ข่าว

ชาวแปดริ้วปิดถนนต้านโรงไฟฟ้า

ชาวแปดริ้วปิดถนนต้านโรงไฟฟ้า

28 ส.ค. 2554

ชาวบ้านรวมตัวกันกว่าพันคน ชุมนุมปิดถนนสาย 304 การจราจรเป็นอัมพาต ตั้งท่าประจันหน้าเจ้าหน้าที่ตร. ผู้ว่าฯเร่งเจรจา ยุติการชุมนุม

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค.54  ชาวบ้านกว่าพันคน ในเขตอำเภอเมืองฉะเชิงเทราจาก 7 ตำบล ได้แก่ ตำบลวังตะเคียน, ตำบลหนามแดง, ตำบลท่าไข่, ตำบลบางเตย, ตำบลคลองอุดมชลจร, ตำบลคลองหลวงแพ่ง และตำบลคลองนครเนื่องเขต ซึ่งเป็นพื้นที่ต้องโครงการ รวมตัวกันที่บริเวณสามแยกสตาร์ไลท์ ถนนสุวินทวงศ์ กม.71-72 ม.5 ตำบลวังตะเคียน อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เรียกร้องให้รัฐบาลสั่งยุติโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านครเนื่องเขต

          เนื่องจากเกรงว่า จะส่งผลกระทบหลายด้านตามมา โดยการชุมนุมมีการตั้งเวทีปราศรัย โดยแกนนำผลัดกันขึ้นไปกล่าวโจมตีโครงการอย่างต่อเนื่อง พร้อมป้ายผ้าเขียนคัดค้านโครงการ ในเวลาต่อมา ชาวบ้านได้ลุกฮือพากันไปปิดถนนบริเวณสามแยกทั้งสองฝั่ง รวมทั้งเส้นทางที่เป็นสายบายพาสบางน้ำเปรี้ยว ทำให้การจราจรติดขัดเป็นแนวทางยาวหลายกิโลเมตร ตำรวจจาก กองกำกับการ 3 ทางหลวงบางปะกง และตำรวจจราจร จากสภ.เมืองฉะเชิงเทรา ต้องระดมกำลัง ช่วยกันอำนวยความสะดวก และแก้ไขปัญหาการจราจรให้ไปใช้เส้นทางสำรอง ขณะที่กำลังส่วนหนึ่ง ไปคอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุม

          นายภุชงค์ รังสินธุ์ นายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.สนั่น บุญเผื่อน ผกก.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา พยายามเข้าเจรจากับแกนนำและกลุ่มชาวบ้านเพื่อขอให้เปิดทาง โดยขอให้เห็นใจกับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ชาวบ้านยังคงปักหลักปิดถนนอยู่ต่อไป

          จนกระทั่งช่วงบ่าย นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยนางสุมิตรา ศรีสมบัติ นายบัณฑิตย์ เทวีวิวารักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พล.ต.ต.มณฑล มีอนันต์ ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา นายศิวาโรจน์ มุ่งหมายผล ปลัดจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปพบกับกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมหารือกับแกนนำชาวบ้าน พร้อมอธิบายว่า การก่อสร้างโรงไฟฟ้านครเนื่องเขต เป็นการทำสัญญากันโดยตรงระหว่างส่วนกลาง กับบริษัท กัลฟ์ เจ.พี. เอ็น เอ็น เค จำกัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจในการอนุญาตใช้พื้นที่การดำเนินการ จังหวัดไม่มีอำนาจที่จะไปยกเลิกสัญญาดังกล่าวได้

          แต่เนื่องจากประชาชนอ้างว่าเป็นปัญหาความเดือดร้อนหรือผลกระทบที่อาจจะได้รับ จึงต้องขอพึ่งอำนาจศาลปกครองกลาง โดยให้ประชาชนร่วมลงชื่อ พร้อมเสนอปัญหาไปยังศาลปกครองกลางเพื่อพิจารณาอย่างเร่งด่วน จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมแกนนำชาวบ้านได้ขึ้นบนเวทีชี้แจงให้ชาวบ้านเข้าใจ ก่อนที่จะพากันแยกย้ายกลับไปในเวลา 14.50 น.และรอฟังผลการพิจารณาของศาลปกครองกลาง หากยังมีการสร้างโรงไฟฟ้านครเนื่องเขตอีก จะรวมตัวประท้วงด้วยการปิดถนอีกครั้งโดยนัดหมายกันในวันอาทิตย์หน้า

          สำหรับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านครเนื่องเขต บริษัท กัลฟ์ เจ.พี.เอ็.เอ็น.เค.จำกัด เป็นผู้ได้รับสัมปทาน ซึ่งได้ลงนามสัญญากับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และ การปิโตเลียมแห่งประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว โดยพื้นที่ตั้งโครงการอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมไมโครชิพ หมู่ที่ 17 ตำบลคลองนครเนื่องเขต มีเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่เศษ โดยสัญญาระบุจะต้องใช้ก๊าซธรรมชาติหรือระบบโคลล์เจเนอรชั่น เป็นเชื้อเพลิง ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 114 เม็กกะวัตต์ และจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับ กฟผ.ภายในปี 2556 ขณะนี้เริ่มดำเนินการปรับพื้นที่และดำเนินการก่อสร้างไปแล้วบางส่วน

          ด้านนายมนัส สุนทรโชติ แกนนำชาวบ้าน กล่าวว่า การดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้า นอกจากจะไม่ชอบด้วยกฎหมายในเรื่องของการทำประชาพิจารณ์แล้ว ยังมีเงื่อนงำอีกหลายเรื่องที่ประชาชนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งหากโครงการดำเนินการต่อไป อาจะส่งผลในเรื่องของการแย่งชิงน้ำกับชาวบ้านที่ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม รวมทั้งมลภาวะด้านอื่นในอนาคต อย่างไรก็ตามต้องรอผลการพิจารณาของศาลปกครองกลางก่อน และหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ยับยั้งการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ชาวบ้านก็จะต้องปักหลักชุมนุมประท้วงด้วยการปิดถนนอีก