
สถานการณ์ตัววัดสถานะ
สถานการณ์ตัววัดสถานะ : เลียบค่าย โดย ชัยกร ใบเงิน
วันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภาของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คนที่ทำให้เกิดสีสันและแรงสะเทือนมากที่สุดคงไม่พ้นนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เล่นเอาสั่นสะท้านกันไปทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
คลิปภาพบ่อนการพนันในพื้นที่สุทธิสารและการค้ายาเสพติด ที่ชูวิทย์เอามาเปิดให้ชมกันทั้งประเทศ กลายเป็นประเด็นที่รัฐบาลกำลังเล็งๆ เพื่อปรับสถานะของใครบางคน
เหนือกว่าการเด้ง พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.น.2 หรือ พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผกก.สน.สุทธิสาร เพราะทั้งสองคนในวงการต่างก็รู้ว่า แค่เชือดตัดตอน
ถ้าตรวจสอบย้อนหลังไปสัก 1-2 เดือน สถานการณ์อบายมุขในเมืองหลวงและหัวเมืองใหญ่ โดยเฉพาะบ่อนการพนัน เปิดเล่นมาอย่างต่อเนื่อง ลุ้นกันแบบไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่เกรงว่าใครจะเข้ามาจับกุม
ผู้บริหารใน สตช.ต่างนิ่งเงียบ ไม่ได้สนใจ จนเหตุการณ์ปะทุขึ้นมา
ความจริงเรื่องบ่อนการพนัน ตำรวจรู้อยู่แก่ใจ ผู้นำหน่วยเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่ได้ใส่ใจที่จะสั่งการ
กาสิโน น้องๆ มาเก๊า เปิดกันอย่างกว้างขวางได้ย่อมแสดงถึงวิสัยทัศน์การบริหารงานของผู้มีอำนาจ สะท้อนถึงผลประโยชน์จำนวนมหาศาล
การออกมาปฏิเสธของนายตำรวจระดับสูง ก็ไม่ต่างอะไรกับการแก้ตัว เหมือนเด็กทำความผิดแล้วถูกจับได้ ทั้งๆ ที่ชูวิทย์อาจไม่ใช่คนที่ใครต่อใครยอมรับได้เต็มร้อย แต่อย่างน้อยเขาก็ทำให้เห็นว่า สถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในสังคมคืออะไร
ยาเสพติดที่ยังระบาดอย่างหนัก มีขายกันทั่วทุกหัวระแหง อนาคตของคนในชาติการขานรับจึงไม่ใช่คำตอบเพราะถือเป็นงานในหน้าที่
เรื่องของอบายมุข ยาเสพติด ที่ควบคุมไม่ได้ ย่อมสะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้นำด้วย
วันนี้มีกระแสที่เริ่มเข้าใจกันได้ หากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในองค์กรตำรวจ คนในสังคมอาจคาดหวังมากกว่า การออกมาแถลงแม้แต่ข่าวเล็กๆ น้อยๆ ให้ผู้มีอำนาจเห็นหน้า การตั้งรับปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติด เมื่อถูกสะกิดแผล
และเมื่อเวลานั้นมาถึงจริงๆ คงไม่ใช่อ้างเหตุทางการเมืองอย่างเดียว แต่มีสถานการณ์เป็นตัวเร่ง ชี้ให้เห็นถึงสถานะความเป็นผู้นำที่คาดหวังได้ลำบาก!!



