
นักวิชาการจี้รบ.หยุดใช้สื่อรัฐสาดโคลน
นักวิชาการ จี้รบ. หยุดใช้สื่อรัฐสาดโคลน หวั่นรื้อรายการช่อง 11 ก่อหวอดปิดกั้นเสรีภาพ ดักคอ กฤษณา ทำตามคำพูด ไม่กลืนน้ำลาย แนะเปิดโอกาสทุกฝ่ายร่วมเวที
นายอัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยถึงกรณี น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้กำกับดูแลสื่อของรัฐ โดยเฉพาะสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง 11) ว่า ทีวีแต่ละช่องมีภารกิจที่แตกต่างกัน แสดงว่า ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีได้ทำการบ้านมาพอสมควร ที่จะให้ช่อง 11 ดูงานท้องถิ่น ซึ่งถือว่า มาถูกทาง เพราะช่อง 11 มีครอบคลุมทุกพื้นที่ และมีความพร้อมเรื่องเครือข่าย
ทั้งนี้ แม้ว่า นโยบายในอดีต จะไม่เคยส่งเสริมในด้านนี้ ที่ถูกเป็นสื่อให้รัฐอย่างชัดเจนในทุกยุค ดังนั้น หากเป็นไปตามที่น.ส.กฤษณาให้สัมภาษณ์ ก็ไม่เลว และเป็นการเริ่มต้นของช่อง 11 ที่ดี
นายอัศวิน กล่าวว่า ในส่วนการวางผังสถานีโทรทัศน์ โมเดิร์นไนน์ หรือช่อง 9 ถือเป็นกลยุทธที่ฉลาด ที่จะให้ช่อง 9 เน้นเรื่องเศรษฐกิจ และเรื่องประชาคมอาเซียน ก็สร้างเสียงฮือฮาและน่าตื่นตาได้พอสมควร แต่ต้องดูว่า ถ้าทำจริงจะเป็นไปรูปแบบไหน ซึ่งองค์กรก็คงต้องมีการปรับตัว เนื่องจากฟรีทีวีช่องอื่น ยังไม่มีใครนำเสนอประเด็นเหล่านี้อย่างจริงจัง
ดังนั้น การที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเข้ามาให้ข่าวแบบนี้ก็คงต้องให้แต้ม เพราะถือว่ารำมวยสวยแล้ว แต่ต้องดูว่า เมื่อขึ้นชกจริงจะเป็นอย่างไร จะเป็นเช่นเดียวกับการแถลงนโยบายของรัฐบาล จากนั้นการปฏิบัติจริงจะเป็นเหมือนกันหรือไม่
ส่วนที่อาจจะมีการรื้อรายการเก่าสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ นายอัศวิน กล่าว่วา ความเป็นประชาธิปไตย ถ้าเป็นไปได้ เขาคิดว่า การไปเปลี่ยนถึงรากถึงโคนอาจจะมากไป เพราะอย่าลืมว่า จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายตรงข้าม และคนเห็นต่าง แต่หลักการของประชาธิปไตยต้องฟังเสียงท้วงติง
"ผมอยากแนะนำรัฐบาลอย่าเพิ่งไปทำให้ภาพออกมาว่า ทีใครทีมัน เพราะหลายยุคก็ไม่มีประโยชน์อะไร ที่บอกสมานฉันท์ปรองดองต้องหาสูตรใหม่ ถ้าบริษัทผลิตสื่อเจ้าเดิมยังอยู่ เป็นไปได้ไหมหรือมีการหารือกันมากกว่าการไปปลดหรือไปรื้อรายการออก ที่สุดรัฐบาลโดนเสียงวิจารณ์ ก็มีเวทีเปิดที่อื่นจะชี้แจงได้มากกว่าการสาดโคลนใส่กัน"
นักวิชาการผู้นี้ บอกว่า ที่ผ่านมา เห็นตัวอย่างมาแล้ว ที่ในรายการเมืองไทยรายวัน จนมาเป็นกลุ่มพันธมิตรฯ และมีรัฐประหาร ก็เพราะรายการถูกถอดจากช่อง 9 ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ ก็อย่าให้เป็น การเริ่มมิติใหม่
"เพราะ 5-6 ปีประเทศบอบช้ำไปมาก ใครฝ่ายไหนมาก็ทำสลับกันไป ดังนั้นถ้าคะแนนเสียงมากก็อยากให้มีการแสดงสปิริต” นายอัศวิน กล่าว
อาจารย์ประคณะนิเทศศาสตร์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนการนำเสนอของสื่อเสื้อแดงในยุครัฐบาลนี้ ก็อยากให้พรรคเพื่อไทย ที่เป็นรัฐบาลวางตัวให้ดี เพราะเป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ ถึงจะมีกองเชียร์ของตัวเอง แต่ขณะนี้ไม่ใช่เวลามาห้ำหั่น หรือไล่บี้กัน โดยมีทางออก อาทิ ลดโทนในสื่อเสื้อแดง หากทำความเข้าใจกัน ก็เชื่อว่าพอคุยกันได้
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสื่อเสื้อแดงอาจมีความกดดัน แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม ถ้าสื่อเสื้อแดงยังอยู่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่เนื้อหาการนำเสนอต้องลดระดับลงมา โดยให้รัฐบาลช่วยกันปลอบกองเชียร์ของตนเอง
นายอัศวิน ยังกล่าวถึงกรณีข่าวกลุ่มเสื้อแดงข่มขู่สื่อมวลชนรายหนึ่งว่า เรื่องนี้คงไม่เป็นผลดี เพราะนักข่าวที่ถามก็ทำหน้าที่ตามปกติ ที่จะถามผู้นำประเทศ แต่พื้นที่ช่อง 7 ก็เป็นฟรีทีวี ไม่มีนอกมีใน ไม่เป็นฝ่ายตรงข้าม แต่ในตอนนั้น นายกฯอาจจะไม่ตั้งใจเดินหนี หรือแสดงอาการ แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงกดดันหลาย ๆ ฝ่าย แต่กลับเป็นว่า ข่าวที่ออกไปคนเสื้อแดงออกมาขยับโดยใช้สื่อออนไลน์มาขยายผล ดังนั้น สังคมต้องส่งเสียงว่า เรื่องนี้ไม่เป็นผลดีต่อใคร
"เพราะตอนนี้ คงไม่ใช่เวลามาก่อเรื่องกันอีก ผมขอเรียกร้องรัฐบาล พรรคเพื่อไทย แกนนำ แกนนอนกลุ่มนปช.ต้องมาทำความเข้าใจมวลชนของตนเอง ให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้" นักวิชาการผู้นี้ ระบุ



