ข่าว

'ปู'ตรวจน้ำท่วมยันตั้งเลขาฯไม่เกี่ยวแดง

'ปู'ตรวจน้ำท่วมยันตั้งเลขาฯไม่เกี่ยวแดง

28 ส.ค. 2554

"ยิ่งลักษณ์" ลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก ตรวจน้ำท่วม-มอบถุงยังชีพ ยันตั้งเลขาฯ-ที่ปรึกษารมต. ดูที่ความรู้ความสามารถ ไม่เกี่ยวกับคนเสื้อแดง ระบุ ลดราคาเบนซิน-ดีเซล เพื่อช่วยผู้บริโภค มอบ รมว.พลังงาน แก้ไขปัญหาพลังงานทดแทนรับผลกระทบ

          เวลา 08.45 น. วันที่ 28 สิงหาคม ที่ฝูงเครื่องบินกองการบินกรมการขนส่งทหารบก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ บุตรชาย เดินทางถึงฝูงเครื่องบินกองการบินกรมการขนส่งทหารบก โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายธีระ วงศ์สมุทธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายบัณฑูร สุภัควนิช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ เพื่อออกเดินทางลงพื้นที่น้ำท่วม และเยี่ยมเยียนประชาชนพร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดพิษณุโลก
 
          โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางถึงกรณีการแต่งตั้งเลขานุการและที่ปรึษารัฐมนตรีประจำกระทรวงต่างๆ ว่า เราจะต้องทยอยแต่งตั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมในแต่ละกระทรวง คาดว่าภายในสัปดาห์จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ตนไม่ได้มองว่าเป็นการหยิบยกกลุ่มคนเสื้อแดงมารับตำแหน่ง แต่เราดูที่ความรู้ความสามารถ ความชำนาญของแต่ละบุคคล ซึ่งจะเป็นเรื่องของแต่ละกระทรวงที่จะต้องไปพิจารณาอีกครั้ง
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า  ขณะนี้มีผลกระทบจากการปรับลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน และดีเซลขึ้นอย่างมากกับกลุ่มผู้ปลูกพืชพลังงานทางเลือก จะดำเนินการอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในส่วนของนโยบายหลักเราส่งเสริมเรื่องของพลังงานทดแทนอยู่แล้วไม่ได้หายไปไหน แต่การชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันนั้น จะเป็นการไปช่วยเหลือผู้บริโภคและผู้ใช้ ซึ่งจะเป็นการลดค่าครองชีพในเบื้องต้น อีกทั้งเป็นการเยียวยาในเรื่องของภาระค่าใช้จ่ายด้วย แต่ในระยะยาวเราคงต้องดูในเรื่องของการส่งเสริมพลังงานทดแทนอยู่แล้ว
 
          " ผลกระทบนี้ดิฉันได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปดูแลรับผิดชอบ ในการออกมาตรการช่วยเหลืออีกด้วย"น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

 

"ชัยสิทธิ์"เผยยังไม่ได้หารือ"ปู"ทำหน้าที่กุนซือ

           พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารบก กล่าวภายหลังได้รับตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ว่า เบื้องต้นยังไม่ได้หารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าจะให้ช่วยงานหรือคำปรึกษาในด้านใด แต่ทั้งนี้หากนายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับดูแลกระทรวงกลาโหมและขอคำปรึกษา ตนพร้อมให้คำแนะนำ

        อย่างไรก็ตาม มองว่า พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม น่าจะบริหารงานในส่วนของกระทรวงกลาโหม และกองทัพ ได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นคนที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม จึงไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนการวางบทบาทของรัฐบาลกับกองทัพนั้น พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า จะต้องเป็นรูปแบบการเมืองนำการทหาร ทหารจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล ตามกรอบของกฎหมาย

 

“วรวัจน์”หนุนเสื้อแดงนั่งตำแหน่งขรก.การเมือง

         นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณี ที่คนเสื้อแดงได้เข้ามามีบทบาท ในตำแหน่งข้าราชการทางการเมือง ว่า ต้องยอมรับว่าประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ซึ่งฟังความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่  ดังนั้นต้องให้โอกาสพวกเขาทำงาน โดยเฝ้าดูว่าคนกลุ่มนี้จะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาความเจริญของประเทศชาติบ้านเมืองได้บ้าง ซึ่งวันนี้เราคงต้องให้โอกาสเขาได้ทำงานก่อน

         ผู้สื่อข่าวถามว่า การจัดสรรตำแหน่งข้าราชการทางการเมือง มีการให้ตำแหน่งเพื่อตอบแทนกัน จะมีการแก้ไขภาพลักษณ์ในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายวรวัจน์ กล่าวว่า พวกเขาเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ซึ่งมีความคิดเห็นและแนวทางที่จะพัฒนากลุ่มคนในชนบท และกระจายความเจริญไปสู่ทุกๆภูมิภาค และเป็นตัวแทนของการเลือกตั้งเข้ามา ดังนั้นตนคิดว่าการที่เขาเป็นตัวแทนของประชาชน เขาก็มีสิทธิ์เข้ามาทำงาน

         เมื่อถามว่ารัฐบาลสามารถพูดเพื่อเป็นการยืนยันได้หรือไม่ว่า ไม่ได้เป็นการต่างตอบแทน นายวรวัจน์ กล่าวว่า การทำงานภายใต้ระบบประชาธิปไตย ทุกคนที่เป็นตัวแทนของพี่น้องในแต่ละกลุ่ม มีสิทธิ์ที่จะเป็นตัวแทนของคนกลุ่มนั้นในการเข้ามาทำงานในฐานะตัวแทน  และเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล ส่วนจะให้เวลาในการทำงานเท่าไร ถึงจะทราบผลที่ออกมาว่าดีหรือไม่นั้น คงต้องใช้เวลาสักพัก จากนั้นคงทราบว่าเขาทำงานได้ดีหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ในอดีตเราเองก็เคยผิดหวัง กับการทำงานของรัฐบาลมาก่อนหน้านี้หลายครั้ง ซึ่งบางรัฐบาลเองก็มีภาพลักษณ์ที่ดี พูดดี แต่ไม่มีผลงานเลยก็เป็นได้ แต่กลับอีกฝ่ายหนึ่ง อาจจะมาจากกลุ่มคนที่อยู่ในชนบท ภาพลักษณ์ไม่สวยงาม แต่ทั้งนี้ก็ควรจะให้โอกาสเขาทำงานก่อน แล้วค่อยตัดสิน โดยทั้งนี้พี่น้องประชาชนจะเป็นคนชี้เองว่าดีหรือไม่อย่างไรต่อไป

 

เมินฝ่ายค้านจวกนโยบายพลังงาน ลดราคาน้ำมันเบนซิน

         นายวรวัจน์ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านออกมาโจมตี นโยบายพลังงานโดยเฉพาะในเรื่องของการปรับลดราคาน้ำมัน อย่างเร่งเด่วน ของรัฐบาลว่า เรื่องของน้ำมันก็เป็นเรื่องที่วิพากวิจารณ์กันมานาน โดยหลักแล้วภูมิภาคต่างๆของโลก ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริการ ยุโรป และญี่ปุ่นเอง ก็มีปัญหาในเรื่องภาวะเศรษฐกิจเหมือนทั้งสิ้น ซึ่งช่วงนี้ควรเป็นช่วงที่ประเทศไทย จะต้องเร่งกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจ เพื่อก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง และส่งเสริมในเรื่องของการท่องเที่ยว ควบคู่กันไป นอกจากนี้ การที่ประเทศไทยเพิ่มขีดสามารถ ในการแข่งขันทางเศรษฐกิจนั้น ต้นทุนในการผลิตควรจะสะท้อนและตอบรับต่อภาพความเป็นจริงต่อโอกาส ซึ่งการที่รัฐบาลเก็บภาษีเศรษฐกิจและน้ำมันมากเกินไปนั้น จะส่งผลเสียหายให้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างมาก ทั้งนี้ตนคาดว่า เมื่อรัฐบาลมีการลดราคาน้ำมันลงมาในระดับนี้ จะส่งผลให้พี่น้องประชาชนเกิดความมั่นใจในการลงทุนและการผลิต ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวตามไปด้วย ทั้งนี้ยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน อย่างมีระยะสัมพันธ์อีกทางหนึ่ง

         นายวรวัจน์ กล่าวต่อว่า ส่วนของผลที่จะออกมาหลังจากการลดราคาน้ำมันนั้น ตนคิดว่า น่าจะเป็นในส่วนของสภาวการณ์พึงพอใจของภาคประชาชนมากกว่า เพราะเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องที่ประชาชน รอคอยจากรัฐบาลมาโดยตลอด ซึ่งทางรัฐบาลชุดนี้ ก็เร่งดำเนินการแก้ไข จนเสร็จสิ้นเป็นเรื่องแรก หลังจากเข้ารับตำแหน่ง  และยังส่งผลทำให้การแข่งขันทางเรื่องเศรษฐกิจของประเทศดีตามไปด้วยเช่นกัน

 

เผยงบ"ก.ศึกษา"เหลือน้อยเตรียมสั่งสรุปช่วยน้ำท่วม

         นายวรวัจน์ กล่าวถึงกรณีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนที่ประสบอุทกภัยทางภาคเหนือว่า ตอนนี้ในพื้นที่ของภาคเหนือตอนบนเกือบทั้งหมด ซึ่งประกอบไปด้วย จ.แพร่ จ.น่าน จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก และจ.พิจิตร น้ำท่วมและเกิดความเสียหายค่อนข้างมาก  โดยทางเราก็จะเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือให้มากที่สุด ซึ่งวันนี้นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะก็จะลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมให้การช่วยเหลือ และให้กำลังใจกับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยอีกทางหนึ่งด้วย

         เมื่อถามว่า ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ได้เตรียมงบประมาณ เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างไรบ้าง นายวรวัจน์ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงศึกษาตอนนี้ งบประมาณที่เหลือมีอยู่น้อยมาก โดยทางกระทรวงคงต้องดูว่า จะจัดหางบประมาณซึ่งเป็นงบมาเพิ่มเติมได้หรือไม่ ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในช่วงประเมิน และตรวจสอบความเสียหายอยู่

         "เบื้องต้น คาดว่างบประมาณคงใช้พอสมควร แต่ยังไม่ได้รวบรวม ทั้งนี้คงต้องดูสถานการณ์ และสภาพของแต่ละพื้นที่ เพราะครั้งนี้น้ำค่อนข้างมาก และหนักกว่าทุกๆปี  ดังนั้นผมจะเร่งประเมินสถานการณ์ และสรุปจัดทำงบประมาณ เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือต่อไป " นายวรวัจน์ กล่าว

 

ส.ส.แห่ยื่นญัตติ-กระทู้แก้ปัญหาน้ำท่วม

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเผยวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 5 ในวันที่ 31 สิงหาคม เวลา 13.00 - 21.00 น. และครั้งที่ 6 ในวันที่ 1 กันยายน เวลา 10.00 - 18.00 น. พบว่าได้มีส.ส.ได้เสนอญัตติด่วนให้สภาระดมความเห็นต่อแนวทางแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

 โดยในการประชุมวันที่ 31 ส.ค.นั้น ในวาระญัตติด่วน  นายอำนวย คลังผา ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ได้ เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขปัญหาน้าท่วมซ้ำซาก, นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ส.ส.สุโขทัย พรรคภูมิใจไทย เสนอเรื่องขอให้สภาฯ ตั้ง คณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย ในพื้นที่ลุ่มน้ำยมอย่างเป็นระบบ และ นายนคร มาฉิม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ เสนอนเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาน้ำท่วม


 ส่วนการประชุมวันที่ 1 ก.ย. นั้น ในส่วนของกระทู้ถามทั่วไป มีส.ส.จากพรรคเพื่อไทยเสนอกระทู้ถามถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตอ.ลี้ จ.ลำพูน และถามถึงคความจำเป็นต่อการใช้น้ำเพื่อเกษตร โดยทั้ง 2 กระทู้ถามนั้น ในหนังสือแจ้งประชุมระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เป็นผู้ถูกถาม

 

"ดิเรก"เชียร์เพื่อไทยตั้งสสร.3แก้รัฐธรรมนูญ

        นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี อดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยมีแนวคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ว่า แนวทางดังกล่าวตรงกับที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองฯ ซึ่งตนเคยเป็นประธาน ได้เสนอไว้ 3 แนวทางตามลำดับความเร่งด่วน  คือ

         1.กรอบวิธีการสร้างความสมานฉันท์ในชาติ 2.กรอบการปกฺรูปประเทศ และ3.การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อความเป็นธรรม ซึ่ง 2 กรอบแรกเริ่มมองเห็นแนวทางจากการแถลงนโยบายของรัฐบาลแล้ว ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะที่ควรก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่านกระบวนการ ส.ส.ร. จากนั้นจึงทำประชามติ ซึ่งกระบวนการต่างๆ เบื้องต้นคาดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้จะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี