
เปิดใจ'เทพเทือก'ปชป.เข้มตรวจสอบรัฐบาล
สัมภาษณ์พิเศษ เปิดใจ 'สุเทพ เทือกสุบรรณ' โดย พิมพ์นารา ประดับวิทย์ , อรรถภูมิ อองกุลนะ
สุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส. สุราษฏร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ เปิดใจ “สำนักข่าวเนชั่น” หลังวางมือในตำแหน่ง “เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์” หรือ “แม่บ้านพรรค” ได้ให้มุมองถึง จุดอ่อน - จุดแข็ง ของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า สำหรับจุดแข็งของพรรคนั้นมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจน ตั้งแต่ก่อตั้งต่อเนื่องมาจนวันนี้ ว่า “อำนาจในการปกครองบ้านเมืองเป็นของประชาชน ประชาชนเป็นเจ้าของ อำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง” ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข
ส่วนการทำงานในฐานะฝ่ายค้านนั้น สุเทพ ย้ำว่า ประชาธิปัตย์พร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ชุดนี้อย่างเข้มแข็ง รอบคอบรัดกุมต้องติดตามให้รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของคนในคณะรัฐบาล ชนิดก้าวต่อก้าวทีเดียว ทั้งเรื่องการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ การไม่เคารพหลักกฎหมาย ก้าวก่ายแทรกแซงศาล วุฒิสภา องค์กรอิสระ และสื่อมวลชน การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ การปล่อยปละละเลยให้มีการละเมิดสถาบัน
สุเทพ ชี้แจงว่า การตั้งคณะรัฐมนตรีเงา ก็เพื่อประกบการทำงานอย่างใกล้ชิดไม่ใช่การจับผิด แต่พร้อมเสนอแนะ สนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์โดยรวม โดยจะประสานใกล้ชิดกับมวลชนกลุ่มต่าง ๆ เพื่อรับรู้ ซึมซับ ความรู้สึก ความคาดหวังต้องการของประชาชน ฉะนั้น งานด้านมวลชน จึงเป็นภารกิจสำคัญของพรรคในยามนี้ควบคู่ไปกับการทำงานในสภาฯ
#การทำงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน อย่างพรรคภูมิใจไทยเป็นอย่างไร
คงไม่หวือหวาเพราะแพ้มาด้วยกัน ทำงานด้วยกัน แต่ไม่ได้พบคุณเนวินเลย ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งจนถึงขณะนี้ และไม่ได้ยกหูโทรศัทพ์ด้วย จะยกหูก็ต่อเมื่อชนะเลือกตั้ง พอแพ้ก็ไมได้ยกหู แต่ก็คิดถึงเป็นธรรมดา ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ
#คิดว่าการนำพาพรรคของคุณอภิสิทธิ์ ครั้งนี้จะสามารถนำพาพรรคกลับมาเป็นรัฐบาลได้หรือไม่ หลังจากในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยชนะการเลือกตั้งเลย
ผมไม่ทราบว่าคณะกรรมการบริหารพรรค จะทำอะไรบ้างในตอนนี้ แต่เห็นว่าการต่อสู้ทางการเมือง เป็นการต่อสู้ทางลัทธิการเมือง ระหว่างลัทธิหนึ่งกับอีกลัทธิหนึ่ง ทั้งนี้มันเป็นความเชื่อของผม ส่วนคนในพรรคประชาธิปัตย์จะคิดอย่างไร เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
กระบวนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นลัทธิการเมือง มีอุดมการณ์ มีเป้าหมายชัดเจนที่จะโค่นล้มคนข้างบน เพราะเขาแบ่งคนในประเทศนี้เป็นชนชั้น คล้ายๆ กับกลุ่มคอมมิวนิสต์คิดสมัยก่อน แต่วันนี้ที่แตกต่างจากคอมมิวนิสต์คือว่า สมัยก่อนนั้นคอมมิวนิสต์ได้เอาคนชั้นล่าง ชาวนา ผู้ใช้แรงงาน กรรมการ รวมกำลังกันเพื่อโค่นล้มนายทุนและศักดินา แต่วันนี้คนเสื้อแดงเอานายทุนมารวมอยู่กับคนข้างล่างแล้วตั้งหน้าตั้งตาจะโค่นล้มศักดินา ที่เขามีวาทกรรมว่า “อมาตย์” นี่คือลัทธิที่บอกว่าเขามีเป้าหมายชัดว่าเขาจะตั้งรัฐไทยใหม่ โดยมีรัฐที่ไม่ใช้การปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
ผมดูแนวทางแล้วเห็นว่ารัฐของเขาต้องการที่จะมีพรรคการเมืองพรรคเดียวที่จะปกครองประเทศ นั่นหมายถึงสิทธิเสรีภาพจะถูกจำกัดไปด้วย ส่วนมันอาจะรุนแรงแบบจีน รัสเซีย สิงคโปร์ หรือไม่อย่างไรผมไม่รู้ วันนี้ผมคิดว่าสิ่งนี้คือเรื่องที่คนไทยต้องจับตามอง จะให้พรรคประชาธิปัตย์ต่อสู้กับลัทธินี้เพียงฝ่ายเดียวคงยาก ดังนั้นทุกภาคส่วนในประเทศต้องรับรู้ความจริงข้อนี้แล้วตัดสินใจ หากไม่เห็นด้วยต้องปกป้อง แข้งขืน มิเช่นนั้นลัทธินี้จะอาศัยความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับพรรคเพื่อไทย ขยายฐานมวลชนออกไป จนสามารถครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ
#มองว่าเป้าหมายสูงสุดของคนเสื้อแดงคืออะไร
ผมว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทย เปลี่ยนแปลงโครงสร้างทั้งหลาย ตั้งแต่รูปแบบการปกครองจนถึงวิถีการดำเนินชีวิตของคน จากที่ติดตามโรงเรียนเสื้อแดงมาตลอด ว่าเขาสอนอะไร เป้าหมายจริงๆ ของเขาคือการโค่นล้มคนข้างบน
#ความเป็นไปได้ที่พรรคประชาธิปัตย์จะสร้างฐานมวลชนได้เช่นนั้น (เหมือนกับคนเสื้อแดง)
พรรคมีโครงสร้างนี้อยู่แล้ว เรามีสาขา มีสมาชิกพรรคและพยายามจะขยายสมาชิกจัดตั้งสาขาพรรคให้มีประสิทธิภาพ จัดระบบเผยแพร่อุดมการณ์ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ถ้าภาคส่วนในประเทศๆ เฉยๆ มันก็ยากที่จะเอาชนะลัทธิเสื้อแดงได้ เพราะลัทธินี้กระบวนการนี้เขาทำงานติดต่อมา 5ปีแล้ว มันไปไกลมาก และก็เข้มแข็งมาก ตอนนี้เขาสามารถที่จะยึดครองมวลชนในพื้นที่ภาคอีสาน และภาคเหนือตอนบนอย่างเข้มแข็ง จนเริ่มลงมาภาคกลางและกรุงเทพฯ
#พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่อ้างว่าทำเพื่อสถาบันยังบอกว่า ยากจะเอาชนะ อย่างนี้ถือว่าท้อหรือไม่
ไม่ท้อ ในพรรคก็ไม่เคยได้ยินว่าใครท้อ แต่ว่าสิ่งที่จะทำวันนี้ ผมก็ทำอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น ตั้งโรงเรียนการเมืองที่จะให้ข้อมูล ความรู้แก่ส.ส. ให้ทันกับสถานการณ์ของบ้านเมือง ทันสถานการณ์ของโลก ทำหน้าที่ส.ส.ที่ประชาชนเพิ่งพาได้ ผมยังจะจัดหลักสูตรการเมืองกับภาคส่วนอื่นๆ ซึ่งขณะนี้ผมก็เดินสายประสานกับองค์กรกลุ่มอื่นๆแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ผมก็บอกสิ่งที่ผมวิเคราะห์ให้เขาฟัง ถ้าเขาเห็นด้วย ก็ให้เขาตัดสินใจว่าจะร่วมมือกับใคร แต่หน้าที่ผมก็เดินต่อไป
#หลังจากปรับคณะกรรมการบริหารพรรคแล้ว มีเสียงสะท้อนกับคนที่สนับสนุนพรรคอย่างไรบ้าง
ในความรู้สึกผม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จะคิดเพียงเขตเลือกตั้งตัวเองหรือคิดเฉพาะเรื่องภายในพรรคไม่พออีกต่อไป ผมจึงเอาตัวเองออกมา และทำงานกับคนอื่นๆ ส่วนเรื่องพรรคนั้นคิดว่าท่านอภิสิทธิ์จะประคับประคองพรรคต่อไปได้ ปัญหาก็คือมวลชนอื่นๆ ที่อยู่นอกพรรคประชาธิปัตย์จะทำอย่างไร
#แนวทางของท่านดูเหมือนทำโรงเรียนเพื่อคนชั้นกลาง ขณะที่พรรคเพื่อไทยทำพรรคให้ชาวบ้าน การบริหารเป็นอย่างไร
ผมทำเป็น 3 ระดับ คือ 1.ระดับส.ส.ที่ต้องรู้สถานการณ์ของประเทศ ของโลก เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในโลก จะที่ลิเบีย ที่ซีเรีย หรืออิยิปต์ต้องเข้าใจว่ามีอะไรเพื่อโยงกับประเทศไทย รวมถึงเรื่องเศรษฐกิจ ก็จะมีทั้งที่เกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และปัญหาของประเทศในแต่ละประเด็น ผมคิดว่าส.ส.จะต้องร่วมกันศึกษาเรียนรู้ แล้วร่วมกันทำงานการเมืองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
2.ในส่วนของ บรรดาผู้นำในสังคม ในแต่ละภาคส่วน อาจจะเป็นทั้งเรื่องการอบรม สัมมนา จัดหลักสูตรเฉพาะก็ว่าไป
3.ในส่วนของโรงเรียนสำหรับประชาชนในพื้นที่ ที่ต้องดูว่าเป้าหมายคือต่อไปประชาชน ก็จำเป็นที่จะต้องให้ความสนใจกับเรื่องบ้านเมือง เป็นประชาชนที่มีความกระชับกระเฉง เอาจริงเอาจัง มีอุดมการณ์ทางการเมือง มีเป้าหมายทางการเมืองที่ชัดเจน ช่วยดูแลบ้านเมืองได้ เรื่องของโรงเรียนการเมืองเป็นเพียงวิธีการนั่นเอง ผมจะทำร่วมกับองค์กรอื่นๆ ในเรื่องต่อๆไป คิดว่าต้นเดือนนี้ กันยายนนี้ก็น่าจะทำได้ ส่วนของหลักสูตรอื่นๆ ก็คงทยอยตามมา
#ชาวบ้านบางส่วน มองว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคของคนชั้นนำ ชั้นกลาง จนไม่กล้ามาเข้าร่วม ตรงนี้มองอย่างไร และจะแก้ไขอย่างไร
คงเป็นหน้าที่พรรคที่จะทำความเข้าใจ แต่ว่าสมาชิกพรรค 2 ล้านกว่าคน ก็เป็นชาวบ้านทั้งนั้น ผมเรียนแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ขาดทักษะสื่อสารในทางการเมือง กลายเป็นถูกกล่าวหา โจมตีฝ่ายเดียว ถูกคนวาดภาพให้ ตัวเองก้ต้องไปแก้ เพื่อทำให้ภาพตัวเองปรากฎ ส่วนใช้เวลาเท่าไหร่คงตอบไมได้ เพราะผมก็สอบตกเรื่องการสื่อสารเหมือนคนอื่นๆ
#สมัยเป็นรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ท่านต่อสู้กับคนเสื้อแดงและพยายามบอกถึงเป้าหมายของคนเสื้อแดงให้ประชาชนรับรู้มาตลอด แต่ผลเลือกตั้งออกมากลับแพ้ และกระบวนการของคนเสื้อแดงเบ่งบานขึ้น มองว่าเกิดความผิดพลาดอะไร
ไม่ได้เกิดความผิดพลาด มันคือความสำเร็จของกระบวนการคนเสื้อแดง การเลือกตั้งคราวที่แล้ว ในช่วงที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยอาศัยกระบวนการของคนเสื้อแดงเกิน 80% ดังนั้นถือเขาประสบความสำเร็จ ผมมองว่าเขาทำงานสำเร็จ ส่วนเมื่อเขาทำสำเร็จแล้ว เราก็ต้องดูต่อว่า ถ้าทุกภาคส่วนของประเทศทำเฉยๆ รอให้เขาขยายตัวกว้างขวางกว่านี้ ถึงวันนั้นก็ลำบาก
สิ่งที่คนเสื้อแดงทำ เขาปลูกฝังแนวความคิดทางการเมืองให้กับผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกหริอผิดเป็นอีกเรื่อง แต่มวลชนเขาเชื่อ และมีทิศทางการต่อสู้ทางการเมืองชัดเจน แต่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศนั้นกลับทำหน้าที่เจ้าของประเทศเพียงการลงคะแนนเสียง อีก 4 ปีค่อยว่ากันใหม่ แต่มวลชนเสื้อแดงทำงานทุกวัน และคุณธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานนปช.ก็ประกาศชัดแล้วว่าเขาไมได้หยุดแค่การเลือกตั้ง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าต้องพยายามให้ประชาชนทั้งประเทศเข้าใจเรื่องนี้ ส่วนเขาจะเข้าใจแล้วคิดอย่างไรก็เป็นเรื่องของประชาชน
#กลัวจะถูกเช็คบิลกลับจากฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ เตรียมพร้อมที่จะรับมืออย่างไร
เขาทำกับผมทุกอย่างแน่ ยิ่งผมประกาศเปิดตัวต่อสู้ เขายิ่งจะเล่นงานกับผมทุกวิถีทาง ผมไม่กังวลใจอะไรเพราะเป็นธรรมดา ไมได้เตรียมพร้อมอะไร ผมไม่สนใจ ผมสนใจที่จะสู้กับเขาต่อไป ตามวิถีทาง แต่ผมสันติ ผมไม่มาเผาบ้านเผาเมืองแบบพวกเขา ผมไม่เอาปืนมาไล่ฆ่าคนเหมือนพวกเขา ผมสู้ของผมด้วยหัวใจ
#มองการทำงานระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล ที่ส่วนต่างของเสียงในสภาค่อนข้างมากเช่นนี้อย่างไร
ผมไม่ค่อยคิดกังวลใจเรื่องความแตกต่างจำนวนเสียง ผมให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการทำงานมากกว่า รัฐบาลไม่เคยถูกล้มด้วยเสียงของฝ่ายค้าน แต่ว่าถ้าฝ่ายค้านเข้มแข็งควบคุมรัฐบาลได้ดี จะไม่ทำความเสียหาย ให้ประชาชน และลอยนวลไปได้
#แต่เสียงที่ต่างกันมาก อาจจะมีเผด็จการรัฐสภาอีก
ยังไม่ถึงจุดนั้น แต่ว่าถ้าเขาทุ่มเท ทำทุกอย่างที่รับปากไว้ อีก 12-14 เดือน หากมีการเลือกตั้งใหม่ คราวนี้อาจจะได้เห็นตัวเลขส.ส.ถึง 300-400 ก็เป็นได้ ถึงตอนนั้นเผด็จการรัฐสภาจะเกิดขึ้น
#มองปรากฏการณ์ของรัฐบาล ที่ผู้มีอำนาจตัวจริงอยู่เมืองนอก ขณะที่ตัวนายกฯ คือน.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างไร
ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าวันนี้คุณยิ่งลักษณ์ จะมีความเป็นตัวของตัวเองกี่เปอร์เซนต์ แต่ว่าถ้าดูจากหลักฐานและการที่ผมติดตามของคุณทักษิณมาตลอด สิ่งที่เขาโฟนอิน วีดีโอลิงค์มาทั้งหมด กลายเป็นนโยบายรัฐบาลวันนี้ แล้วเขาก็ไปให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่ามีส่วนสำคัญในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี
ถ้าคุณทักษิณยังเคลื่อนไหวในลักษณะสั่งการ กำชับรัฐบาลในดีกรีแบบนี้ต่อไป นับว่าอันตราย ซึ่งคุณยิ่งลักษณ์จะอึดอัดมากขึ้น ต้องติดตามต่อไป อย่าเพิ่งคาดในทางร้าย ผมกลับหวังด้วยซ้ำว่าคุณยิ่งลักษณ์จะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น นโยบายอาจจะเห็นพ้องแต่ในทางปฏิบัติจะต้องไม่ฟังการสั่งการตลอด เหมือนนักมวยที่จะเอาแต่ดูพี่เลี้ยงคงไมได้ เดี่ยวก็ถูกน็อคจนได้
การเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ จะกระทบการทำงานของรัฐบาลแน่ ขณะนี้แม้แต่ในเวทีต่างประเทศก็วิพากษ์วิจารณ์ จริงๆ คุณทักษิณควรจะใจเย็น ไม่ควรรีบร้อน เอาประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้ง ปล่อยให้คุณยิ่งลักษณ์ทำหน้าที่ ดูแลประโยชน์ของประเทศชาติโดยส่วนร่วมมากกว่า แต่เขาเป็นคนใจร้อนมาแต่ต้น ไม่ยอมลดราวาศอก นั่นก็เป็นเรื่องที่เขาพิจารณา
#บางฝ่ายมองว่า เมื่อคุณทักษิณเจ็บมาก แค้นมากแล้วจะกลับมาเอาคืน
คุณทักษิณจะแค้นใคร จะแค้นคนไทยทั้งประเทศหรือ มันเป็นเรื่องที่คุณทักษิณทำตัวเอง ท่านร่ำรวยมาแล้วแต่ละเลยที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย จนกระทั่งถูกดำเนินคดี ถูกศาลตัดสิน อยู่ในประเทศไหนเขาต้องเคารพกฎหมาย จะไปชอบศาลเฉพาะที่ตัดสินให้ถูกกฎหมายคงไมได้ หากตัดสินให้แพ้ เขาก็โกรธ จะไปพาลโกรธทั้งประเทศไม่ได้หรอก
#บางทีอาจจะแค้นท่านหรือกองทัพ
แค้นเรื่องอะไรละครับ ผมไมได้ไปทำอะไรเลย ผมให้คำแนะนำตั้งเยอะแยะ คุณทักษิณไม่ทำเอง ผมกับท่านเคยพูดคุยกัน ท่านเคยชวนให้ผมไปอยู่พรรคไทยรักไทย เคยไปหาผมที่ภาคใต้ ผมก็อธิบายไปว่าอุดมการณ์เราคนละอย่าง คงไปด้วยกันไม่ได้ แต่เวลามีปัญหาก็ได้คุยกัน เช่น ตอนท่านมีเสียงในสภาถึง 300 กว่าเสียง แต่ยุบสภาอีก
ผมก็ถามว่าท่านยุบทำไม ไม่ควรจะทำ หรือตอนที่พรรคประชาธิปัตย์มีมติไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ท่านก็มาขอผมให้ช่วยแก้ ผมเองก็บอกว่าได้ แต่มีทางเดียวที่จะทำคือท่านต้องการประกาศว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย แล้วไม่แทรกแซงศาล องค์กรอิสระ และให้สัตยาบรรณกันเลย เชิญท่านบรรหาร เสธ.หนั่น คุณอภิสิทธิ์มา ถ้าทำยังงี้ได้ผมเชื่อว่าทุกฝ่ายก็ยินดี แต่คุณทักษิณ ไม่ทำ ตอนเย็นคุยอย่าง ตอนเช้าเบี้ยว กลับไปเชิญพรรคเล็ก แล้วตอนนี้จะมาโกรธอะไรผม
#ท่านคิดว่าปัจจัยอะไรที่จะทำให้รัฐบาลอายุสั้น
คงไม่คาดว่าอายุเขาจะสั้น เพราะเขามีถึง 300 กว่าเสียง จะอยู่ให้สั้นทำไม ยกเว้นจะทุจริตคอร์รัปชั่นแล้วประชาชนทนไมได้ หรือบริหารราชการโดยไม่จริงใจกับประชาชน หรือปล่อยให้เกิดเหตุการณ์รับไมได้ มันก็มีหลายปัจจัยไม่ใช่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง
#ฝ่ายค้านจะให้เวลารัฐบาลทำงานนานแค่ไหน
ต้องไปถามหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สำหรับผมฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน โดยไม่ได้ทำตามเวลา เมื่อไรทำดีก็สนับสนุน ถ้าทำไม่ได้ก็คัดค้านแต่นี้เป็นต้นไป มันอยู่ที่พฤติกรรมของรัฐบาล
#ขอย้อนกลับไปช่วงเลือกตั้ง ขณะนั้นดูเหมือนท่านจะมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องได้มากกว่า 200 เสียง แต่สุดท้ายกลับตรงกันข้าม ตรงนี้มันเกิดจากอะไร
เกิดจากความแข็งแรงของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นหลัก กับมีปัจจัยที่ทำให้เกิดการพลิกผัน เอาว่ากรณีที่คุณสนธิ ลิ้มทองกุล รณรงค์โนโหวตทำให้พรรคประชาธิปัตย์แพ้ไป ประมาณ 24-25 เขต แล้วชัยชนะนั้นกลายเป็นของพรรคเพื่อไทย ผมคิดว่ามันมีปัจจัยผสมรวมกัน แต่ที่สำคัญที่สุดคือประสิทธิภาพการจัดตั้งมวลชนของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่สามารถคุมเสียงประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเข้มแข็ง ได้ผลดังที่ขาด
อีกทั้งยังมีเรื่องการกระบวนการการตลาดที่โหมกระหน่ำบอกว่าพรรคเพื่อไทยชนะแน่นอนผ่านสื่อต่างๆ รวมถึงโพลที่รับใช้เขาด้วย แม้กระทั่งวันสุดท้ายยังมีการชี้นำ
#บางส่วนมีการวิเคราะห์ว่าท่านสุเทพ เชื่อทหารมากไป เหมือนกับว่าทหารไมได้ช่วยอะไร และพรรคประชาธิปัตย์ก็แพ้ในเขตทหาร ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
ผมไม่เคยได้ยินข้อกล่าวหาเช่นนี้ ขอบคุณที่มาบอกให้รู้ ประการที่ 1. คือผมคิดว่า คนที่พูดไม่เข้าใจทหาร ทหารเขาไม่ได้เข้ามาทำงานการเมือง ผมมีความสัมพันธ์กับฝ่ายทหารจริงในช่วงรักษาความสงบบ้านเมือง แต่เวลาทำงานการเมืองผมไมได้รบกวนเขา ผมเคารพความเป็นวิชาชีพเขา เหมือนเคารพข้าราชการ ผมเป็นนักการเมืองมา 30 ปี ผมไม่เคยให้ผู้ว่าฯ หรือนายอำเภอ ผู้กำกับ หรือข้าราชการในระดับไหนก็ตามมาช่วยผม และเขาก็ไม่มีข้อมูล ไม่มีการทำวิจัยที่จะมาบอกข้อมูลแบบนี้ ที่บอกว่าผมว่าผมเชื่อทหารมากไปนั้นผิด ยืนยันว่าไม่มี
#พอจะบอกได้ไหมว่าเหตุใดวันนั้นถึงมั่นใจว่า พรรคประชาธิปัตย์จะได้ถึง 200 เสียง
ผมเรียนตรงๆ ว่าผมไม่มั่นใจ แต่ผมเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จะมาบอกกับพวกคุณว่าผมแพ้แน่นอนคงบ้าไปแล้ว กระบวนการต่อสู้ของผมจึงเสียหาย ผมต่อสู้ของผม จะไปพูดจาอะไรได้ในวันที่โดนกระหน่ำทุกวันว่า อีกฝ่ายชนะท่วมท้น เท่านั้นเท่านี้ ผมก็ต้องยืนยันพยายาม
#แสดงว่ารู้ตลอดว่าเป็นรองตั้งแต่แรก
ผมคิด ไม่ได้รู้ คิดว่าเราเป็นรองมาตลอด
#ถ้าคิดว่าเป็นรองมาตลอด แล้วไม่มีวิธีที่จะทำให้สถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายนำบ้างหรือ
ผมไม่ขอตอบ (หัวเราะ)
#แต่ท่านเคยพูดถึงขนาดให้สื่อแปะข้างฝาเอาไว้
ใช่ ผมจึงรับผิดชอบในสิ่งที่ผมพูดไง (หัวเราะ) ผมไม่มีทางเลือกอื่นหรอกครับ เพราะผมเป็นเลขาธิการพรรค ผมไม่สามารถพูดให้คนของผมหมดกำลังใจในการต่อสู้ และผมก็ได้แสดงความรับผิดชอบชัดเจนแล้วโดยจะไม่รับตำแหน่งเลขาธิการพรรคอีก ไม่เป็นแม้แต่จะเป็นกรรมการบริหารพรรคอีกต่อไป เป็นเพียงคนธรรมดา ประสานงานกับโรงเรียน
#มีการพูดกันมากเรื่องการปฏิรูปพรรค ในฐานะสมาชิกพรรคคนหนึ่งมองว่าควรจะปฏิรูปเรื่องอะไร มีแนวทางถึงขนาดจะปิดพรรค เหมือนที่ประเทศอื่นปิดประเทศเพื่อพัฒนาเป็นการภายในบ้างหรือ
โห !!!!! (เสียงสูง) นั่นไม่ทำให้ลัทธิแดงเขาสบายใจเหรอ คงไม่มีพรรคอื่นที่จะต่อสู้กับลัทธิแดงใกล้เคียงในขณะนี้ พรรคก็ต้องทำหน้าที่ต่อไป ส่วนหัวหน้า กรรมการบริหารคงดูอยู่ ว่าจะปรับอย่างไร ในการทำงานโดยจะมีการกระบวนการรับฟังความคิดเห็น จากสมาชิก เริ่มจากจะมีการสัมมนาพรรคที่จ.พิษณุโลก ระหว่างวันที่ 2-4 กันยายนนี้ ก็ต้องไปรอฟัง



