
ถูกปรับฟรีๆ
พบเครื่องวัดแอลกอฮอล์มีค่าความผิดพลาดเกินมาตรฐานกว่าร้อยละ 51
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการสอบเทียบเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจ ขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ยานพาหนะนำเครื่องดังกล่าวมาสอบเทียบก่อนที่จะนำไปใช้งาน เพื่อสร้างความมั่นใจในผลตรวจวัดที่ถูกต้อง แม่นยำ และมีส่วนช่วยลดอุบัติเหตุจราจรทางบก
ในช่วงเดือนตุลาคม 2551 จนถึงเดือนมีนาคม 2552 ได้ให้บริการสอบเทียบเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือด โดยวิธีเป่าลมหายใจจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก กรมควบคุมโรค สถานีตำรวจนครบาล สถานีตำรวจภูธร สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโรงพยาบาลต่างๆ มูลนิธิเมาไม่ขับ และหน่วยงานอื่นๆ จำนวนทั้งสิ้น 1,538 เครื่อง พบว่ามีเครื่องที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานกำหนด จำนวน 699 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 45 และเครื่องที่มีค่าความผิดพลาดเกินเกณฑ์มาตรฐานกำหนดภายหลังจากการสอบเทียบครั้งล่าสุด และได้ทำการปรับตั้งค่าใหม่ในกระบวนการสอบเทียบเพื่อให้เครื่องมีผลการทดสอบที่ถูกต้องจำนวน 780 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 51
นอกจากนี้ พบเครื่องที่ชำรุดไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ต้องส่งซ่อมแซมแล้ว จึงนำกลับมา เพื่อสอบเทียบใหม่อีกครั้งจึงจะสามารถนำไปใช้งานต่อได้ จำนวน 59 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 4
นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับผู้ขับขี่บนท้องถนน มากที่สุดในช่วงเทศกาลจะมีผู้ขับขี่ยานพาหนะจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนบ่อยครั้ง ซึ่งสาเหตุสำคัญมักมาจากการที่ผู้ขับขี่ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จำพวกเหล้า เบียร์ จนทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลง ถึงแม้ว่าการสอบเทียบไม่ใช่มาตรการบังคับ แต่มีความจำเป็นที่เครื่องมือวัดจะต้องได้มาตรฐาน มีสภาพพร้อมใช้งานและมีความน่าเชื่อถือ เครื่องจึงต้องได้รับการสอบเทียบโดยห้องปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอทุก 6 เดือน เพื่อให้ผลการตรวจระดับแอลกอฮอล์ออกมาถูกต้อง แม่นยำและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นตัวตัดสินว่าผู้ขับขี่กระทำผิดกฎหมายหรือไม่



