ข่าว

'สิงห์'ขานรับค่าแรงวันละ300บาท

'สิงห์'ขานรับค่าแรงวันละ300บาท

29 ส.ค. 2554

ค่าย “สิงห์” ขานรับนโยบายปรับขึ้นค่าแรง แนะรัฐดูแลแรงงานภาคเกษตรให้มีรายได้ทัดเทียมภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกกระดับการพัฒนาทั้งประเทศ พร้อมเรียกร้องนายจ้างลงทุนเพิ่มศักยภาพแรงงาน เพื่อดันราคาสินค้าให้สูงขึ้น

            นายปิติ ภิรมย์ภักดี ผู้จัดการกลุ่มการตลาด บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า นโยบายการปรับขึ้นค่าแรงของรัฐบาลที่จะปรับเป็นรายได้ขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน และเงินเดือนระดับปริญญาตรี 15,000 บาทต่อเดือน เป็นเรื่องที่เหมาะสม แต่แรงงานจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วย เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าให้เพียงพอที่จะนำมาจ่ายค่าจ้างที่เพิ่ม ซึ่งนโยบายดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้รายได้แรงงานทั้งระดับล่างและระดับกลางเพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นการเพิ่มรายได้ทั้งระบบ และยังเป็นแรงจูงใจให้ผู้ที่จบการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ขวนขวายเพิ่มการศึกษายกระดับความรู้ไปสู่ปริญญาตรี เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

             ทั้งนี้ ในส่วนของบริษัทบุญรอดฯ ได้นำร่องในการปรับปรุงค่าจ้างมานานกว่า 3 ปีแล้ว ซึ่งรายได้ในส่วนของแรงงานในโรงงานที่มีรายได้ไม่เกิน 300 บาทต่อวัน มีอยู่ประมาณ 20% แต่ก็เกินกว่าค่าจ้างขั้นต่ำในปัจจุบัน 215 บาทต่อวันอยู่แล้ว แต่ถ้ารวมสวัสดิการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล การประกันชีวิต ทุนการศึกษา การพัฒนาแรงงาน ก็จะเกิน 300 บาท อย่างไรก็ตาม หากขึ้นค่าแรงตามที่รัฐบาลกำหนดก็ไม่ได้กระทบต่อบริษัทแต่อย่างใด ด้านแรงงานระดับปริญญาตรีถ้าจบในสาขาทั่วไป ก็เริ่มต้นเงินเดือนที่ 1.6 หมื่นบาท และถ้าเป็นสาขาวิชาชีพเฉพาะทางก็จะสูงไปกว่านี้อีก

             อย่างไรก็ตาม มองว่าการขึ้นค่าจ้างแรงงาน จะต้องสอดคล้องทั้งแรงงานในโรงงาน และแรงงานภาคการเกษตร รวมทั้งการยกระดับราคาจำนำพืชผล เพื่อให้ทั้ง 2 ล้อนี้หมุนไปด้วยกัน ถ้าล้อใดวิ่งไปเพียงวงเดียวการพัฒนาประเทศก็จะสะดุด ซึ่งแรงงานไทยขณะนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคการเกษตร ดังนั้นรัฐบาลจะต้องเข้ามาดูแรงงานส่วนนี้ให้มีรายได้เทียบเท่ากับแรงงานในส่วนอื่น

             นอกจากนี้ ในการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานในอนาคต ทั้งนายจ้างและลูกจ้างจะต้องปรับมุมมองไปในทิศทางเดียวกัน โดยฝ่ายนายจ้างจะต้องลงทุน และให้เวลาลูกจ้างในการพัฒนาศักยภาพฝีมือแรงงาน เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิตให้ดีขึ้น ส่วนแรงงานจะต้องขวนขวายที่จะพัฒนาตัวเองเพื่อเพิ่มฝีมือและรายได้ เพราะถ้าไม่มุ่งพัฒนาตัวเอง คอยแต่การขึ้นค่าแรงจากภาครัฐ ก็จะทำให้ตัวเองและองค์กรขาดความก้าวหน้า ไม่สามารถประกอบธุรกิจในภาวะที่มีการแข่งขันสูงในขณะนี้ได้