
'วิเชียร'ยันไม่ลาออกจากผบ.ตร.
'ผบ.ตร.'พร้อมคณะเข้าอวยพรป๋าเปรมปัดข่าวถูกบีบพ้นเก้าอี้ 'เฉลิม' โว 'เพรียวพันธุ์' เก่ง-เหมาะสม มอบ ดูแลยาเสพติด อ้างไม่มีอำนาจสั่งให้เป็น ผบ.ตร.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) นำคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)ประกอบด้วย พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา(สบ10) พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ พล.ต.ท.ยงยศ นาคเฉลิม ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในฐานะโฆษกตร. พล.ต.ต.สัญชัย สุนทรบุระ ผู้บังคับการกองสารนิเทศ พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ เลขานุการตร.เข้าเยี่ยมคารวะและมอบแจกันดอกไม้ แด่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะผบ.ตร.ได้เข้าพบพล.อ.เปรมภายในบ้าน โดยเข้าพบต่อจากคณะของ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และคณะผู้กำกับการสน.ในสังกัด บก.น.1 ที่เข้าเยี่ยมคารวะ บริเวณด้านนอกตัวบ้าน ทั้งนี้คณะของผบ.ตร.ได้เข้าพบ พล.อ.เปรม เป็นเวลาประมาณ 15 นาที
ทั้งนี้ ที่สโมสรทหารบก ถนนศรีอยุธยา พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวก่อนเข้าพบ พล.อ.เปรมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ว่า อยากจะพูดกับสื่อมวลชน เนื่องจากขณะนี้มีกระแสข่าวมากมาย ตนไม่อยากให้เกิดความระส่ำระสายในการทำงานของตำรวจ ซึ่งตนเคยตอบไปแล้วว่าไม่คิดจะลาออก
“ถ้าถามว่าจะไปเป็นปลัดกระทรวง โน่น นี่ไหม ผมเรียนว่า ตั้งแต่เล็กจนโต หลักการรับราชการของผม ประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้งประโยชน์ส่วนตัวเป็นเรื่องรอง ในฐานะเป็นผบ.ตร.การตัดสินใจหรือทำอะไรก็ตาม มาถึงตำแหน่งนี้ พื้นฐานการตัดสินใจ มาถึงขั้นนี้แล้วการทำอะไรต่อไปก็เป็นเรื่องที่สมควรตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน การตัดสินใจใดๆก็ตาม อยู่บนพื้นฐานของ ประเทศชาติ ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ นี่เป็นเรื่องที่ต้องทำ ต้องปฏิบัติ ต้องตัดสินใจไปตามแนวทางที่เคยทำมา เอาส่วนรวมเป็นที่ตั้ง นั่นคือประเทศชาติ ประชาชน เอาสถาบันกษัตริย์เป็นหลักชัย”พล.ต.อ.วิเชียร กล่าว
ผบ.ตร.ยังกล่าวอีกว่า อยากบอกว่า ตนเป็นผู้นำตำรวจต้องให้ความเป็นธรรม ความมั่นคงกับผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่ได้เสียสละ ตรากตรำ เหน็ดเหนื่อย เสี่ยงภัย เขาเหล่านั้นทำตามแนวทาง นโยบาย หลักการของตน ตนจึงต้องดูแล ที่อยากพูดวันนี้ก็อยากให้เพื่อนข้าราชการตำรวจได้ทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ไม่ให้เกิดความระส่ำระสายจนไม่เป็นอันทำงาน
เมื่อถามว่าหากมีการเสนอให้สมัครใจไปตำแหน่งอื่นเพื่อเปิดเก้าอี้ ผบ.ตร.ให้ว่าง พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า บอกไปแล้วว่าการตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานของประเทศชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชน เป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่มาพูดวันนี้เพราะอยากให้ตำรวจมั่นอก มั่นใจว่าในฐานะตนเป็นผู้นำตำรวจ ต้องดูแลเรื่องนี้ให้ความเป็นธรรมกับเขา
เมื่อถามว่าหากต้องไปจากตำแหน่ง เพื่อให้องค์กรตำรวจนิ่งขึ้นก็ต้องไป ใช่หรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ขอตอบแค่นี้ก่อนดีกว่า เมื่อถามด้วยว่า รู้สึกอย่างไรที่มีข่าวลือ เด้งทุกวัน ผบ.ตร. กล่าวว่า ก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เอาแค่นี้ก่อน ตนพูดเพื่อให้ตำรวจได้สบายใจในการทำงาน
เมื่อถามว่ามีสายตรงจากรัฐบาลมาขอให้ออกจากตำแหน่งหรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่าไม่มี ส่วนจะมีการเจรจาให้ไปดำรงตำแหน่งอื่นหรือไม่ ตนไม่ขอตอบ
“อยากฝากบอกสื่อว่า คำถามใดๆหากไม่เป็นประโยชน์กับองค์กรตำรวจ ตนก็จะไม่ตอบ”ผบ.ตร. กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
จากนั้น พล.ต.อ.วิเชียรและคณะ เข้าพบ พล.อ.เปรม และออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนให้สัมภาษณ์ อีกครั้งว่า ได้เข้าอวยพรวันเกิดพล.อ.เปรม ในฐานะประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ตามปกติ ท่านก็ให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และให้เป็นแบบอย่างของตำรวจที่ดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า สบายใจขึ้นหรือไม่ที่ได้พบ พล.อ.เปรม ผบ.ตร.กล่าวว่า ก็ได้รับพรเป็นธรรมดา ผู้ใหญ่ให้ศีลให้พร ก็มีความสุข ซึ่งพล.อ.เปรมได้ย้ำเรื่องความจงรักภักดี การถวายความปลอดภัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินินาถ นอกจากนั้นยังให้ดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนตามหน้าที่ของตำรวจ
เมื่อถามว่าพล.อ.เปรมได้ถามถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับตำแหน่งผบ.ตร.หรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่า ไม่มี ท่านไม่ได้ถาม
เมื่อถามว่าพล.อ.เปรมได้พูดอะไรที่เป็นการให้ความมั่นใจบ้างหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า พล.อ.เปรมได้พูดถึงเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประชวร แต่ก็ทรงห่วงใยพสกนิกร ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ตำรวจที่ต้องดูแลพสกนิกรของพระองค์ให้อยู่ด้วยความสงบเรียบร้อย ท่านก็ย้ำให้ไปทำหน้าที่นี้ ทำหน้าที่แทน ตามที่พระองค์ทรวงห่วงใยประชาชน ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เมื่อถามว่า พล.อ.เปรมยังแสดงความไว้ใจให้ ผบ.ตร.คนนี้ทำหน้าที่อยู่ใช่หรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร หัวเราะน้อยๆและกล่าวว่า ท่านบอกว่าท่านดีใจที่ตนเป็น ผบ.ตร.และทำหน้าที่มา ท่านบอกว่าได้ฟังเสียงจากพี่น้องประชาชน บอกว่าทำงานมาได้ดี ท่านบอกให้ทำหน้าที่อย่างนี้ เป็นแบบอย่างของตำรวจที่ดี
“พล.อ.เปรมยังกล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เหน็ดเหนื่อย เหนื่อยยาก ควรดีใจและภูมิใจที่เป็นการเหน็ดเหนื่อยเพื่อคนอื่น และขอให้เราเหน็ดเหนื่อยเพื่อผู้อื่นต่อไป ท่านบอกว่าดีใจที่ผมเป็นผบ.ตร. โดยที่ผ่านมารับทราบว่าทำงานเสียสละ ไม่หลับ ไม่นอน แทบไม่ได้พบหน้าครอบครัว จึงขอให้เสียสละ และทำดีต่อไป เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ตำรวจคนอื่น” ผบ.ตร.เผย
เมื่อถามว่าพล.อ.เปรมอยากให้ทำต่อไปด้วยใช่หรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร ยิ้มและกล่าวว่า ครับ
'เฉลิม'โว'เพรียวพันธุ์'เหมาะสม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องยาเสพติด กล่าวถึงกรณีที่จะมีกระแสข่าวการปรับเปลี่ยนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร.) ว่า ในความเป็นจริงตนรับราชการเป็นตำรวจกองปราบปรามมา 11 ปี บ่อนการพนันขนาดใหญ่ที่เปิดกลางเมืองหลวง ระดับผู้คับการ กับผู้กำกับการมันเปิดไม่ได้
แล้วที่ตั้งกรรมการสอบในสมัยที่ตนรับผิดชอบอย่ามาโกหกตนเลย ตนรู้ดี จะเล่าให้ฟังว่าบ่อนที่กระเจิดกระเจิงเกิดจากตน การเปิดบ่อนการพนันนั้นไม่เป็นไร เพราะคนไทยชอบเล่นแต่มันต้องแอบเล่น แต่นี่เปิดเผยไม่เกรงกลัว และมีการแอบอ้าง ซึ่งมีผู้ใหญ่ติดต่อมายังตน และตนได้ติดต่อไปยังนายตำรวจบางคนที่แรกก็อ้ำอึ้งน้ำท่วมปาก
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้เก็บข้อมูลประมาณปีเศษเพราะตนไม่มีหน้าที่ บ่อนนี้แต่เดิมเล่นที่อาบอนวดแห่งหนึ่ง มีการเก็บค่าเช่าโต๊ะเล่นต่อวันประมาณ 2.4 แสนบาท โต๊ะใหญ่ 1.5 แสนบาทต่อชั่วโมง วันหนึ่งมี 3 ผลัด ทำมา 1 ปีเศษอบายมุขแพร่หลายมากสุด เมื่อตนเข้ามามีหน้าที่รับผิดชอบตนต้องทำ ไม่ปล่อยปละละเลย รู้ว่าเรื่องนี้จะมากระทบที่ตน คือ 1.ตนไม่มีที่ปรึกษาพิเศษ 2.ตนไม่มีหน่วยเฉพาะกิจ และ3.เรื่องตำรวจตนเข้าใจและมีวิธีการ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนจะเชิญเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) , เชิญกรมการปกครองมาให้ข้อมูล และจะใช้กำลังตำรวจตระเวนชายแดน ภาคหนึ่ง ( ตชด.ภ.1) สนธิกำลัง หากนครบาลไม่จับเอาตระเวนชายแดนจับ ถ้าตำรวจตระเวนชายแดนไม่คล่อง ก็เอาตำรวจภูธรภาค 1 จับ ถึงเวลาแล้วที่กรมตำรวจต้องทำงานเต็มที่อย่าไปเกรงใคร จากนี้ต่อไปนึกอะไรไม่ออกให้บอกเฉลิม ตนจะจัดการให้
เมื่อถามว่า ทำไมบ่อนถึงมีการเปิดได้นาน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพราะมันได้เงินกันครบถ้วน ส่วนเจ้าของบ่อนก็ไม่มีใครมีอิทธิพล มันเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ยาเสพติดระบาด ตู้ม้าเต็มเมือง ทั้งบ่อนพระรามเก้า บ่อนเตาปูน บ่อนลอยฟ้า บ่อนกิ่งเพชร บ่อนยายโห้พระโขนง บ่อนนายหวินบางนา เล่นมานานทั้งนั้น แป๊ะตี๋สำเหร่ นายเหลียงภาค 7 ก็เข้ามายึดนครบาล เรียกว่าเป็นเหตุการณ์ที่เลวทรามที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า บ่อนเหล่านี้จะหมดไปเมื่อท่านกำกับดูแลหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ต้องหมด นี่ก็หมดไป 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือนิดหน่อยที่เข้าจับยากหน่อย ยืนยันเลย ส่วนที่ไม่สามารถเอาคนผิดมาลงโทษได้นั้นเพราะการพนันชอบเล่นทั้งนั้นคนไทย
“ บางคนบอกว่าถ้ากวดขันอย่างนี้มันจะเป็นต่างประเทศ จะเล่นที่ไหนหากถูกกฎหมายก็เรื่องของเขา เดี๋ยวมาบอกว่า เฉลิมรับแผนบ่อนประเทศใกล้เคียงมา ไม่ใช่ ที่สำคัญที่สุดคือมี 4 นายพลตำรวจแอบอ้าง จเรตำรวจไม่ต้องสอบสวนเพื่อมารายงานตน ตนรู้มากกว่าอีก อย่ามาดราม่า ฉะที่ผมบอกว่า 2 สัปดาห์จะคิดปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เหลือเพียง 3 วัน ผมจะเรียกมาจิ้มถามเลย อย่างนี้ใช่ไหม ยอมรับหรือไม่ ถ้าไม่ยอมรับจะทำอย่างไรต่อไป ผมไม่ยอมหรอก” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วจะดำเนินการอย่างไรกับ 4 นายพลนี้ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้ามีหลักฐานก็พลั้วะเลย ตนไม่มีไว้และตำรวจที่ทำตัวเป็นรปภ.เสียเองนั้น
หากหลักฐานชัดก็ปรับย้ายครั้งใหญ่ และตนจะพูดในที่ประชุม ก.ตร.คนอื่นคุมตำรวจไม่เข้าใจเท่าตนคุม สถานการณ์บริการพระบิณฑบาตถึงเลิก ซึ่งถือเป็นแหล่งมั่วสุม มันเป็นที่ระบาดของกลุ่มเสี่ยงยาเสพติด เมื่อถามว่าชื่อบ่อนที่ระบุมาทั้งหมดนี้ภายใน 3 วันต้องจัดการให้หมดหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อย่างเตาปูน กิ่งเพชรเกือบทุกบ่อนก็แอบเล่น
“ ผมย้ำอีกครั้งว่าถ้าใครไปแอบอ้างชื่อผม ให้มาเรียกรับผลประโยชน์ให้ทุกคนรู้ว่าไม่จริง และให้คนนั้นวิบัติ ถ้าผมประพฤติชั่วแม้แต่คิดให้ผมวิบัติ ให้มีความเป็นไป ให้หายนะ ผมไม่มีหน่วยเฉพาะกิจ ไม่มีที่ปรึกษาพิเศษ ไม่มีใครต้องมาสอนผม และผมมอบหมายให้พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร.รับผิดชอบเกี่ยวกับปราบปรามยาเสพติดและคดีค้างเก่า ที่มีหมายจับเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด เพราะเป็นคนเก่ง ไม่ใช่เหมาะสมธรรมดา แต่เป็นอดีตผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติดเป็นตำรวจมือปราบ เป็นตำรวจจับโจร
และมอบหมาย พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุทธยา รองผบ.ตร.รับผิดชอบคดีอาชญากรรม คดีที่สำคัญๆ ผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้างและหมายจับที่ค้างเก่า เพราะเป็นตำรวจจับโจร ผมรู้จักตำรวจบางคนเติบโตมาบนพื้นฐานขาดความสามารถ สนองตอบนโยบายยาก เพราะบางคนไม่เคยจับปืน ถือปิ่นโต ไม่เคยจับโจร ไม่เคยสอบสวน ผมจะพิจารณาเรื่องนี้ภายใน 3 วัน ”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว และว่าความจริงแล้วได้สั่งก่อนนายชูวิทย์ กมลวิศิฎษ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย แต่มันแอบอ้าง ที่นักพนันเลิกกันกระเจิดกระเจิงเพราะเฉลิม ไม่ใช่ชูวิทย์
ผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงกระแสข่าวโยกย้ายผบ.ตร. ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่มีอำนาจ อำนาจเป็นของนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะย้ายผบ.ตร.ได้นั้น พระราชบัญญัติตำรวจพ.ศ. 2547 มาตรา 62 ผบ.ตร.ต้องสมัครใจยินยอม หรือหากไม่สมัครใจยินยอมก็ย้ายได้ แค่ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเมื่อย้ายมาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีก็เป็นอำนาจนายกฯ อย่างไรก็ตามตนต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพื่อใช้คนให้ถูกกับงาน บ่อนเต็มไปหมด ยาเสพติดระบาด อบายมุขเลอะเทอะ ผู้บังคับบัญชาจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าผบ.ตร.จะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ใช่หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะเป็นผู้บังคับบัญชา
เมื่อถามว่าการปล่อยปละให้มีบ่อนในขณะนี้เป็นเหตุผลให้ปลดผบ.ตร.ได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ใช้คำว่าปลดหรือเปลี่ยน แต่ใช้คำว่าปรับปรุงบุคลากรให้สอดคล้องกับงานที่จะทำ และตนตอบสังคมได้ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าพล.ต.อ.วิเชียร จะเสนอฝ่ายการเมืองให้โยกย้ายตัวเองไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงฯ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า หากตนตอบก็ใหญ่เกินไป ตนไม่ใช่นายกฯ เอาเท่าที่ตนรู้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัวท่านจะมีส่วนเข้าไปประสานงานในการเจรจาหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีๆ แต่ตนยืนยันเลยว่าภายใน 3 วันตนจะต้องเสนอนายกฯ เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องใช้คนให้ถูกกับงาน ปล่อยไปอย่างนี้ไม่ได้สังคมเสียหาย แล้วกล้าปฏิเสธกับตนหรือไม่ ตนจะได้จับไปสาบานต่อหน้าพระแก้วมรกต ซึ่งตายเป็น 10 แล้วนะนายพล.
เมื่อถามว่า จะให้ป.ป.ท.เข้าไปตรวจสอบนายพล.4 คน ที่ระบุตอนต้นหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ แต่ตนจะให้ข้อมูลปปท.ในเบื้องต้น ซึ่งวันนี้เขาจะมาพบตน เพราะได้เวลาต้องทำกันจริงๆ ทำอย่างเก่าไม่ได้แล้ว อย่างไรก็ตามในเรื่องของบ่อนตนรู้เมื่อไหร่ตนสั่งจับมือนั้น ถ้านครบาลไม่จับ จะเอาตำรวจภูธร 1 มาจับ ถ้าภูธร 1 ไม่จับเอาตชด.มาจับ ยุคของตนใช้ตำรวจเป็น ส่วนเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจถ้าใครรับเงินขอให้ฟ้าดินลงโทษ สาปแช่ง ไอ้คนอย่างนี้ อย่าให้เกิด 7 ชั่วโคตร แต่จะปรับปรุงอย่างไรขอเวลา 3 วัน ตอนแรกบอกว่า 2 สัปดาห์ช้าไป เพราะบ้านเมืองปล่อยอย่างนี้ไม่ได้ ยุคของตนเรื่องซื้อขายตำแหน่งไม่มี ตนทำอะไรไม่ได้ก็สาปแช่งตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าตั้งใจมารับบทบาทตรงนี้ จะปราบบ่อนอบายมุขให้ถอนรากถอนโคน ไม่ใช่กรุยทางให้พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ขึ้นมาเป็นผบ.ตร.ใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนต้องการปราบบ่อนแน่นอน แต่ไม่ใช่กรุยทาง เพราะพล.ต.อ.เพรียวพันธ์และพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ เป็นคนมีฝีมือ ตำรวจทั้งกรมเขารู้ แบบที่ตนอยู่กองปราบฯ พอเอ่ยชื่อสารวัตรเหลิม พวกเมาเหล้าสร่าง มันต้องตำรวจมือปราบ
เมื่อถามย้ำว่า ถ้าพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ขึ้นเป็นผบ.ตร. นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเพื่อไทยสามารถตอบคำถามสังคมได้ใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าท่านจะได้ขึ้นหรือไม่ เพราะตนไม่มีอำนาจ แต่ตอนปฏิวัติย้ายท่านเพราะเป็นญาติของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้วไปย้ายเขาทำไม เพราะพล.ต.อ.เพรียวพันธ์อาวุโสกว่าทุกคน ก็ไปหาเรื่องลงโทษ หาเรื่องกลั่นแกล้ง เพราะเป็นญาติของพ.ต.ท.ทักษิณ พอจะได้เป็นผบ.ตร.บ้างก็เป็นญาติของพ.ต.ท.ทักษิณ อีก แล้วความเป็นธรรมอยู่ตรงไหน ตนอธิบายได้ ตอบได้
เมื่อถามว่าทำไมหลังจากนายชูวิทย์ออกมาแฉ ต้องรอ 2 - 3 วันถึงตรวจค้นได้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า กฎหมายระบุว่าขณะลักลอบเล่นการพนัน เมื่อไปเจอของกลางก็ต้องผิด มีคลิปว่าเล่นแล้ว เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าท่านซึ่งมีประสบการณ์อยู่กองปราบมาก่อนมองว่าการสอบเป็นปาหี่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่กฎหมายบอกว่าต้องขณะเล่นการพนัน ดังนั้นฝากถึงจเรตำรวจขอให้หยุดสืบสวนเรื่องนี้ เพราะอายเขา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่บ่อนรัชดามีใครเป็นเจ้าของ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า มันร่วมกันหลายคน เป็นคนเกาหลี มาเก๊า ฮ่องกง ตนรู้หมด เมื่อถามว่าบ่อนที่เตาปูนเดือดร้อนด้วยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ทุกบ่อน จะมามีอิทธิฤทธิ์อ้างว่าเป็นสื่อตนก็ไม่สนใจ
ส่วนว่าการปราบบ่อน ปราบยาเสพติดจะทำให้ปัญหายาเสพติดลดลงหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า สถานบริการพอรู้ว่าตนมาคุม สตช. ก็คลางฮือเลย เ พราะตนเคยเป็นรมช.มหาดไทยมาก่อน ตำรวจต้องเลิกพูดว่าถ้าปิดสถานบันเทิงอย่างเคร่งครัด นักท่องเที่ยวจะไม่มาเที่ยวประเทศไทยนั้นตนเห็นว่าแค่คิดก็โง่แล้ว เพราะเขามาเที่ยวทัศนียภาพ
เมื่อถามว่าที่บอกว่าเตรียมข้อมูลมาเป็นปีแล้วทำไมเพิ่งมาเปิดเผย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ฝ่ายค้านพูดไม่มีน้ำหนัก ปฏิบัติการไม่ได้ และไม่มีหน้าที่แต่เมื่อเป็นรองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบตนมีหน้าที่เต็มตามกฎหมาย
'เพรียวพันธ์'ระบุขึ้นผบ.ตร.อยู่ที่ผู้บังคับบัญชา
พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีโดยระบุว่า มาพบ รองนายกฯ เพื่อรับนโยบายแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยตนได้หารือถึงแนวทางที่จะดำเนินการในทันที ซึ่งตนยังไม่ยืนยันว่ายาเสพติดจะหมดไปภายใน3เดือน เพราะขั้นตอนการปฏิบัติงานจะเน้นที่การสกัดกั้นการลักลอบ หรือการลำเลียงนำเข้ายาเสพติดจากต้นทางเป็นสำคัญ ส่วนเรื่องการจับกุมบ่อนการพนันใน กทม.นั้น ตนไม่ทราบเรื่องเเละไม่ได้รายงานรองนายกฯ เพราะตนไม่ได้ดูเเลงานด้านนี้
ทั้งนี้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ยังปฏิเสธถึงกรณีกระแสข่าวว่า จะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)เเทน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ว่า "เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชา"
'สุเทพ'เมินแผนใช้'ชูวิทย์'แฉบ่อนเลื่อยขาเก้าอี้'ผบ.ตร.'
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี และอดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวจะมีการโยกย้าย พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ออกจากตำแหน่ง หลังนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทยออกมาแฉเรื่องบ่อน กลางสภาว่า ไม่คิดว่าจะมีการโยกย้ายผบ.ตร.ด้วยเหตุดังกล่าวเพราะดูแล้วไม่สมเหตุสมผล
และเห็นว่า.ทำงานในหน้าที่ได้ดี เป็นผบ.ตร.ที่ดีคนหนึ่ง ทำงานร่วมกันมาไม่เคยมีปัญหา และมีผลงานที่ชัดเจน ดังนั้นใครจะมาบอกว่ามีปัญหาเรืองยาเสพติด และเรื่องบ่อนการพนันและต้องย้ายนั้นคิดว่าแม้มีผบ.ตร.คนใหม่มาอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือนก็คงเจอปัญหานี้
เมื่อถามถึงกรณีความพยายามที่จะหาตำแหน่งต่าง ๆ มาให้ พล.ต.อ.วิเชียร เพื่อให้ลงจากตำแหน่ง ผบ.ตร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนพูดไม่ได้ว่าเขาได้มีการเจรจาต่อรองกันจริงหรือเสนอเงื่อนไขอะไรต่าง ๆ เพราะตนไม่ทราบและไม่ได้พบกับพล.ต.อ.วิเชียรอีกเลย ไม่ได้ยินข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ทราบเพียงว่ามีข่าวที่ไม่ระบุที่มา หรือมาจากแหล่งข่าวซึ่งก็วิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้
แต่รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลทีประชาชนจับตามอง เรื่องการใช้อำนาจและเป็นรัฐบาลที่สืบทอดมาจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นรัฐบาลที่ใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายให้อยู่แล้ว ไปแทรกแซงข้าราชการประจำ แทรกแซงองค์กรต่างๆ ใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง รัฐบาลนี้ต้องหลีกเหลี่ยง ถ้าไปเดินซ้ำรอยนั้นอีกจะไม่ได้รับความนิยมจากประชาชน
ส่วนที่มีการเสนอขื่อว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร. ที่อาจจะมาเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ นายสุเทพ กล่าวว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ก็มีอาวุโสและอีกปีเดียวก็เกษียณ แต่ข้อที่เป็นจุดอ่อนคือเป็นพี่ชายคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ตรงนี้ต้องให้เหตุผล ทั้งนี้หากผบ.ตร.เต็มใจที่จะย้ายออกไป แล้วมีตำแหน่งว่างและแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ก็เป็นเรื่องปกติ
แต่ถ้าไปข่มเหงรังแก พล.ต.อ.วิเชียรเพื่อให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้เป็น ผบ.ตร.เพื่อเป็นเกียรติยศวงศ์ตระกูลนั้น น่ารังเกียจมากสำหรับรัฐบาล ส่วนกรณีการจับตาว่าจะมีการตั้งรัฐตำรวจอีกครั้งนั้น คงทำไม่ได้แล้วชาวบ้านกำลังจับตาดู
ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในขณะนี้ที่มีรายงานว่ามีการเสนอให้ย้าย นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงมหาดไทยนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องกลับไปดูว่า เขาทำอะไรผิด เขาทำอะไรไม่เหมาะสม และหากจะย้าย ย้ายไปไหนด้วยเหตุผลอะไร กรณีปลัดกระทรวงมหาดไทยนั้นตนมองว่าเขาไม่ได้มา เพราะการเมือง เขามีวิธีการที่มาตามปกติ และเห็นว่าเขาเองก็ทำงานได้ดี
ผู้สื่อข่าวถามว่าในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่มีรายงานข่าวระบุถึงการโยกย้าย ที่ไม่คำนึงถึงระบบคุณธรรมเช่นเดียวกัน นายสุเทพ กล่าวว่าคงเฉพาะกรณีนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิพานิช อธิบดีกรมการปกครอง เท่านั้นที่มีการพูดค่อนข้างมาก
กรณีที่พอมีรัฐบาลใหม่ก็มักจะมีการล้างบางข้าราชการประจำ นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะข้าราชการประจำไม่ได้เล่นการเมืองด้วย ไม่ใช่นักการเมืองไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการประจำ เมื่อใครมาเขาก็ต้องทำราชการ ทั้งนี้ตนจะติดตามว่าจะทำอะไรต่อไปบ้าง



