
สาธารณชนยก'ชูวิทย์'ดาวเด่นสภา
เอแบคโพลล์ เผย เสียงสะท้อนสาธารณชน ยก'ชูวิทย์'ดาวเด่นสภา อภิปรายนโยบายรัฐ แฉบ่อนพนัน โดนใจ ปชช. หนุนขุดคุ้ยขบวนการค้ามนุษย์ ตีแผ่คอรัปชั่น
27 ส.ค.54 ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยว่าผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง เสียงสะท้อนของสาธารณชนต่อดาวเด่นสภาช่วงอภิปรายนโยบาย กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,459 ตัวอย่าง ระหว่าง วันที่ 26 - 27 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมา โดยมีช่วงความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7 จากการเลือกตัวอย่างและวิธีการสุ่มตัวอย่างครั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ค้นพบครั้งนี้คือ
ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.4 ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการอภิปรายนโยบายรัฐบาล โดยประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.8 ระบุพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่อภิปรายได้มีเหตุมีผล ตรงประเด็นที่ชาวบ้านอยากรู้ รองลงมาคือ ร้อยละ 60.9 ระบุพรรครักประเทศไทย และร้อยละ 47.5 ระบุพรรคเพื่อไทย ที่เหลือหรือร้อยละ 33.6 ระบุเป็นอื่นๆ เช่น วุฒิสมาชิก พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน เป็นต้
ทั้งนี้ ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.7 ระบุ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ เป็นผู้อภิปรายได้โดนใจ และทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมมากที่สุด รองลงมาคือ ร้อยละ 61.1 ระบุนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 59.7 ระบุ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง ร้อยละ 54.6 ระบุนายชวน หลีกภัย ร้อยละ 52.9 ระบุนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร้อยละ 44.3 ระบุนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ และร้อยละ 38.6 นายกิตติรัตน์ ณ ระนอ
จากการสัมภาษณ์เชิงลึก พบว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ กลายเป็นดาวเด่นโดนใจของประชาชนที่ถูกศึกษาเพราะว่านำปัญหาบ่อนการพนัน อันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงมาตีแผ่ ชาวบ้านก็รู้ๆ กัน แต่เจ้าหน้าที่ทั้งส่วนกลางและท้องที่ปล่อยปะละเลย และแสวงหาผลประโยชน์จากเงินบ่อน ต่อไปอยากให้แฉเงินพนันโต๊ะบอล เงินจากขบวนการค้ามนุษย์ และขอให้ขุดคุ้ยตีแผ่การทุจริตคอรัปชั่นอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนให้นายชูวิทย์ ทำดีตีแผ่ความจริงเพื่อสังคมเช่นนี้ตลอดไป
อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ยังให้ข้อสังเกตว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ออกมาประสานเสียงแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ทำไมปล่อยให้นายชูวิทย์ และสื่อมวลชนทำงานแต่ฝ่ายเดียว จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้จังหวะเวลานี้ระดมกวาดล้างครั้งใหญ่อย่างจริงจังและต่อเนื่อง
สำหรับที่น่าพิจารณาคือ เสียงของประชาชนต่อการชี้แจงนโยบายของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พบว่า ชัดเจนดีในเรื่องการขอเวลา ซึ่งก็พร้อมจะให้โอกาสสนับสนุนให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้ทำงานอย่างเต็มที่ แต่ที่รู้สึกชี้แจงไม่ค่อยโดนใจเพราะคำชี้แจงเรื่องค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 300 เพราะเดิมทีเข้าใจว่าจะเป็นเม็ดเงินที่จะได้ หรือเรื่องเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาทก็เข้าใจว่าจะได้เป็นเม็ดเงินเช่นกัน ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะได้เป็นอะไรกันแน่
อีกทั้ง ผู้ถูกศึกษาส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจกับเรื่องนี้เท่าไหร่นัก เพราะได้เลือกตั้งไปแล้ว ก็ต้องปล่อยให้รัฐบาลทำงานไป แต่ยังไม่อยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญตอนนี้เพราะกลัวบ้านเมืองจะวุ่นวาย และส่วนใหญ่ก็ฝากให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีทำงานอย่างเต็มที่ต่อไป มุ่งมั่นทำเพื่อประชาชนทุกคนทั้งประเทศ อย่าทำให้กับคนเฉพาะกลุ่มที่มากดดันแสวงหาผลประโยชน์จากนายกรัฐมนตรีและคณะ
อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจคือ ผู้ถูกสัมภาษณ์เชิงลึกส่วนใหญ่ระบุว่า การอภิปรายนโยบายครั้งนี้ดูคล้ายกับเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่มี ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง มาเป็นผู้ช่วยทำให้สถานการณ์ถูกอภิปรายของรัฐบาลดีขึ้น
นอกจากนี้ หลังจากมีข่าวว่า ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุงได้ดูแลเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.5 เชื่อมั่นว่า ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง จะสามารถทำได้ ในขณะที่ร้อยละ 28.5 ไม่เชื่อมั่น อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง ที่จะทำให้ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 54.4 เชื่อมั่น ในขณะที่ร้อยละ 45.6 ไม่เชื่อมั่น



