ข่าว

ยาเสพติดต้องหายากแจ้ง'คำรณวิทย์'จัดการ

ยาเสพติดต้องหายากแจ้ง'คำรณวิทย์'จัดการ

28 ส.ค. 2554

ยาเสพติด...ต้องหายาก แจ้ง 'คำรณวิทย์' จัดการ สัมภาษณ์พิเศษ : 'พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง' โดย 'พัฐอร พิจารณโสภณ'

          9 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ สมุทรปราการ นนทบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี สระบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และปทุมธานี...พื้นที่ความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 1 ถูกจัดอันดับเป็นพื้นที่สีแดงแปร๊ดของกลุ่มแก๊งอาชญากรตัวเป้ง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักค้ายาเสพติด กลุ่มผู้มีอิทธิพล กลุ่มมือปืนรับจ้าง ตลอดจนแก๊งซิ่งป่วนเมือง กำลังเคลื่อนไหวล้อมเมืองอยู่ขณะนี้

          ก็ได้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง สมัยที่เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รองผบช.) นี่แหละ ล้างบางแก๊งอาชญากรรมเสียจนอยู่หมัด อย่างคดี "จิ๊บ-โจ๊ก ไผ่เขียว" แก๊งยาเสพติดป่วนเมือง ไล่ยิงรถชาวบ้านจนเด็กที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องมารับเคราะห์ ก็ถูกต้อนเสียจนมุมไม่มีที่ยืนอยู่บนโลกในนี้...วันนี้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ขยับขึ้นมากุมบังเหียน รักษาการ ผบช.ภ.1 หรือ "ว่าที่ ผบช.ภ.1" กำลังเดินหน้าเต็มสูบจัดการกับอาชญากรสังคมเหล่านี้

 

ภารกิจแรก...กวาดล้างยาเสพติด

          หลังพระราชดำรัสของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำรัสว่า ทรงเป็นห่วงสถานการณ์ยาเสพติดในประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติน้อมรับพระราชดำรัสมาปฏิบัติ ออกคำสั่งแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดประจำปี 2554 ขึ้นมา สำรวจสืบสวน ปราบปราม และขยายผลการจับกุม ผู้ค้ารายย่อยและรายใหญ่ในพื้นที่ รวมทั้งดึงผู้เสพยาเสพติดออกมาจากพื้นที่ชุมชนที่รับผิดชอบให้หมดไปภายใน 30 วัน

          ผมมารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา เรื่อง "ยาเสพติด" จึงเป็นสิ่งที่เน้นย้ำและต้องดำเนินการเป็นอันดับแรก เพราะถ้ายาเสพติดลดลง อาชญากรรมอื่นๆ จะลดลงตามไปด้วย ในพื้นที่ 9 จังหวัดของตำรวจภูธรภาค 1 ถูกจัดเป็นพื้นที่พักยาเสพติด ที่ถูกส่งมาจากภาคอื่นๆ ก่อนที่จะนำมาส่งให้เอเย่นต์และผู้ค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ  โดยจุดพักยาเสพติดที่สำคัญ ได้แก่ จ.ปทุมธานี จ.สมุทรปราการ และจ.นนทบุรี ซึ่งในพื้นที่เฝ้าระวังนี้ จะมีการตั้งด่านตรวจสกัดและมีการติดตามจับกุม พร้อมกันนี้ทุกพื้นที่ต้องรายงานผลการปราบปรามยาเสพติดกลับมาที่ตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อวางแผนระดมกวาดล้างและปราบปราม

 

ยาเสพติด...ต้องหายากในภาค 1

          ผมมีสโลแกนที่เน้นย้ำกับผู้ใต้บังคับบัญชาว่า "ยาเสพติดต้องหายากในภาค 1 พบเบาะแสยาเสพติดแจ้ง 'คำรณวิทย์' จัดการ" ตั้งแต่วันที่ 17-23 สิงหาคม ที่ผ่านมา ผมได้ให้ทุกหน่วยรายงานผลเรื่องการตรวจสอบยาเสพติดในพื้นที่ ล่าสุดตำรวจภูธรภาค 1 มีรายงานการจับกุมยาบ้า 134,478 เม็ด ยาไอซ์ 632 กรัม 8 ถุง กระท่อม 380 ใบ 2 ห่อ กัญชา 221 กรัม 5 ห่อ รวมทั้งตรวจยึดรถจักรยานยนต์ได้ 3 คัน อาวุธปืน 15 กระบอก กระสุน 38 นัดและระเบิดอีก 1 ลูก

          การกวาดล้างจับกุมยาเสพติดจะต้องมีการทำอย่างต่อเนื่อง ถ้าโรงพักไหนไม่มีผลการจับกุมหรือการปราบปรามเรื่องยาเสพติดที่ไม่เข้าเป้า ปล่อยให้มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด ก็จะเรียกผู้กำกับ หรือหัวหน้าโรงพักจับมาติวเข้ม และทำความเข้าใจ ถ้ายังมีการระบาดของยาเสพติดอยู่ และไม่มีผลการจับกุมก็แสดงว่าคุณไม่เหมาะกับการทำหน้าที่ตรงนี้ และที่สำคัญยังนำนโยบายเรื่องการยึดทรัพย์มาใช้ในคดีของยาเสพติด เพื่อจะได้ดำเนินการให้ถึงที่สุด

 

ยาเสพติด...ถูกนิยามให้ "หายาก" แทน "หมดไป"

          ต่อไปนี้ยาเสพติดจะต้องเป็น "ของหายาก" ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 จะใช้คำว่า "หมดไป" ไม่ได้ในทันที ต้องค่อยเป็นค่อยไป ตอนนี้ยาเสพติดมีการแพร่ระบาดไปทุกตรอกซอกซอย ไม่ใช่แค่ในพื้นที่ของภาค 1 เท่านั้น แต่มันระบาดไปทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 นั้น เป็นทั้งทางผ่าน, พักยา ตลอดจนจุดแพร่ระบาดของยาเสพติด แทบจะบอกพูดได้ว่า ตอนนี้ "ยาบ้าหาซื้อง่ายกว่ายานอนหลับ" จึงควรเริ่มการทำให้หาซื้อยาเสพติดเป็นเรื่องยากเสียก่อน 

 

บทบาทใหม่...ต้อง "รับผิดและรับชอบ"

          ผมเป็นรอง ผบช.ภ.1 มา 3 ปี รับผิดชอบการดูแลงานด้านอาชญากรรมอยู่ก่อนแล้ว การที่มารับหน้าที่ตรงนี้ถือว่าเป็นงานที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะอาชญากรรมที่มีอยู่ในพื้นที่ของภาค 1 มีทั้งคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ คดีประทุษร้ายต่อชีวิต ร่างกาย และเพศ รวมถึงคดีที่ประทุษร้ายต่อทรัพย์ต่างๆ ผมมีแนวทางดำเนินการจัดการกับพวกนี้อยู่แล้ว แต่สมัยเป็นรองฯ นั้น อำนาจการตัดสินใจมีอยู่จำกัด ตอนนี้ความรับผิดชอบอยู่ที่เรา เวลาสั่งการอะไรก็ต้อง "รับผิดและรับชอบ" ด้วย การทำงานของผมอยู่ในสายของปฏิบัติ เติบโตมากับงานสืบสวนจับกุม ลงไปคลุกคลีอยู่กับผู้ใต้บังคับบัญชาตลอด ต้องมีการครองใจผู้ใต้บังคับบัญชา จะให้ผมไปแค่ยืนแอ็กถ่ายรูปตอนลูกน้องจับคดีสำคัญๆ ผมไม่เอา ผมคิดว่าเป็นผลงานลูกน้อง ต้องให้กำลังใจพวกเขา

 

บทโหด...คุณฆ่าคนได้ คุณก็ตายได้

          แนวทางปราบปรามกลุ่มมือปืนรับจ้าง กลุ่มพวกนี้มีการกระทำที่โหดเหี้ยม ลงมือฆ่าได้แม้กระทั่งคนที่ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกันมาก่อน แต่เพียงต้องการเงิน ผมสั่งการไปแล้วว่า พวกมือปืนรับจ้าง "คุณฆ่าคนได้ คุณก็ตายได้" คนพวกนี้ไม่มีคุณธรรม ไม่จำเป็นต้องมีคุณธรรมกับเขา ทุกโรงพักมีการจัดการปราบปรามให้หมดไป รวมทั้งมีการปรับปรุงฐานข้อมูลให้ใหม่อยู่ตลอด

          อย่างคดีของ "ประชา ประสพดี" กำลังเร่งรัดอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้รู้คนร้ายแล้วอยู่ระหว่างติดตามจับกุม ส่วนคดีค้างเก่าอื่นๆ กำลังเร่งรัดอยู่ทุกคดี ไม่ว่าจะเป็นคดีอุกฉกรรจ์ หรือยาเสพติด

 

จัดการ..แก๊งซิ่งป่วนเมือง

          ผมย้ำไปในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ จ.ปทุมธานี และ จ.สระบุรี ซึ่งจะพบแก๊งเด็กซิ่งอยู่เยอะ ผมกลัวว่าจะเป็นลัทธิเอาอย่าง กรณีปัญหาเด็กแว้นที่ จ.ชลบุรี ออกมาสร้างความรำคาญ จนประชาชนต้องออกมาจัดการกันเอง ผมไม่อยากให้เกิดขึ้น เดี๋ยวจะกลายเป็นโมเดลที่เลียนแบบกัน

          ผมเน้นย้ำลูกน้องว่า หากตำรวจต้องรีบลงไปดำเนินการ ไม่ใช่ให้ประชาชนออกไปจัดการกันเอง ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ไม่จัดการ ผมมีชุดปฏิบัติการของตำรวจภูธรภาค 1 ลงไปจัดการเอง แต่ผมมองว่าปัญหานี้ต้องแก้ไขที่ต้นเหตุ เริ่มที่ครอบครัวก่อน อยากให้มีการดำเนินคดีกับผู้ปกครองก่อน หรือให้ผู้ปกครองร่วมมือกับตำรวจ ที่ผ่านมาๆ ตำรวจแก้ปัญหาเด็กแว้นได้เพียงปลายเหตุ ด้วยการกวาดล้างจับกุม

 

ขอแค่ 2...อุดมคติตำรวจ

          สิ่งที่ผมอยากฝากถึงผู้ใต้บังคับบัญชา ผมขอให้ทุกคนทำงานเพื่อประชาชน อุดมคติตำรวจผมไม่ต้องการให้ครบทุกข้อ ขอแค่ 2 ข้อ ที่ทำกันเป็นรูปธรรมคือ 1.กรุณาปรานีต่อประชาชน และ 2.ไม่มักมากในลาภผล

 

พบเบาะแส...แจ้ง"คำรณวิทย์"

          ส่วนของประชาชน หากใครพบเบาะแสอาชญากรรมทุกรูปแบบ อยากให้แจ้งมาถึงเรา ตอนนี้ผมมีการออกข้อความ "ยาเสพติดต้องหายากในภาค 1 พบเบาะแสยาเสพติดแจ้ง คำรณวิทย์ จัดการ" ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ 08-7830-0505 และ 08-9230-5053 ทีมงานตำรวจภูธรภาค 1 จะสืบสวนแล้วขยายผลให้ถึงที่สุด ส่วนปัญหาอาชญากรรมทั่วไป ทุกพื้นที่ของตำรวจภูธรต้องทำงานเชิงรุกแล้ว...ขอให้ประชาชนอดใจรอดูความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในพื้นที่ของตำรวจภูธรภาค 1