผบ.ตร. ว่า ยังไม่ทราบข่าว แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการร่วมงานกับ ผบ.ตร.เป็นคนอย่างไร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า ท่านเป็นคนดี เมื่อถามย้ำว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าตำแหน่ง ผบ.ตร.มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า ไม่เป็นห่วง เพราะผบ.ตร.เป็นคนดี มีความรู้ ความสามารถ ตั้งใจทำงาน เรื่องบางเรื่องอยากให้คนมีความรู้ ความสามาถ มีคุณธรรมในการทำงาน
เมื่อถามว่า ข่าวการเด้ง ผบ.ตร.จะทำให้เสียขวัญกำลังใจในการทำงานหรือไม่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า อย่าไปสนใจข่าว คนพูดไปเรื่อย
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า มั่นใจว่า ผบ.ตร.ยังสามารถทำงานในตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า ผบ.ตร.เป็นคนดี ทำงานอย่างรัดกุม และดีที่สุด แต่องค์กรของตำรวจเป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีกำลังพล 3 แสนกว่าคน การบริหารจัดการก็ต้องทำงานหนัก แต่ท่านเป็นคนดี อย่าไปห่วง ที่ผ่านมา ผบ.ตร.ก็ตั้งใจทำงานกันทุกคน ตอนนี้ผบ.ตร.กำลังใจดี ไม่เสียกำลังใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนมองว่า ตำแหน่ง ผบ.ตร.เป็นตำแหน่งทางการเมืองผลัดกันชม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า ไม่มี อย่าไปคิดแบบนั้น ตอนนี้ประเทศต้องการความเข้มแข็ง เดินก้าวต่อไปข้างหน้า อย่าพยายามทำให้เป็นข่าวสับสน ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองคลองธรรม และเชื่อว่า ข่าวที่เกิดขึ้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อกองทัพ



