
ตะลึง!น้ำปลาไร้มาตรฐานกว่า40%
ศูนย์วิทย์สมุทรสงครามสุ่มตรวจน้ำปลา พบไม่ได้มาตรฐานกว่า 40 % น้ำปลาผสมแนวโน้มสูงขึ้น ปริมาณโปรตีนไม่เข้าเกณฑ์เยอะสุด ระบุ เป็นเพราะผู้ผลิตไม่มีกระบวนการคุมคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ
ในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์สุขภาพ ครั้งที่ 19 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์คอนเวนชั่น เมื่อเร็วๆนี้ นายประเสริฐ หิรัญณรงค์ชัย เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 4 (สมุทรสงคราม) นำเสนอผลการศึกษา เรื่อง “คุณภาพน้ำปลาในเขตพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง”ว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ 4 (สมุทรสงคราม) ได้ทำการศึกษาผลการตรวจคุณภาพน้ำปลาจากตัวอย่างที่ส่งมาตรวจคุณภาพทั้งภาครัฐและเอกชน ครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2548-2553 จำนวนทั้งสิ้น 361 ตัวอย่าง
ทั้งนี้ พบว่า ไม่ผ่านมาตรฐาน 150 ตัวอย่าง คิดเป็น 41.5 % เมื่อศึกษารายละเอียดของข้อมูล โดยแยกประเภทน้ำปลาแท้และน้ำปลาผสม พบว่า ในน้ำปลาผสม จำนวน 184 ตัวอย่าง ไม่ผ่านมาตรฐาน จำนวน 99 ตัวอย่าง หรือ 54 % และในน้ำปลาแท้ จำนวน 177 ตัวอย่าง ไม่ผ่านมาตรฐาน จำนวน 51 ตัวอย่าง คิดเป็น 34 %
นายประเสริฐ กล่าวด้วยว่า การศึกษาแนวโน้มน้ำปลาไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตั้งแต่ปี 2548-2553 พบว่า ร้อยละของน้ำปลาที่ไม่ได้มาตรฐานในน้ำปลาแท้ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 30 % ขณะที่คุณภาพของน้ำปลาผสมมีแนวโน้มที่จะพบน้ำปลาไม่ได้มาตรฐานสูงขึ้น
โดยปี 2548-2553 พบ 53.85% , 54.76 %,45% ,33.33%, 68.18% และ 71.43 % ตามลำดับ ในปี 2552 และ 2553 ยังพบว่า รายการทดสอบโปรตีนและกลูตามิกต่อไนโตรเจน ไม่ผ่านมาตรฐานสูงสุดที่ 60 %และ65 % โซเดียมคลอไรด์ 50%และเบนโซอิก 32 %
จากข้อมูล พบว่า จ.สมุทรสงคราม มีโรงงานผลิตน้ำปลามากที่สุด 23 แห่งและส่งตัวอย่างตรวจมากที่สุด 190 ตัวอย่าง พบตัวอย่างไม่ได้มาตรฐานประมาณ 35 % คงที่ตลอดจากปี 2548-2553
ทั้งนี้ จ.สมุทรสาคร มีโรงงานผลิตน้ำปลา 11 แห่ง และส่งตัวอย่างตรวจ 16 ตัวอย่าง จ.ราชบุรี มีโรงงานผลิตน้ำปลา 15 แห่ง ส่งตัวอย่างตรวจ 57 ตัวอย่าง มีแนวโน้มพบตัวอย่างไม่ได้มาตรฐานสูงขึ้นจาก 50 % ในปี 2548 เป็น 85 % ในปี 2553
“น้ำปลาจัดเป็นอาหารที่มีการกำหนดคุณภาพมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 203 (พ.ศ.2543) ซึ่งมีการควบคุมคุณภาพของน้ำปลาโดยดูจากปริมาณของกรดซอร์บิก กรดเบนโซอิก โปรตีน กลูตามิกต่อไนโตรเจนและโซเดียวคลอไรด์ โดยปัญหาคุณภาพน้ำปลาไม่มาตรฐาน สาเหตุหลักเกิดจากผู้ผลิตไม่มีกระบวนการควบคุมคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้าไปตรวจสอบเพื่อให้ผู้ผลิตมีการควบคุมคุณภาพที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายประเสริฐ กล่าว



