ภูเก็ตเตือนระวังเล่นน้ำทะเล
บีชการ์ด นำป้ายเตือน พร้อมธงปัก เตือนระวังการลงเล่นน้ำที่มีคลื่นสูงถึง 2-3 เมตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค.54 เจ้าหน้าที่บีชการ์ด องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นำป้ายเตือน พร้อมด้วยนำธงปักบริเวณชายหาดกะตะ ต.กะรน อ.เมือง ภูเก็ต เพื่อเตือนให้นักท่องเที่ยวระมัดระวัง ในการลงเล่นน้ำทะเล หลังจากที่จังหวัดภูเก็ต ได้เกิดฝนตกมาเป็นเวลากว่า 4 วัน พร้อมทั้งมีประกาศของทางกรมอุตุนิยมวิทยา ถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคใต้ มีกำลังปานกลาง ทำให้ฝนตกชุกต่อเนื่อง และขอให้ระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนัก คลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
อบจ.ภูเก็ตจัดงบ20ล.จ้างไลฟ์การ์ดดูแลนทท.38จุดรอบเกาะ
นายสรธรรม จินดา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) เปิดเผยว่า อบจ.ภูเก็ตได้ให้ความสำคัญ ในการดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยวเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะอุบัติเหตุจากการเล่นน้ำทะเล ซึ่งอบจ.ภูเก็ตได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 20 ล้านบาท ในการว่าจ้างไลฟ์การ์ดดูแลนักท่องเที่ยวบริเวณชายหาดต่างๆ
ประกอบด้วย หาดยะนุ้ย, หาดในหาน, หาดกะตะน้อย, หาดกะตะ, หาดกะรน, หาดป่าตอง, หาดกมลา, แหลมสิงห์, หาดสุรินทร์, อ่าวบางเทา, หาดในทอน, หาดในยาง และหาดไม้ขาว รวมทั้งหมด 38 จุด โดยให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยจุดละ 2-3 คน มีหน้าที่ในการดูแลเฝ้าระวังป้องกัน และช่วยเหลือนักท่องเที่ยวกรณีเกิดอุบัติเหตุ ในระหว่างเดือนเมษายน 2554 ถึงเดือน มีนาคม 2555
"ผลการปฏิบัติงานของไลฟ์การ์ดในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากสามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบอุบัติเหตุจมน้ำให้รอดชีวิตได้มากกว่า 1,000 รายแล้ว และมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจมน้ำลดลง โดยมีผู้เสียชีวิตประมาณ 4 - 5 ราย ซึ่งผู้ปฏิบัติงานเองก็ไม่ต้องการที่จะให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวจมน้ำได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต เนื่องจากไม่เชื่อฟังคำเตือนของเจ้าหน้าที่ และฝ่าฝืนลงเล่นน้ำในจุดที่ห้ามเล่นน้ำทั้งๆ ที่มีการติดตั้งเครื่องหมายสัญญาณเตือนไว้ก็ตาม โดยเฉพาะในระยะนี้ ซึ่งเป็นช่วงมรสุมของทะเลฝั่งอันดามัน" นายสรธรรม กล่าว
นายสรธรรม กล่าวต่อว่า ประเทศไทยไม่มีกฎหมายห้าม หรือบังคับไม่ให้คนลงเล่นน้ำ รวมถึงบทโทษต่างๆ ทำได้เพียงการติดตั้งสัญลักษณ์หรือธง เพื่อห้ามปรามหรือตักเตือนเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่ก็จะไม่เชื่อฟัง และยังฝ่าฝืนลงเล่นน้ำตามชายหาดต่างๆ ในช่วงที่มีคลื่นลมแรง จนเป็นเหตุให้มีการบาดเจ็บและเสียชีวิต ดังนั้นเพื่อช่วยกันลดความสูญเสียดังกล่าว จึงอยากขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการโรงแรมต่างๆ ในการแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวที่เข้าพัก ไม่ให้ลงเล่นน้ำในช่วงที่มีคลื่นลมแรง หรือในช่วงที่มีการขึ้นธงแดง เชื่อว่าหากทุกสถานประกอบการให้ความร่วมมือ จะสามารถช่วยลดปัญหาการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการจมน้ำได้
ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาของ อบจ.ภูเก็ต นั้นนอกจากจัดเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดคอยดูแล และช่วยเหลือแล้วยังได้มีการจัดทำเอกสารแจ้งเตือนเป็นภาษาต่างๆ ด้วย เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปแจกให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในโรงแรมต่างๆ ได้ทราบ เนื่องจากชายหาดของภูเก็ตจะมีความแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำอื่นๆ โดยทะเลภูเก็ตจะมีสภาพเป็นท้องกระทะ น้ำทะเลมีลักษณะไหลเชี่ยว จึงต้องมีความระมัดระวังในการลงเล่นน้ำและสำคัญควรจะต้องเชื่อฟังคำเตือนของเจ้าหน้าที่



