ข่าว

อย่าลืมขุนค้อน

อย่าลืมขุนค้อน

27 ส.ค. 2554

อย่าลืมขุนค้อน : ทางข่าว โดยศรายุทธ สายคำมี

           ฟังวุฒิสมาชิก วันชัย สอนศิริ อภิปรายเรื่องความปรองดองสมานฉันท์ในช่วงต่อเวลาการประชุมรัฐสภาแล้ว ดูเหมือนว่า ความสมานฉันท์ในบ้านในเมืองเรานี้ มันเป็นแค่เรื่อง "เส้นผมบังภูเขา" แค่นั้นจริงๆ

           อาจารย์วันชัย บอกว่า เรื่องปรองดองสมานฉันท์ต้องเริ่มที่รัฐบาล เริ่มจาก  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ และที่สำคัญก็คือ นักการเมืองทั้งหลายจะต้องไม่เอาการเมืองในสภาไปลงข้างถนน หรือขยายไปตำบล หมู่บ้าน

           มันก็น่าจะจริงอย่างที่ อาจารย์วันชัย ว่าเอาไว้

           แต่หากการประชุมรัฐสภาเพื่อให้รัฐบาลแถลงนโยบายไม่ยืดเยื้อต่อมาเป็นวันที่สาม กลุ่มคนที่อยู่ในข่ายต้อง "ค้อมตัวเข้าหากัน" อย่างที่อาจารย์วันชัยว่าเอาไว้ ก็น่าจะมีแค่เท่านั้น...การประชุมรัฐสภาที่วุ่นวายตั้งแต่หัวค่ำจนดึกดื่น แล้วก็มีคนของพรรคเพื่อไทยยื่นญัตติขอปิดการอภิปรายนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

           ถึงแม้จะมีประสบการณ์เป็นรองประธานและได้รับความชื่นชมมาก่อนหน้านี้ จนได้ฉายา "ขุนค้อน" แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สิ่งที่ สมศักดิ์ ได้กระทำออกไปจะได้รับการยอมรับจากสมาชิกที่ประชุม

           ยิ่งที่ สมศักดิ์ เข้าใจและพูดว่า "คำวินิจฉัยของประธานถือเป็นอันสิ้นสุด ผิดถูกอย่างไร ผมเป็นคนรับผิดชอบ แล้วประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน" นับเป็นความเข้าใจที่อันตรายจริงๆ เพราะคำวินิจฉัยหากอยู่บนหลักเกณฑ์ข้อบังคับและความเป็นกลาง มันจะไม่มีคำว่า "ผิด" แล้วก็ไม่ต้องรอให้ประชาชนตัดสิน

           แล้วก็เพราะประโยคนั้น และการทำหน้าที่ประธานที่ประชุมในแบบนั้น เมื่อบ่ายวันพฤหัสฯ สมศักดิ์ ก็เลยเผชิญกับการตำหนิ ชี้แนะการทำหน้าที่ประธานที่ดีจากสมาชิกนานกว่าครึ่งชั่วโมง

           คำพระท่านว่า "ดี ชั่ว อยู่ที่ตัวทำ สูง ต่ำ อยู่ที่ทำตัว" ทำอะไรก็ได้อย่างนั้น

           แต่การเป็นประธานรัฐสภาเป็นตำแหน่งพิเศษ อาจจะมากกว่าการเป็นนายกรัฐมนตรีเสียด้วยซ้ำไป เพราะจะต้องเป็นกลาง ให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย เพื่อให้การกลั่นกรองตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

           ไม่ใช่ไปเตะสกัด ตัดเกม เพราะดันไปแตะทักษิณ หรือกลัวพรรคต้นสังกัดจะเพลี่ยงพล้ำ

           เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากจะให้ประเทศเดินหน้าเข้าหาความสมานฉันท์จึงไม่อาจลืมชื่อ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ คนนี้ไปได้เลย