'ยิ่งลักษณ์'ตรวจสถานีระบายน้ำ
'ยิ่งลักษณ์' ตรวจสถานีระบายน้ำห้วยหมากแข้ง แนะ ดูพื้นที่เก็บน้ำช่วงหน้าแล้ง
29 ส.ค.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ อาทิ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รมช.สาธารณสุข พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสถานีสูบน้ำห้วยหมากแข้ง เทศบาลเมืองอุดรฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จุดที่มาดูเป็นโมเดลที่ทาาง จ.อุดรธานี ทำไว้ เพื่อให้ดูการขยายประตูรับน้ำ เพื่อรองรับในช่วงที่มีปริมาณน้ำมาก และจะส่งออกไปจะได้ระบายน้ำออกนอกเมืองมากขึ้นและให้ไปอยู่ในแอ่งรับน้ำไว้สำรองใช้ยามน้ำแล้ง ส่วนที่ อ.บางระกำ จะต้องให้ทีมงานไปศึกษาแผนถาวรเรื่องของเส้นทางระบายน้ำอีกครั้ง
เนื่องจากสภาพพื้นที่ไม่เหมือนกันกับที่อุดรฯ ต้องไปดูเรื่องวิศวกรรม และชลประทานเข้าไปสำเร็จอีกครั้ง เมื่อถามว่า โมเดลอุรดรธานี จะนำไปปรับใช้กับจังหวัดอื่นด้วยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ถ้าสภาพปัญหาคล้ายกันก็สามารถนำไปประยุกต์ได้ โดยที่ต้องดูองค์ประกอบอื่นด้วย
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นางบานเย็น อุปนันท์ ชาวบ้านใน จ.อุดรธานี วัย 78 ปี ได้มารอพบกับนายกรัฐมนตรี ที่ชั้นล่างของโรงแรมที่พัก เพื่อมอบให้หลวงตามหาบัวให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นที่ระลึก ก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะปฏิบัติภารกิจตรวจสถานีสูบน้ำ ห้วยหมากแข้ง
จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนเสอเพลอโนนสวรรค์ ต.เสอเพลอ .กุมภวาปี จ. อุดรธานี ซึ่งเป็นโรงเรียนตัวอย่างที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา โดยมีตัวแทนองค์การยูนิเซฟ ร่วมสังเกตการณ์ และเตรียมเสนอให้รัฐบาลผลักดันให้มีการพัฒนาการศึกษาอย่างทั่วถึงต่อรัฐบาลต่อไป โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และตนอยากเห็นโครงการแบบนี้ขยายผลไปเรื่อยๆ ยืนยันว่ารัฐบาลเห็นความสำคัญของอนาคตเด็กไทย และขอบคุณครูทุกคนที่ทำงานด้วยจิตวิญญาณ เพื่ออนาคตของเด็กไทยเพราะอนาคตของเด็กถือว่ามีความสำคัญมาก ถ้าเราเอาใจใส่ตรงนี้ก็จะทำให้ประเทศแข็งแรง ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินชมการเรียนการสอนภายในโรงเรียน
ต่อมาเวลา 10.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมายังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดใหม่สงเปลือย อ.กุมภวาปี เพื่อเยี่ยมและเลี้ยงอาหารกลางวันและไอศกรีมให้กับเด็กนักเรียน พร้อมกับพูดคุยทักมายกับชาวบ้านที่มารอต้อนรับอย่างเป็นกันเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดภารกิจการตรวจเยี่ยมโรงเรียนนของนายกรัฐมนตรี มีชาวบ้านสวมเสื้อแดงมารอต้อนรับทั้งภายในโรงเรียนเสอเพลอโนนสวรรค์และที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เนื่องจากพื้นที่ดักล่าวถือเป็หมู่บ้านคนเสื้อแดง เนื่องจากมีการติดธงแดงไว้คู่กับธงชาติเกือบทุกบ้าน
"ยิ่งลักษณ์" มอบหมาย “กิตติรัตน์” บี้เอกชนปรับลดราคาสินค้า
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินัวตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค บางประเภทยังไม่ลดราคาหลังจากที่มีการลดราคาน้ำมันลงแล้ว ว่า ต้องค่อยๆ ทำงาน จุดเริ่มต้นคือเรื่องราคาน้ำมันซึ่งจะต้องไปจะหารือกัน โดยวันที่ 29 ส.ค.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ จะเริ่มไปคุยกับผู้ประกอบการหลายราย เพื่อขอความร่วมมือด้วย
เมื่อถามว่าว่าผู้ประกอบการรถโดยสารเอกชยนยังไม่ยอมลดราคา รัฐบาลจะใช้วิธีเข้าไปสั่งการหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราอยากใช้วิธีหารือกัน บางอย่างก็เป็นไปตามกลไกการแข่งขันด้านราคาด้วย ซึ่งบางที่ยินดีจะลดราคาให้ถือเป็นกลไกการตลาด หากจุดใดที่ให้ราคาเหมาะสมคนก็จะไปใช้บริการมากขึ้น
เมื่อถามถึงเสนอเสนอการถ่างราคาระหว่างน้ำมันเบนซินกับแก๊สโซฮอล์ให้มากขึ้น เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในภาพรวมระยะสุดท้าย เราอยากเห็นกระบวนการส่งเสริมแก๊สโซฮอล์ ซึ่งเป็นพลังงานทดแทน จุดนี้เราให้การสนับสนุนอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาด้วยโครงสร้างของราคาน้ำมัน ไม่เป็นไปตามกลไกอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในส่วนของน้ำมันที่เราต้องการส่งเสริม ดังนั้น วันนี้เราต้องค่อยๆ กลับมาจัดระบบและปรับให้เข้าสู่กลไก ช่วงนี้จึงเป็นช่วงของการปรับเปลี่ยน ซึ่งวันนี้เราลดราคาน้ำมันไป 3 ประเภทแล้ว แต่วัตถุประสงค์จริงๆ ก็เพื่อลดค่าครองชีพ ท้ายที่สุดเราต้องใช้กลไกต่างๆ ในการที่จะค่อยๆปรับให้เข้าสู่กลไกการตลาด โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ ในที่สุดจะต้องมีมาตราการที่จะให้ส่งเสริมให้มีคนใช้แก๊สโซฮอล์อยู่แล้ว
เมื่อถามว่าย้ำว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้มีการลดราคาแก๊สโซฮอล์ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นไปได้ ซึ่งคงจะหารือกัน ซึ่งตนมอบรมว.พลังงานและรมว.คลังไปหารือในรายละอียดแล้ว และคงจะหารือกันในครม.



