
'เขื่อนลำปาว'เร่งระบายน้ำวันละ6ล้านลบ.ม.
พิจิตรท่วมสูงกว่า3ม. ผวจ.พิษณุโลกช่วยหมู่บ้านถูกตัดขาด ผวจ.อุบลราชธานี-ผวจ.สุราษฎร์ธานีเตือนปชช.เฝ้าระวัง อุตุฯเผยอ่าวไทยยังไม่น่าห่วง ศอส.สรุปน้ำท่วม13จว.พร้อมเตือน19จว.เฝ้าระวัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค.54 เขื่อนลำปาว ยังคงทำการระบายน้ำลงในแม่น้ำปาว ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรเพิ่มขึ้น 4 อำเภอ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นห่วงน้ำไหลหลาก เตือนประชาชนในพื้นที่ราบลุ่ม ระมัดระวังการหาปลา จากการติดตามสถานการณ์น้ำที่โครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาลำปาวจังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่า เขื่อนลำปาว เขื่อนดินยาวขนาดใหญ่ ยังคงทำการเร่งระบายน้ำลงในแม่น้ำปาว เฉลี่ยวันละ 6 ล้าน ลบ.ม. เพื่อรองรับน้ำจากเทือกเขาภูพานด้าน จังหวัดสกลนคร และจังหวัดอุดรธานี
พิษน้ำท่วมพิจิตรต้องปีนหน้าต่างเข้าออกแทนประตู
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค.54 อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิจิตร นับวันยิ่งทวีความรุนแรง และสร้างความเดือดร้อนมากขึ้น โดยหมู่ที่ 1 ตำบลบางราย อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร น้ำจากแม่น้ำยมเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ระดับน้ำสูงกว่า 3 เมตร ทำให้ท่วมชั้นสองของบ้าน ประชาชนต้องนำไม้ไผ่มาทำเป็นนั่งร้าน เพื่อเป็นที่อาศัยชั่วคราว โดยทำเป็นที่นอน ที่พัก ห้องครัว และที่รับประทานอาหาร ส่วนการเข้า-ออกของบ้านใช้วิธีนำเรือจอดเทียบกับตัวบ้านแล้ว ปีน เข้า-ออก ทางหน้าต่างแทนประตู
นายประเวศ ทรัพย์ปาน อายุ 45 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ตำบลบางลาย อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ปีนี้น้ำมาเร็ว และมากกว่าทุกปี ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า เรื่องของที่พักอาศัยถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ มีประชาชนจำนวนมากย้ายไปปลูกเพิงพักบนถนน กว่า 13 ครอบครัว เนื่องจากประสบกับความลำบาก จากแม่น้ำยมที่มีปริมาณน้ำสูงขึ้นตลอดทั้งวัน
ทั้งนี้ ชาวบ้านบางรายเลือกวิธียกพื้นขึ้นอีกหนึ่งชั้นจากพื้นบ้านชั้นสองที่ถูกน้ำท่วม ทั้งเตียงนอน ห้องครัว การเข้า-ออก ต้องปีนเข้าหน้าต่าง เพราะต้องปิดตายประตู เหตุที่ยังนอนบนบ้านเพราะห่วงทรัพย์สิน และไม่คุ้นเคยกับการขึ้นไปนอนที่ริมถนน แต่สิ่งที่กลัวคือน้ำที่ยังคงเพิ่มขึ้น สัตว์ร้ายและสัตว์มีพิษที่อาจจะส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตได้
ผวจ.พิษณุโลก-กาชาดช่วยชาวบ้านเนื่องจากน้ำท่วมทำให้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค.54 นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นางปิยธิดา เรืองจันทร์ นายกเหล่ากาชาด และสมาชิก นายธงชัย ทุ่งโพธิแดง นายอำเภอบางระกำ ได้ลงเรือท้องแบน พร้อมนำถุงยังชีพจำนวน 50 ชุด ไปช่วยเหลือราษฎร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
หลังจากมอบถุงยังชีพให้กับราษฎรแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยังได้กล่าวให้กำลังใจแก่ราษฎร ขอให้อดทน พร้อมให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรเก็บสิ่งของที่จำเป็นไว้ในที่สูง ควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ไม่ให้ลงเล่นน้ำ เพราะอาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้
หากได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับน้ำท่วม ขอให้แจ้งขอความช่วยเหลือไปได้ที่ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดพิษณุโลก ศาลากลางจังหวัด โทรศัพท์หมายเลข 055 - 251333 หรือที่ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันช่วยเหลือฟื้นฟูปัญหาอุทกภัยของอำเภอบางระกำ โทรศัพท์หมายเลข 055 - 371536 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทางจังหวัดจะได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือต่อไป
ผวจ.อุบลราชธานีเตือนปชช.เขตเมืองเตรียมอพยพหนีน้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค.54 นายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้แจ้งประกาศเตือนภัยน้ำล้นตลิ่งในเขตชุมชนเมือง โดยเฉพาะประชาชนที่พักอาศัยอยู่ตามริมแม่น้ำมูล และแม่น้ำชี เฝ้าระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วม เนื่องจากการตรวจสอบเส้นทางของแม่น้ำมูลในเขตอำเภอเมืองอุบลราชธานี และ อำเภอเขื่องใน ถูกน้ำท่วมสูงแล้วหลายแห่ง
โดยเฉพาะพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย นาข้าวจมน้ำแล้วจำนวน 20,000 ไร่ บ้านเรือนถูกน้ำท่วมขัง 12 ตำบล 69 หมู่บ้าน และคาดว่าระดับแม่น้ำมูลจะหนุนสูงไหลบ่าลงมาสู่พื้นที่เทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลเมืองวารินชำราบ เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตตัวเมือง จึงแจ้งเตือนประชาชนในตัวเมือง เฝ้าระวังสภาวะน้ำท่วมฉับพลันในระยะนี้
ผวจ.สุราษฎร์ธานีสั่งเฝ้าระวังหวั่นน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค.54 นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ทางจังหวัดยังคงกำชับให้ทุกอำเภอที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากตอนนี้มีฝนตกหนักต่อเนื่อง หลายพื้นที่เริ่มมีน้ำป่าไหลหลากบ้างแล้ว พร้อมกับเตรียมการอพยพชาวบ้านไปอยู่ในที่ปลอดภัย หากเกิดภาวะฉุกเฉิน อย่างไรก็ตามยังได้ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือรับสถานการณ์ให้พร้อมตลอดเวลา
อย่างไรก็ตามสำหรับการสร้างบ้านให้กับผู้ประสบภัยจากพายุฤดูร้อนเมื่อเดือน มี.ค. - เม.ย.54 ยังไม่แล้วเสร็จ การก่อสร้างยังดำเนินการต่อเนื่อง แต่ระยะหลังประสบปัญหาอย่างมากเนื่องจากมีฝนตกหนักตลอดเวลา โดยชาวบ้านเองยังหวาดหวั่นเรื่องของน้ำป่าอยู่ จึงทำให้การก่อสร้างบ้านล่าช้าไปมาก โดยที่ผู้ประสบภัยที่บ้านเสียหายทั้งหลังและยังไม่ได้บ้านใหม่ อาศัยอยู่กับญาติพี่น้องเช่นเดิม บางส่วนก็อาศัยเต็นท์ เพื่อหลับนอนช่วงกลางคืน ส่วนกลางวันก็ประกอบอาชีพตามปกติ
อุตุฯเผยปริมาณฝนแต่ละวันฝั่งอันดามันวัดได้100-200มิลลิเมตร ฝั่งอ่าวไทยยังไม่น่าห่วง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค.54 นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก กล่าวว่า ในช่วงนี้ที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่หลายจังหวัดภาคใต้ทางฝั่งทะเลอ่าวไทยนั้น สืบเนื่องจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นมรสุมตามฤดูกาลที่เคลื่อนตัวเข้ามาทางฝั่งทะเลอันดามัน และพัดผ่านมาถึงฝั่งทะเลอ่าวไทย
เพราะฉะนั้นในช่วงนี้หลายจังหวัดภาคใต้ทางฝั่งทะเลอันดามันจะมีฝนตกหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันแล้วบางจังหวัด ส่วนฝนที่ตกลงมาต่อเนื่องในหลายจังหวัดภาคใต้ทางฝั่งทะเลอ่าวไทยนั้น คือ ผลกระทบจากอิทธิพลของมรสุมดังกล่าว แต่ปริมาณฝนยังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก แตกต่างกับหลายจังหวัดทางฝั่งทะเลอันดามันที่มีปริมาณฝน วัดได้ถึง 100-200 มิลลิเมตรต่อวัน
อย่างไรก็ตามแม้ว่าปริมาณฝนที่ตกลงมาในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ฝั่งทะเลอ่าวไทยจะไม่อยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง แต่ก็อย่าประมาท โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มและเชิงเขา ที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ก็ให้เพิ่มความระมัดระวังตัวให้มากขึ้น ในกรณีของผู้ที่อาศัยอยู่เชิงเขา หากพื้นที่อุ้มน้ำมากเกินไปก็อาจจะเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มหรือเลื่อนไหลลงมาได้
ฉะนั้นควรเฝ้าระวังในจุดนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมกับติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจากอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงฟังข่าวสารการแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดด้วย เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
"ภาคใต้ฝั่งทะเลอ่าวไทย ที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดในช่วงนี้ เช่น อ.เคียนซา อ.พนม และอำเภออื่น ของ จ.สุราษฎร์ธานี ที่มีลักษณะพื้นที่เป็นภูเขา หุบเขา และที่ราบลุ่ม อีกทั้งมีพื้นที่ติดต่อกับทางจังหวัดทางฝั่งอันดามัน ซึ่งมีฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงนี้ รวมถึงพื้นที่บางอำเภอของ จ.นครศรีธรรมราช ด้วยที่ตั้งอยู่ติดกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบน้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่มได้" นายวันชัย กล่าว
นายวันชัย กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาทางอุตุนิยมวิทยาเราได้แจ้งเตือนไปยังแต่ละจังหวัดทางภาคใต้แล้ว ให้เตรียมพร้อมรับมือ และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งสภาพอากาศลักษณะนี้ ยังคงมีต่อเนื่องไปอีก 1-2 วัน หลังจากนั้นคาดการณ์ว่าปริมาณฝนคงจะเบาบางลงทั้ง 2 ฝั่งทะเลทางภาคใต้
ศอส.สรุปน้ำท่วม13จว.ปชช.เดือนร้อนครึ่งล้านเสียชีวิต49รายเตือน19จว.เฝ้าระวัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค.54 นายชนม์ชื่น บุญญานุสาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวหลังประชุมศูนย์สนับสนุนการอำนวยการ และการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) ว่า ยังมีจังหวัดประสบอุทกภัย และประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน จำนวน 36 จังหวัด 280 อำเภอ 1,866 ตำบล 15,410 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 1,130281 ครัวเรือน 3,871,098 คน
ซึ่งปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 13 จังหวัด รวม 57 อำเภอ 366 ตำบล 2,116 หมู่บ้าน ได้แก่ สุโขทัย, พิจิตร, พิษณุโลก, นครสวรรค์, นครนายก, พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, ชัยนาท, อุบลราชธานี, พังงา, ภูเก็ต, ระนอง, และสุราษฎร์ธานี ราษฎรเดือดร้อน 196,869 ครัวเรือน 592,070 คน ผู้เสียชีวิต 49 ราย ผู้สูญหาย 1 คน
ขณะที่พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 3,347,204 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาดว่าจะเสียหาย 45,931 ไร่ ปศุสัตว์ได้รับผลกระทบ 2.06 ล้านตัว น้ำท่วมเส้นทางคมนาคมเสียหาย ทางหลวงไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 10 สายใน 7 จังหวัด
ส่วนทางหลวงชนบทไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 13 สาย ใน 6 จังหวัด ด้านสถานบริการสาธารณสุข ได้รับผลกระทบ 50 แห่ง บ่อน้ำบาดาลเสียหาย 8,299 บ่อ อย่างไรก็ตามสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำต่างๆ ที่ยังต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ ลุ่มน้ำปิง ที่อำเภอเมืองลำพูน จ.ลำพูน, ลุ่มน้ำยม ที่อำเภอศรีสำโรง จ.สุโขทัย, อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เป็นต้น
ขณะนี้ในภาพรวมทั่วประเทศจะมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จึงขอเตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย ตามที่ลาดเชิงเขาและใกล้ทางน้ำไหลผ่านของ 19 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, พิษณุโลก, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, ระนอง, พังงา, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง, และสตูล เตรียมพร้อมรับมืออันตรายจากภาวะฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบ่อไร่ จ.ตราด, อำเภอเมืองจันทบุรี, อำเภอท่าใหม่ และอำเภอขลุง จ.จันทบุรี
กรมชลฯ เตือน ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างรับมือปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค.54 กรมชลประทานได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยมีเนื้อหาระบุว่า ตามที่มีฝนตกหนักที่ จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 28 ส.ค.54 ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.นครสวรรค์ เพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าระดับน้ำจะอยู่ในเกณฑ์สูงสุด 2,500 - 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินทาที ทั้งนี้กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำผ่านระบบของกรมชลประทานให้ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไม่เกิน 2,000 - 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะส่งผลให้บริเวณที่ลุ่มต่ำของแม่เจ้าพระยา ตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อน จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง และ จ.อยุธยา มีระดับน้ำเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นประมาณ 50 ซม. ในช่วงสั้นๆ จึงขอเตือนให้ประชาชน ป้องกัน และเสริมกระสอบทรายในที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ พร้อมขนย้ายของมีค่าขึ้นที่สูง และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย



