ข่าว

'ประชา'เล็งเพิ่มงบทุกกรม

'ประชา'เล็งเพิ่มงบทุกกรม

29 ส.ค. 2554

'ประชา' โปรยยาหอมผลักดันเพิ่มงบประมาณให้ทุกกรม โดยเฉพาะราชทัณฑ์หนี้ค่าอาหารนักโทษท่วมเกือบ 700 ล้าน พร้อมประกาศสานต่อการขยายยุติธรรมจังหวัดให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

          29 ส.ค.54 พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวระหว่างการประชุมมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการของกระทรวงยุติธรรมให้แก่หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามถึงการตั้งคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบว่า

          อาจจะตั้งเป็นอนุกรรมการขึ้นมาอีกชุดหนึ่งเพื่อทำงานสืบทอดจากคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ตนจึงขอมอบหมายให้นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม พิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการตั้งอนุกรรมการ เนื่องจากนายกิตติพงษ์เป็นประธานคณะอนุกรรมการของคอป. ทั้งนี้การเยียวยาถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ดังนั้นคณะทำงานที่จะออกมาจะต้องเป็นที่ยอมรับของสังคม โดยการทำงานจะยึดตามข้อสรุปของคอป. และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดำเนินการโดยเร็ว

          ด้านนายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวว่า ขณะนี้เรือนจำมีปัญหานักโทษล้นคุก ทำให้การบริหารงบประมาณไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเรื่องอาหารเลี้ยงนักโทษที่ได้รับอนุมัติงบประมาณ 43 บาทต่อคนต่อวัน ขณะที่ราคาค่าอาหารปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้กรมราชทัณฑ์มีหนี้ค่าอาหารสะสมกว่า 690 ล้านบาท ซึ่งในส่วนจะนำเงินเหลือปลายปีของกรมราชทัณฑ์ และเงินดอกเบี้ยเงินกลางของกระทรวงยุติธรรมมาชำระ

          รวมทั้งจะขอเพิ่มงบประมาณเพื่อใช้ในการก่อสร้างเรือนจำแห่งใหม่ที่จ.นราธิวาส เนื่องจากเรือนจำที่มีอยู่เดิมไม่พอรองรับนักโทษ ซึ่งในประเด็นนี้พล.ต.อ.ประชารับที่จะนำไปหารือสำนักงบประมาณ โดยสั่งการให้กรมราชทัณฑ์เสนองบประมาณค่าใช้จ่ายตามจริง เนื่องจากค่าอาหารรายหัวของนักโทษถือว่าน้อยมาก นักโทษก็เป็นคนเหมือนกัน ดังนั้นการกินอยู่ควรให้มีอย่างพอเพียงตามสิทธิ

          ทางด้านนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า ในส่วนของกรมคุ้มครองสิทธิฯต้องการขอเพิ่มงบประมาณในกองทุนยุติธรรมเพื่อใช้ในการเยียวยาเหยื่อคดีอาญา จากเดิมงบฯที่ได้รับจัดสรรไม่เพียงพอ เนื่องจากประชาชนได้ขอใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2553 ได้รับงบฯมา 260 ล้านบาท และในปี2554 สำนักงบประมาณได้จัดเพิ่มมา 470 ล้านบาท ซึ่งเกรงว่าจะไม่เพียงพอ

          ด้านนายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) กล่าวว่า ป.ป.ท.ไม่มีพื้นที่เป็นของตัวเอง ต้องเช่าพื้นที่อาคารซอฟแวร์ปาร์คเป็นสำนักงาน ดังนั้นจึงของบฯในการสร้างอาคารป.ป.ท. บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ ด้านหลังกระทรวงยุติธรรมแห่งใหม่ที่กำลังจะสร้างขึ้น เป็นงบฯจำนวน 220 ล้านบาท โดยพล.ต.อ.ประชา ได้รับปากว่าจะอนุมัติงบดังกล่าวให้โดยให้ใช้งบฯผูกพันเป็นเวลา 2 ปี ปีละ 50 ล้านบาท

          พล.ต.อ.ประชา ยังกล่าวถึงการตั้งสำนักงานยุติธรรมจังหวัด โดยสอบถามปลัดกระทรวงยุติธรรมว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีสำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมให้ไปศึกษางบประมาณ เนื่องจากนายกฯให้ความสนใจในเรื่องดังกล่าว และหากเป็นไปได้ก็อยากจะให้มีการแก้กฎกระทรวงเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมอย่างทั่วถึง

          สำหรับกรมบังคับคดีพล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ทราบว่ามีคดีค้างเป็นคดีแพ่งกว่า 2 แสนคดี คิดเป็นมูลทรัพย์กว่า 3 แสนล้าน และเป็นคดีที่มีหมายบังคับคดีที่ยังไม่ตั้งเรื่องดำเนินการบังคับคดีอีกกว่า 8 แสนคดี ทุนทรัพย์มากกว่า 1 ล้านล้านบาท และมีคดีล้มละลายค้างอยู่มากกว่า 6 คดีมูลทรัพย์กว่า 3.8ล้านล้านบาท

          ซึ่งนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมบังคับคดี ชี้แจงว่าต้องแก้กฎกระทรวงเรื่องการขายทรัพย์สิน โดยต้องนำเสนอเข้าที่ประชุมครม. เพื่อยื่นให้กฤษฎีกาพิจารณา เนื่องจากมีข้อร้องเรียนจากสมาคมการธนาคารว่า ขณะนี้กำลังมีปัญหาเพราะทรัพย์สินที่บังคับคดีแล้วไม่สามารถนำมาหมุนเวียนขายในตลาดได้ ทำให้เกิดการชะงักทั้งระบบ ซึ่งพล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ให้กรมบังคับคดีเสนอแก้กฎกระทรวงได้ทันที

          ในช่วงท้ายการประชุมพล.ต.อ.ประชา กำชับให้แต่ละกรมเสนอแผนงานและงบประมาณเพื่อรวบรวมเป็นนโยบายกระทรวงก่อนนำเสนอต่อรัฐบาลภายวันที่ 6 ก.ย. นี้ โดยระบุว่าตนเป็นข้าราชการการเมืองถือเป็นผู้อาศัย การเมืองมาแล้วก็ไป ตนไม่ได้เป็นเจ้าของบ้านตัวจริง จึงอยากขอความร่วมมือจากข้าราชการทุกคน หากมีสิ่งใดจะช่วยกันได้พร้อมรับฟัง