'เจ๊เกียว'กร้าวลดค่าโดยสารไม่ได้!
'เจ๊เกียว' ลั่น ลดค่ารถโดยสารไม่ได้ แม้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ระบุ รอมติ หารือคมนาคม 2 ก.ย.นี้
นางสุจินดา เชิดชัย หรือเจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แม้รัฐบาลจะลดราคาน้ำมันเบนซิน 95, 91 และดีเซลลงมามาก แต่ก็ยังไม่สามารถลดค่าโดยสารได้ เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลที่ลดลงมาอยู่ที่ลิตรละ 26.99 บาท ยังมีราคาสูงกว่าที่สมาคมเคยทำข้อตกลงไว้กับกระทรวงคมนาคม ในเรื่องการปรับค่าโดยสารตามอัตราที่กรมการขนส่งทางบก กำหนดแบบขั้นบันได
ทั้งนี้ สมาคมจะมีการหารือ ให้นำราคาส่วนต่างนี้ ไปปรับปรุงสภาพตัวรถโดยสาร ให้มีความปลอดภัยสูงสุด และปรับปรุงการให้บริการบนรถโดยสารแทน เพื่อความพึงพอใจของประชาชนที่ใช้บริการของรถโดยสารประจำทาง
"ก่อนหน้านี้ สมาคมเคยขอให้กระทรวงคมนาคมปรับขึ้นค่าโดยสาร 3 สตางค์ต่อกิโลเมตร เนื่องจากต้นทุนสูง แต่ไม่ได้รับการปรับขึ้นแต่อย่างใด" นางสุจินดา ระบุ
อย่างไรก็ตาม ในรอบปีนี้เป็นนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่จะขอให้ร่วมปรับลดราคาลง ซึ่งต้องหารือกันในที่ประชุมวันที่ 2 กันยายนนี้ ที่กระทรวงคมนาคมว่า จะมีมติออกมาอย่างไร โดยจะยึดตามหลักนั้น
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติยกเว้นการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันเบนซินและดีเซลเป็นการชั่วคราว ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซิน 95 ลดลงไป 8.02 บาท เหลือลิตรละ 39.28 บาท เบนซิน 91 ลดลง 7.17 บาท เหลือลิตรละ 34.77 บาท และดีเซลลดลง 3 บาท เหลือลิตรละ 26.99 บาท
อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจขนส่งและรถโดยสาร ซึ่งมีน้ำมันเป็นต้นทุนหลัก ต่างก็ออกมายืนยันว่า ยังไม่สามารถลดราคาค่าโดยสาร หรือค่าขนส่งในขณะนี้ได้ แม้ราคาน้ำมันจะลดลงมากก็ตาม
ด้านนายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรม ดูแลด้านเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลลดราคาดีเซลลง 3 บาทในครั้งนี้ จะลดต้นทุนการขนส่งประมาณ 4% เพราะน้ำมันดีเซลคิดเป็นต้นทุนการขนส่งทั้งหมด 30% ซึ่งการที่ต้นทุนเพิ่มหรือลดลง 4% จะไม่ส่งผลต่อการปรับราคาค่าขนส่ง นอกจากจะลดลง10% ขึ้นไปจึงจะมีผลต่อการปรับราคา แต่ทั้งนี้จะส่งผลดีที่ทำให้ภาคเอกชนสามารถตรึงราคาขนส่งได้นานขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีรถบรรทุกบางส่วนหันไปใช้เอ็นจีวี แต่ก็มีจำนวนไม่มากคาดว่าประมาณ 10% ของรถบรรทุกทั่วประเทศ 9 แสนคัน เนื่องจากการปรับเปลี่ยนจากเครื่องดีเซลไปใช้เอ็นจีวี มีราคาแพงมาก 5-6 แสนบาทต่อคัน และมีค่าบำรุงรักษามาก รวมทั้งไม่สามารถนำมาเติมดีเซลได้
ดังนั้น รถที่ใช้เอ็นจีวีจะวิ่งเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง และพื้นที่ตามแนวท่อก๊าซ ส่วนพื้นที่ในภาคเหนือ อีสาน และใต้ ต่างก็ใช้รถยนต์ดีเซล ส่วนผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยรวม จะทำให้ประชาชนในต่างจังหวัด เพราะเครื่องยนต์การเกษตรและรถปิกอัพส่วนใหญ่จะใช้ดีเซล จะมียอดการบริโภคสินค้าสูงขึ้น



