
'ถวิล'ปัดหนักใจเปลี่ยนขั้วรบ.ใหม่
'ถวิล' ไม่หนักใจเปลี่ยนขั้ว รบ.ใหม่ ย้ำ ไม่มีสี ไม่หวั่นโยกย้าย เผย ระเบียบท้องถิ่นเปิดช่องรับภาคใต้เขตปกครองพิเศษ วอนทุกฝ่ายปรองดองขจัดภาพความขัดแย้ง ระบุ 'โกวิท' ห่วง 3 จ.ภาคใต้ ชี้อาจ พรก.ฉุกเฉิน หวั่นควบคุมลำบาก
29 ส.ค.54 นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวถึงกรณี ที่มีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ และมีความหนักใจหรือไม่ว่า ตนไม่หนักใจ เพราะตนได้ทำหน้าที่ตามขอบเขตที่อำนาจมีอยู่ โดยเมื่อครั้งที่ตนเป็นเลขาธิการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน( ศอฉ.) ก็ทำหน้าที่ตามพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉินที่กำหนดไว้
“ อยู่เบื้องหน้าผมไม่มีสีทั้งสิ้น มองแค่ว่าอะไรที่ผิดและละเมิดในข้อกฎหมาย ก็ทำตามกฎหมายของบ้านเมือง แต่ถ้าดำเนินการแล้ว ถ้าเจ้าหน้าที่ทำเกินขอบเขตหรือกระทำความผิด ก็ให้ดำเนินตามกฎหมายทันที เพราะยังไงก็ไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นทางเดียวที่จะทำให้บ้านเมืองไปสู่ความสงบเรียบร้อยได้นั้น ก็คือทุกคนต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเอง”นายถวิล กล่าว
เมื่อถามว่า ในฐานะข้าราชการประจำ เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล จะมีการเปลี่ยนข้าราชการประจำตามมา มีมุมมองอย่างไรต่อเรื่องนี้บ้าง นายถวิล กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นความสำคัญของข้าราชการ และฝ่ายการเมือง คือฝ่ายการเมืองจะคุมในเรื่องนโยบายเป็นหลัก ส่วนฝ่ายข้าราชการประจำนั้น จะรับผิดชอบในเรื่องบริหารและปฏิบัติหน้าที่
ซึ่งเป็นการแบ่งขอบเขตชัดเจนอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ทั้งนี้ตนก็ตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าต้องดำเนินการให้ทุกอย่างเป็นกลางก็เท่านั้น เมื่อถามว่า รู้สึกหวั่นไหวหรือไม่ ถ้าจะต้องถูกโยกย้าย นายถวิล กล่าวว่า อย่าพูดอย่างนั้น เพราะยังไงตนก็ทำต้องทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุดอยู่แล้ว และจะทำไปตามความสามารถเท่าที่กำลังจะทำได้
'ถวิล'เผยระเบียบท้องถิ่นเปิดช่องรับภาคใต้เขตปกครองพิเศษ
นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวถึงกรณีจะมีการดำเนินการอย่างไร เกี่ยวกับเขตปกครองพิเศษในพื้นที่ภาคใต้ว่า ตนได้พูดมาตลอดว่าภาคใต้เป็นพิเศษ ซึ่งต่อไปจะเป็นเขตการปกครองพิเศษก็คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะกฎระเบียบของการปกครองท้องถิ่นนั้น เปิดช่องทางให้อยู่แล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าประชาชนใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ จะพึงพอใจกับเขตปกครองพิเศษนี้ นายถวิล กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน เพราะยังไม่มีรายละเอียดใดๆทั้งสิ้น
เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง และจะมีการดำเนินการแก้ปัญหาอย่างไร นายถวิล กล่าวว่า ก็แก้ปัญหากันไปตามโจทย์ที่มี ทั้งนี้จะออกมาในรูปแบบไหนอย่างไรนั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดยส่วนตัวมองว่าภาคใต้มีลักษณะเฉพาะและมีความพิเศษอยู่ในตัวเอง ซึ่งไม่สามารถที่จะเอารูปแบบจากที่อื่นมาปรับใช้กับพื้นที่ดังกล่าวได้ ทั้งนี้ต้องค่อยๆปรับให้สอดคล้องกับพื้นที่ ซึ่งเรื่องนี้ต้องขอพูดคุยกันอีกที
โดย พล.ต.อ.โกวิท ก็ได้ย้ำแล้วว่ายังเร็วเกินไป ที่จะพูดถึงเรื่องนี้ ทั้งนี้ต้องมาคุยในส่วนของรายละเอียดกันให้ชัดเจนก่อน เพราะเป็นนโยบายที่ท่านนายกฯได้มีการกำชับไว้อยู่แล้ว
'ถวิล'วอนทุกฝ่ายปรองดองขจัดภาพความขัดแย้ง
นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวถึงกรณีปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในตอนนี้ว่า เรื่องนี้ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ที่สำคัญปีนี้เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่เฉลิมพระชนมพรรษาครบ 84 ปี ซึ่งถือเป็นโอกาสที่สำคัญที่ประชาชนชาวไทย ที่จะร่วมกันทำความดี โดยก้าวถอยออกจากความขัดแย้งต่างๆ ร่วมกัน
เมื่อถามว่าถึง ปม 91 ศพที่กลุ่มคนเสื้อแดงเรียกร้องให้ตรวจสอบหาความจริง เรื่องนี้จะดำเนินการอย่างไร นายถวิล กล่าว่า เรื่องนี้ไม่ได้คุยในรายละเอียด แต่ยืนยันว่าให้เป็นไปตามกฎหมาย ถ้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติไม่ถูกต้อง ก็ต้องดำเนินการทางกฎหมาย ซึ่งต้องรับผิดชอบมากกว่าคนทั่วไป ต่อข้อถามว่า ทางญาติของผู้เสียชีวิตเรียกร้องให้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าว อีกทั้งนายกฯ ได้พูดชัดเจนแล้ว
โดยมอบหมายให้ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อแนวทางปรองดองแห่งชาติ( คอป.) เป็นผู้ดูแล ทั้งนี้นายกฯ ก็ระบุชัดเจนว่า จะไม่เข้ามาแทรกแซงในเรื่องดังกล่าวด้วย ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดี โดยทั้งนี้ คอป.ก็ต้องทำหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว อย่างชัดเจน โดยอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง อย่าปล่อยให้เกิดข้อสงสัยขึ้นได้
'ถวิล'เผย'โกวิท'ห่วง3จังหวัดภาคใต้
นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวถึงการบรรยายและสรุป เพื่อมอบหมายงานของ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี ในวันนี้ว่า ได้มีการบรรยายและสรุป ให้ทราบถึงเรื่องโครงสร้างการจัดการและภารกิจของสมช.ต่อรองนายกฯแล้ว ซึ่ง พล.ต.อ.โกวิท ก็ได้เดินทางมารับฟังด้วยตนเอง และมอบคำสั่งเพื่อดำเนินการตามแผนงาน ทั้งนี้นโยบายดังกล่าวประกอบด้วย นโยบายความมั่นคงแห่งชาติทั่วไป ปี 2555-2559 และนโยบายความมั่นคงของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยส่วนต่อไปทางสมช.จะนำนโยบายที่เร่งแล้วเสร็จทั้งหมดเสนอกลับต่อ พล.ต.อ.โกวิท พิจารณาอีกครั้ง
นายถวิล กล่าวต่อว่า นอกจากเรื่องนโยบายความมั่นคงแห่งชาติที่ได้กล่าวมาข่างต้นแล้วนั้น ยังมีรวมไปถึงเรื่องยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางทะเล และนโยบายเกี่ยวกับผู้หลบหนีการเข้าเมืองอีกด้วย โดยที่สำคัญทางสมช.ได้รับมอบหมาย ให้เป็นเลขานุการร่วมในการบูรณาการแผนบริหารราชการแผ่นดินด้านความมั่นคง ซึ่งจะมีเรื่องเร่งด่วนตามนโยบายที่แถลงทั้งหมด 16 เรื่องด้วยกัน โดยเรื่องเร่งด่วนดังกล่าวนั้นจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 เรื่อง และแยกไว้อีก 5 เรื่องในส่วนของนโยบายความมั่นคงของรัฐบาล เช่น เรื่องสถาบัน เรื่องประเทศเพื่อนบ้าน เรื่องแผนเตรียมความพร้อม เรื่องป้องกันประเทศ และเรื่องผู้หลบหนีเข้าเมือง
ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.ต.อ.โกวิท เป็นห่วงเรื่องของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาก ดังนั้นตรงนี้จะมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง นายถวิล กล่าวว่า ซึ่งเรื่องนี้ค่อยข้างน่าเป็นห่วง เพราะว่าสถานการณ์ยังมีความรุนแรงอยู่ ซึ่ง พล.ต.อ.โกวิท ก็ได้ระบุชัดแล้วว่า ต้องทบทวนบางเรื่องให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยในเร็วๆนี้ก็จะมีการทบทวนการประกาศใช้ พรบ.ฉุกเฉินใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อด้วย ทั้งนี้พรบ.ดังกล่าว จะสิ้นสุดลงในวันที่ 19 ก.ย.นี้
เมื่อถามว่า จะมีการปรับยุทธศาสตร์ในการดำเนินการภายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่นั้น นายถวิล กล่าวว่า เรื่องนี้ในด้านของพระราชบัญญัติการบริหารราชการในพื้นที่ 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ได้กำหนดให้สมช.เสนอนโยบายและพรบ. ไว้อย่างเจนชัด โดยให้ดูแลในส่วนของความมั่นคง และด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ต้องรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาปรับและประกอบความคิดเห็นร่วมกับนโยบาย
จากนั้นจะนำเสนอให้สมช. และครม.รับทราบ เพื่อให้ครม.นำเสนอต่อรัฐสภาอีกที ถึงจะดำเนินการได้ ซึ่งสมช.จะมีการพัฒนานโยบายนี้ในระยะเวลา 3 ปี ทั้งนี้กฎหมายได้บังคับไว้อีกว่า ในระยะเวลานี้ถ้าสมช.ยังไม่นำเสนอนโยบายใดๆ ก็ให้ใช้คำสั่ง 206/49 ไปก่อน



