ข่าว

'ผีแดง'ถล่ม'ปินใหญ่'เละ8-2เรือใบเฮ

'ผีแดง'ถล่ม'ปินใหญ่'เละ8-2เรือใบเฮ

29 ส.ค. 2554

"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ระเบิดฟอร์มบุกยำ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ถึง ไวท์ ฮาร์ท เลน 5-1 เอดิน เซโก ยิงคนเดียว 4 ลูก "ผีแดง" ถล่ม"ปินใหญ่"เละ 8-2 เวย์น รูนีย์ ทำแฮทริต

          ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ที่ยังไม่มีแต้มในฤดูกาลนี้ลงเล่นในไวท์ ฮาร์ท เลน รับการมาเยือนของ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ โดยเกมนี้เจ้าถิ่นมี ลูกา โมดริช ที่มีข่าวเรื่องย้ายทีมลงสนามเป็นตัวจริง ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ส่ง ซามีร์ นาสรี นักเตะใหม่ลงสนามเป็นตัวจริงเลย

           เริ่มเกมขึ้นมาทั้งสองทีมเปิดเกมรุกสู้กันได้สูสี แต่นาทีที่ 34 เป็นทีมเยือนที่เฉียบคมกว่า นาสรี ทำชิ่งกับ เซร์คิโอ อาเกโร หลุดไปทางซ้ายก่อนผ่านมาหน้าประตูให้ เอดิน เซโก เข้าชาร์จสบายๆ เป็น 1-0 จากนั้น 6 นาที สเปอร์ส น่าจะตีเสมอได้ แกเร็ธ เบล เปิดบอลเร็วจากทางซ้ายไปเสาสองให้ ปีเตอร์ เคราช์ โหม่งโล่งๆ แต่บอลเฉียดเสาไกลออกอย่างเหลือเชื่อ และนาทีที่ 41 เป็น แมนฯ ซิตี้ ที่ได้ประตูที่ 2 เป็น นาสรี ที่ขึ้นทางซ้ายอีกครั้งเปิดบอลไปหน้าประตู เซโก โขกย้อนเข้าทางเสาแรก จบครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ นำ 2-0

           ครึ่งหลังกลับมาเล่นได้ 10 นาที เกมรุกของ แมนฯ ซิตี้ ออกผลอีกครั้ง ยายา ตูเร หลุดไปทางขวาของเขตโทษและผ่านมาหน้าประตูให้ เซโก ชาร์จแค่ระยะ 2 หลาง่ายๆ เป็น 3-0 และอีก 5 นาทีต่อมา แมนฯ ซิตี้ มาได้ประตูที่ 4 เซร์คิโอ อาเกโร กระชากบอลหนี ไมเคิล ดอว์สัน เข้าเขตโทษทางซ้ายก่อนยิงผ่าน แบรด ฟรีเดล เป็น 4-0 ก่อนที่ สเปอร์ส มาตีไข่แตกได้จากการโหม่งของ ยูเนส คาบูล นาทีที่ 68 และ เซโก มายิงลูกที่ 4 ของตัวเองในช่วงทดเจ็บ จบเกม แมนฯ ซิตี้ บุกชนะ 4-1 เก็บชัยชนะรวดเป็นนัดที่ 3 มี 9 แต้มเต็ม

           ขณะที่ เวลา 22.00 น.  "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ทำศึกบิ๊กแมทช์กับ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ถล่มเละ 8-2 เวลา 22.00 น. เวย์น รูนีย์ ทำแฮทริต

           ผลอีกคู่ นิวคาสเซิล ชนะ ฟูแล่ม 2-1 เจ้าถิ่นได้จาก ลีออน เบสต์ นาทีที่ 48 กับ 66 ก่อนทีมเยือนตีไข่แตกจาก คลินท์ เดมซีย์ นาทีที่ 88

           ขณะที่เกมเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม ที่"หงส์แดง" เปิดแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ โบลตัน และชนะ 3-1 มีเพิ่มเป็น 7 แต้ม ซึ่งหลังจบการแข่งขัน เคนนี ดัลกลิช ออกมาชื่นชมลูกทีมที่มีความหลากหลายในการทำประตู ไม่ต้องพึ่งนักเตะคนใดคนหนึ่งเหมือนก่อนหน้านี้ ขณะที่ฟอร์มของ หลุยส์ ซัวเรซ นั้นถือว่าไม่ได้แย่อะไรแม้จะยิงไม่ได้ก็ตาม

           "บางวัน หลุยส์ เล่นได้ดีกว่าคนอื่นๆ และบางวันคนอื่นๆ ก็อาจจะเด่นกว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือเรามีคนที่แตกต่างกันที่สามารถเล่นและทำฟอร์มในระดับสูงได้ ในฤดูกาลที่ผ่านมา เป็นเรื่องตัวบุคคลที่อยู่บนหัวข่าว แต่สำหรับพวกเราตอนนี้มันเป็นทีม เราผ่านบอลและเคลื่อนที่กันโดยสมควรเป็นผู้ชนะ ทุกคนเข้ามาและเล่นกันอย่างสนุก" ดัลกลิชกล่าว

           ด้าน อังเดร บียาส โบอาส กุนซือเชลซีรู้สึกพอใจกับการเล่นกองหน้าร่วมกับของ เฟอร์นันโด ตอร์เรส กับ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ในเกมที่เอาชนะ นอริช 3-1 จนกระทั่ง ดร็อกบา ต้องออกจากสนามเพราะชนกับ จอห์น รัดดี จนสลบ ซึ่งล่าสุด เชลซี จะเช็กอาการของ ดร็อกบา โดยละเอียดว่าบาดเจ็บมากกว่าอาการมึนงงหรือไม่ แต่ก็หวังกันว่าจะไม่เป็นอะไรมาก ขณะที่ พอล แลมเบิร์ท ผู้จัดการทีมนอริช มองว่าฟอร์มของลูกทีมเล่นได้ดีแล้ว แต่การเสียจุดโทษถือว่าเป็นจุดเปลี่ยน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นทีมมีโอกาสยิงประตูขึ้นนำด้วยซ้ำ

 

เวนเกอร์ลั่นไม่ได้ทำผิดพ่ายผีแดง 2-8

           อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ "ปืนโต" อาร์เซนอล ยืนยันไม่ได้ทำอะไรผิดในเกมออกไปพ่าย "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด 2-8 สำหรับศึกพรีเมียร์ลีก เมืองผู้ดี นัด "ซูเปอร์ซันเดย์" และยอมรับต้องซื้อนักเตะใหม่เพิ่มให้ได้ใน 3 วันสุดท้าย ส่วนเซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ออกโรงป้อง เวนเกอร์ แค่เป็นวันแย่ๆ เท่านั้น 

           ตามที่แมนฯ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด สอนเชิง อาร์เซนอล คู่ต่อสู้ในกลุ่มลุ้นแชมป์ 8-2 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม นับเป็นความพ่ายแพ้ที่มากที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่ลีกสูงสุดของอังกฤษ เปลี่ยนชื่อมาเป็นพรีเมียร์ลีก เมื่อปี 1992 และทำให้ "ปืนโต" เสีย 8 ประตูเป็นครั้งแรกในรอบ 115 ปี

           ส่งผลให้ อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล ถูกวิจารณ์จากสื่อเมืองผู้ดีอย่างหนักว่าทำงานแบบขอไปที เพราะจะลุ้นแชมป์แต่เก็บได้แต้มเดียวจาก 3 นัด รวมถึง 2 เกมที่พ่ายก็เป็นการพ่ายต่อ "ปีศาจแดง" กับ ลิเวอร์พูล 2 ทีมใหญ่ อีกทั้งเปิดฤดูกาลแข่งขันใหม่ 3 นัด แต่กลับต้องตามหลังยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงแล้วถึง 8 คะแนน

           ทั้งที่กุนซือวัย 61 ปีผู้นี้ก็รู้มาตั้งแต่แรกว่าจะเสียผู้เล่นตัวหลักออกจากทีมถึง 2 คน ได้แก่ เชส ฟาเบรกาส และซาเมียร์ นาสรี 2 ผู้เล่นมิดฟิลด์เกมรุก แต่ไม่ซื้อผู้เล่นเตรียมไว้ ทั้งที่ได้เงินมาจากการขาย เชส กับ นาสรี รวมกันเกือบ 60 ล้านปอนด์ (3,000 ล้านบาท)

           ด้านกุนซือชาวฝรั่งเศส อ้างว่าเขาไม่ผิดเนื่องจากในฐานะผู้จัดการทีม ยืนยันมาตลอดว่าจะไม่ขายทั้ง เชส กับ นาสรี แต่สุดท้ายไม่สามารถรั้งตัวไว้ได้ บวกกับเขาไม่สามารถใช้งาน แชร์วินโญ หัวหอกคนใหม่ และเอ็มมานูเอล ฟริมปง มิดฟิลด์ตัวตัดเกมดาวรุ่งที่ได้รับใบแดงจากเกมออกไปเสมอ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 0-0 และกลับมาพ่าย ลิเวอร์พูล 0-2 ตามลำดับ

           อีกทั้ง ปาร์ค ชู ยอง กองหน้าทีมชาติเกาหลีใต้ ก็เจรจาซื้อขายไม่ทันใน 3 เกมดังกล่าว แต่ยืนยันว่าก่อนตลาดซื้อขายผู้เล่นยุโรป รอบแรก ปิดตัวลงในวันพุธที่ 31 สิงหาคมนี้ "เดอะ กันเนอร์ส" จะมีผู้เล่นหน้าใหม่มาอุดรอยรั่วในตำแหน่งต่างๆ แน่นอน

           "พวกเราทำงานหนักสำหรับการซื้อผู้เล่นเข้าทีม เรามีทีมถึง 20 คน ที่ทำหน้าที่ดังกล่าว แต่เราต้องการได้ผู้เล่นที่ถูกกับแบบฉบับการเล่นของเรา เงินที่ต้องเสียไปต้องได้ผู้เล่นที่ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นจริง ผมยืนยันว่าผมรักษาผลประโยชน์ทั้งผลงานและตัวเงินให้อาร์เซนอลอย่างเต็มที่ ส่วนการแพ้ยูไนเต็ด โดยเสียถึง 8 ประตูนั้น เขายังเด็กแต่ต้องเจอกับ 3 เกมใหญ่ติดต่อกันมา ต้องให้โอกาสพวกเขาด้วย คุณควรให้เวลาผมและเด็กมากกว่านี้ หากจะบอกว่าผมตัดสินใจผิด แต่ผมยอมรับว่าเด็กผมใจเสียตั้งแต่เสียประตูที่ 4 และทำให้พวกเขากลับมาไม่ได้"

           ด้านเซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ออกมาปกป้อง เวนเกอร์ ว่าเป็นกุนซือที่ดีที่สุดคนหนึ่งนับตั้งแต่อาร์เซนอลเคยมีมา และสิ่งที่ทำให้ชาว "เดอะ กันเนอร์ส" มาตลอด 15 ปี ไม่ใช่จะมาปลดกันโดยไม่ให้ความยุติธรรมกับเขาเลย

           "ผมคิดว่าการวิจารณ์เขาเป็นเรื่องไมยุติธรรม เขาทำงานได้ดีมาตลอด ทุกคนเคยมีวันแย่ๆ ในยุคสมัยผม ผมก็เคยโดนยิงถึง 4-5 ประตู แม้จะไม่มากถึง 8 ประตู แต่มันก็เลวร้ายและน่าขายหน้าไม่แพ้กัน"

           สำหรับเกมดังกล่าว แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูจาก แดนนี เวลเบ็ค นาที 22, แอชลีย์ ยัง คนเดียว 2 ประตู นาที 28 กับ 90 (+2), "แฮตทริก" ของ เวย์น รูนีย์ นาที 41 (ฟรีคิก) กับ 64 (ฟรีคิก) และจุดโทษนาที 81, นานี นาที 67 และปาร์ค จี ซุง นาที 70 ส่วนอาร์เซนอล ได้ประตูจาก ธีโอ วัลคอตต์ นาที 45 และโรบิน ฟาน เพอร์ซี นาที 74 โดยกองหน้ากัปตันทีมผู้นี้พลาดไปหนึ่งประตูเมื่อยิงจุดโทษไปติดเซฟของ ดาวิด เดอ เกีย นาที 57 ส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด พุ่งขึ้นเป็นจ่าฝูงทันที ด้วยการชนะ 3 นัดรวด มี 9 แต้มเต็ม เท่ากับแมนฯ ซิตี้ คู่ต่อสู้ร่วมเมือง ทว่าผลต่างประตูได้เสียดีกว่า 1 ประตู

           เนื่องจากในคืนเดียวกัน แมนฯ ซิตี้ ออกไปชนะ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ 5-1 ถึงสนามไวท์ ฮาร์ท เลน โดย ซิตี้ ได้ประตูจาก เอดิน เซโก คนเดียว 4 ประตู นาที 34, 41, 55 กับ 90 (+3) และเซอร์จิโอ อเกโร นาที 60 ส่วนสเปอร์ส ตีไข่แตกได้จากการโขกของ ยูเนส คาบูล นาที 68