
'ฐิติมา'ลั่นทำงานเชิงรุกไม่ตอบโต้
ฐิติมา ฉายแสง "ทำงานเชิงรุก ไม่ตอบโต้" : สัมภาษณ์พิเศษ โดย ปิยะนารถ ศรีวะโล
"ฐิติมา ฉายแสง" แม้ไม่ได้รับเลือกเป็นส.ส.แต่ด้วยประสบการณ์ในสภาจึงได้รับมอบหมายจากรัฐบาล "ยิ่งลักษ์ ชินวัตร" ให้ทำหน้าที่ "โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี" ถือเป็น "โฆษกผู้หญิง" คนที่สองรองจาก "ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์"
"ฐิติมา" ยอมรับว่า รู้สึกหนักใจกับตำแหน่งโฆษกรัฐบาล เพราะทุกคนไปวางภาพโฆษกรัฐบาลยิ่งใหญ่ ทั้งที่การทำหน้าที่เพียงมาอ่านมติคณะรัฐมนตรีเท่านั้น จึงคิดว่าจะทำงานเชิงรุกให้ภาพรัฐบาลดูดีทั้งภาพลักษณ์และผลงาน ไม่ใช่ตอบโต้ แต่ทำความเข้าใจและสื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรี อธิบายว่าทำไมรัฐบาลต้องทำเรื่องนี้ แต่ก่อนอื่นทีมโฆษกต้องรู้วาระก่อนการประชุม เพื่อไปศึกษาข้อมูลก่อนไปอธิบายให้ผู้สื่อข่าวเข้าใจก่อนนำไปสื่อสารถึงประชาชน
"จะพยายามเอาความเป็นตัวของเองที่เคยอภิปรายในสภามาใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่การทำงานหน้าที่โฆษก ไม่ใช่การอภิปรายจะพูดยาวมากก็ไม่ได้ หรือคิดเป็นคำเด็ดๆ มาใช้ในการแถลง ก็ยังเป็นเรื่องยาก เพราะตอนนี้ยังใหม่มาก" โฆษกรัฐบาลคนใหม่ กล่าว
ส่วนการแบ่งหน้าที่ให้ทีมรองโฆษกรัฐบาล "ฐิติมา" บอกว่า เรื่องเศรษฐกิจจะมอบหมายให้ น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ เป็นผู้รับผิดชอบ เพราะเรียนจบมาด้านนี้ ส่วนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด จะรับผิดชอบด้านการเมืองและความมั่นคง รวมถึงงานด้านสังคมบางส่วน สำหรับนายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา สัดส่วนของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน จะต้องแบ่งงานใหม่ เพราะพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินมีกระทรวงที่รับผิดชอบเพียงกระทรวงเดียวคือกระทรวงอุตสาหกรรม
สำหรับการคัดเลือกรองโฆษก 2 คน จากพรรคเพื่อไทย "ฐิติมา" บอกว่า น.ส.อนุตตมา ผู้ใหญ่บอกมา ส่วนตัวก็เห็นด้วย เพราะจบด้านนี้ และเป็นทีมงานด้านนโยบายของพรรค ส่วนนายอนุสรณ์ เป็นคนสนับสนุนและบอกผู้ใหญ่ เพราะหาคนมาทำงานด้านเมือง ตอบโต้ เป็นเรื่องยาก ที่สำคัญต้องเป็นคนที่รู้ด้านการเมืองเป็นอย่างดี
การทำหน้าที่ "โฆษกรัฐบาล" ในสถานการณ์การเมืองที่แบ่งเป็นฝักฝ่าย "ฐิติมา" ยอมรับว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่อาจมีอุปสรรคในการชี้แจงบ้าง เพราะคนที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องไม่เห็นด้วยไปตลอดการ พูดดี พูดถูก เขาก็ยังว่าผิด ซึ่งไปพูดแทบตาย เขาก็ไม่คงเห็นด้วย ดังนั้นเราก็คงทำหน้าที่ของเราไป เขาจะเป็นอย่างไรก็เป็นไปเถอะช่วยไม่ได้ จะไปโน้มน้าวกันคงไม่ได้ต้องปล่อยเขาไป
ส่วนแนวความคิดที่จะไปสร้างความเข้าใจ หรือละลายความคิดต่างของคนกลุ่มนั้น "ฐิติมา" กล่าวว่า อยากให้คนที่อยู่ตรงข้ามมองที่ผลงานว่า ทำเพื่อประชาชน ถ้าเห็นผลงานของเรา หรือเห็นกับชาติบ้านเมือง ก็คงต้องปรับตัว ส่วนโอกาสที่จะลงไปหาคนกลุ่มนั้นไม่รู้จะยอมรับเราหรือไม่ อาจจะถูกไล่กลับมาก็ได้ แต่ความจริงแล้วยินดีที่จะพูดคุยกับทุกคน ที่ผ่านมาก็มีเปลี่ยนไปหลายคน อย่างเปลี่ยนจากเสื้อเหลือง เป็นเสื้อแดง เพราะได้เข้าใจบ้านเมือง ตอนนี้หวังว่าพวกเขาเหล่านั้นและประชาชนจะร่วมกันช่วยให้ประเทศไทยไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
การทำหน้าที่โฆษกรัฐบาลบางครั้งต้องเกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง "ฐิติมา" มองว่า เป็นเรื่องปกติ ตอนแรกนายกฯยิ่งลักษณ์ ลงมาใหม่ๆ ก็ถูกวิจารณ์ แต่เมื่อรู้สไตล์ก็จบไป แถมตอนนี้ยังบวกด้วย และไม่ว่าอะไร อย่างนายอนุสรณ์ความจริงเป็นคนนุ่มนวล เข้ากับคนได้หมด ฉลาด คิดว่าเขาจะมาช่วยในทีมงานได้ดีด้วยซ้ำ ต้องการให้นายอนุสรณ์มาช่วยเรื่องการตอบโต้แบบนุ่มนวล ไม่ใช่ฮาร์ดคอร์ ซึ่งแน่นอนเราคงไม่ให้นายอนุสรณ์มาเป็นฮาร์ดคอร์ แรกนายอนุสรณ์อาจโดนวิจารณ์ แต่เมื่อผลงานออกมาทุกอย่างก็จะปกติ
"คนเรามันต้องมีความเป็นธรรม ถ้าฝ่ายตรงข้ามมาพูดแบบไม่เป็นธรรมเลย อันนี้ต้องตอบโต้ แบบสอนสั่งกันเลยด้วยซ้ำ เหมือนกับที่เคยพูดในสภา ถ้ามาพูดในสิ่งไม่ถูกต้อง อย่างมาของบประมาณเป็นหมื่นล้าน โดยไม่มีเอกสาร และไม่บอกว่าจะเอาไปทำอะไร แบบนี้จะตอบโต้แบบเจี้อยแจ้วไม่ได้ ตอนแรกที่ทราบว่าจะได้รับตำแหน่งนี้ยังกลัว ความจริงแล้วนอกสภาเป็นคนง่ายๆ มาก แต่จริงใจ และจริงจังจนคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นคนแข็ง ดุ อย่างรัฐบาลชุดที่แล้วทำผิดก็จะบอกว่าไม่ถูกต้อง เมื่อเรามาทำงานก็ต้องไม่เป็นแบบนั้น" โฆษกหญิง กล่าว
ส่วนสาเหตุที่ได้รับเลือกให้มานั่งในตำแหน่งโฆษกรัฐบาล "ฐิติมา" กล่าวว่า การที่มีบทบาทในสภา พูดจามีเหตุมีผล ไม่ใช่คนบ้องแบ๊ว คนจะมานั่งตรงนี้จะเลอะเทอะไม่ได้ เพราะถือเป็นหน้าตาพูดแทนรัฐบาล แต่ก็กลัวเหมือนกันว่าจะหนักแน่นเกินไป ซึ่งคงต้องปรับตัว และอีกส่วนคิดว่า การได้มารับตำแหน่งนี้ เพราะสอบตก และคนที่เป็นส.ส.มาเป็นก็ไม่ได้
"เป็นความบังเอิญ ได้ตั้งใจไว้อย่างเมื่อสอบตก และเป็นผู้หญิงสะดวกต่อการทำงานใกล้ชิดนายกฯ หรืออย่างนายกฯ ให้สัมภาษณ์ ”นิตยสารไทม์" ว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่พี่ๆ เรียกร้องให้มาช่วย จนสถานการณ์ก็พามา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ ยิ่งบังเอิญใหญ่ ขนาดเจ้าตัวยังไม่รู้ตัวเลย แต่คิดว่าเอาความเป็นผู้หญิงทำให้ดูนุ่มนวลกว่าผู้ชายในเรื่องของการชน และก็เอาความละเอียดอ่อน ช่างจัดการ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการทำงาน และเข้าได้กับทุกกลุ่มได้ง่าย ครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้หญิง ที่ได้เข้ามาทำโอกาสให้สังคมในระดับแนวหน้า จะทำให้คนหันมามองผู้หญิงมากขึ้น ดังนั้น รัฐบาลชุดนี้จึงถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้หญิง" โฆษกหญิง กล่าว
"โฆษกรัฐบาลคนใหม่" บอกต่อว่า วันก่อนนายกฯยิ่งลักษณ์ได้พบกับประธานสภาอุตสาหกรรม ถามว่าประเทศไทยในอาเซียนมันแย่ขนาดไหน ได้คำตอบว่าสิงคโปร์เป็นอันดับหนึ่ง แต่ก่อนประเทศไทยเท่าๆ กับมาเลเซีย แต่ตอนนี้ประเทศไทยแย่กว่ามาเลเซีย ลงไปอยู่ลำดับที่ 4 ดังนั้นจึงต้องช่วยกันพูดให้เข้าใจกันว่า เหมือนอย่างที่นายกฯยิ่งลักษณ์บอกว่า ต้องการเป็นผู้นำของอาเซียน ซึ่งคิดว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว ไม่ค่อยได้พูด ไม่ได้พูดถึงทิศทางหรือความเจริญก้าวหน้าหรือการแข่งขันระดับประเทศ หรือในเวทีโลก เพราะอดีตนายกฯ ไม่เคยพูด มัวแต่ตอบโต้ จนหมดไปวันๆ ซึ่งตรงนี้เรารอไม่ได้แล้ว นายกฯยิ่งลักษณ์เก่งเรื่องพวกนี้ และคงจะทำให้ดู
เมื่อถามว่าอยากให้คนจำภาพ "ฐิติมา ฉายแสง”ในตำแหน่งโฆษกอย่างไร "โฆษกหญิง" ตอบว่า "ดิฉันมองตำแหน่งโฆษกรัฐบาลเป็นงานที่ยิ่งยากและพูดอยู่เสมอว่า ดิฉันจะทำงานให้เขาได้หรือ เพราะคิดว่าเป็นตำแหน่งที่ดีและเลิศมาก ถือเป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูลอย่างยิ่ง ซึ่งมองเห็นภาพการทำงานหนัก คือต้องดูดี พูดรู้เรื่อง พูดแทนรัฐบาล ต้องปรับโดยเริ่มจากแต่งตัวจากเดิมที่มีสไตล์ลุย ใส่สูทกับกางเกง ทำงานเป็นส.ส.ในสภา แต่พอมาเป็นโฆษกก็ต้องใส่กระโปรงหรือชุดผ้าไทยที่เคยใส่สมัยทำงานบริษัทและลงพื้นที่ ดังนั้นจะเห็น ”ลุคใหม่" และเป็นภาพที่แปลกไปจากงานในสภา"



