ข่าว

ยิว-ปาเลสไตน์'สันติภาพ'ในกำแพงสูง

ยิว-ปาเลสไตน์'สันติภาพ'ในกำแพงสูง

27 ส.ค. 2554

ผู้ใช้สมองและแรงงานไทย พลิกทะเลทราย คอลัมน์สัมภาษณ์คนในข่าว นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล

        กรุงเทลอาวีฟ (Tel Aviv) - น่าแปลกใจ เมืองในกลางทะเลทราย ได้กลายเป็นประเทศที่เขียวชุ่มชื้น ชะอุ่มกลายเป็นเมืองเกษตรที่สมบูรณ์ ผลิตผลไม้ ผักส่งออกเลี้ยงคนยุโรปได้ ด้วยมันสมองคิดระบบน้ำแบบไฮเทค ทุกที่ที่มีต้นไม้จะมีสายยางระบบน้ำหยุด วางระโยงยางไว้ ผสมกับฝีมือด้านการเกษตรจากแรงงานไทย อิสราเอลจึงกลายเป็นเมืองที่เจริญก้าวหน้า เป็นหนึ่งในสิบของประเทศที่เจริญแล้วของโลก

         กรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงสีขาวของ “ยิว” เกิดขึ้นตั้งอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งเชื้อชาติมากกว่า 3,000 ปี ทุกวันนี้ ทั้งยิวและปาเลสไตน์ก็ยังคงอยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะเมืองเยรูซาเล็ม ยังคงอยู่บนประวัติศาสตร์ความขัดแย้งร่วมของยิว ปาเลสไตล์และมุสลิมในโลกอาหรับ ที่ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

         ในประเทศที่พื้นที่เล็กกว่าไทย 25 เท่า ไม่เคยสงบจากสงคราม การก่อการร้ายทุกรูปแบบ แต่สร้างรายได้ประชาชาติและค่าครองชีพสูงกว่าไทย 10 เท่า หาก “สันติภาพ” มาเยือนและความขัดแย้งสงบ บริเวณนี้ ต้องเป็นสถานที่ที่ผู้คนคงหลั่งไหลเข้ามานับร้อยนับพันล้าน โดยเฉพาะ “นครเยรูซาเล็ม” เมืองโบราณ จุดกำเนิดศรัทธาแห่งศาสนาถึงสามศาสนาใหญ่ของโลก นั่นคือ บริเวณกำแพงตะวันตก ย่านเยรูซาเล็มสแควร์ จุดที่ตั้งของ “โดมทอง” มัสยิด ต้นกำเนิดแห่งศาสนาอิสลาม ติดกันคือ “กำแพงร้องไห้” สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนา “ยิว” ใกล้ กันนั้น เรื่องราวการกำเนิดศาสนาคริสต์ สถานที่ประสูติของ “พระเยซู” มีปรากฏให้เห็น รวมทั้งจุดพระเยซูถูกตรึงไม้กางเขน และสถานที่ฝังพระศพ ก็อยู่ดินแดน “ต้องห้าม” แห่งนี้

         บริเวณพื้นที่เขตรอยต่อแต่ละเมืองถูกล้อมรอบด้วยกำแพงสูง ด่านตรวจที่เข้มงวดสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของความขัดแย้งที่ยังดำรงอยู่ กำแพงสูงใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นในแต่ละเขตหมายถึงความพยายามอยู่รอดของอิสราเอลและยับยั้งความรุนแรงของระเบิดพลีชีพ สะกัดกั้นการเสียชีวิตของทรัพย์สินและผู้คน ในบริเวณที่ชาวยิวและปาเลสไตน์ดำรงชีพอยู่ด้วยกันทุกเช้าค่ำ อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ

         อีกด้านหนึ่ง เหนือความเป็นเชื้อชาติ ท่ามกลางความขัดแย้งนี้ การอยู่อย่าง “กึ่งสันติ” ได้แสดงถึงพลังขีดความสามารถของมนุษย์ชนชาติหนึ่ง “ยิว” ที่ได้ต่อสู้กับธรรมชาติ ทะเลทราย ด้วยเทคโนโลยี “know-how” ด้านเทคโนโลยีการเกษตร ชลประทาน พลังงานทดแทน การแพทย์และอุปกรณ์ ผนวกกับความสามารถพลังสมองอันเป็นเลิศ ด้วยจำนวนนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่มีอัตราต่อหัวมากที่สุดในโลก

         ทุกวันนี้ อิสราเอล ไม่ใช่เมืองในทะเลทรายอีกต่อไป แต่ได้สร้างทะเลทราย ที่แห้งแล้งให้เป็นแหล่งผลิตผลิตผลทางการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ ให้ผลผลิตส่งออกสูงไปยังยุโรป สหรัฐ และเอเชีย แม้จะก้าวหน้าขนาดไหน แต่อิสราเอลก็ยังคงต้องการแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะแรงงานไทยที่นายจ้างอิสราเอลยอมรับว่า มีฝีมือด้านการเกษตรที่เก่งกาจและเชี่ยวชาญเหนือชาติอื่นใด

         แรงงานไทยจึงเป็นที่ต้องการ ปัจจุบันเข้ามาทำงานกว่า 2.6 หมื่นคน ที่นี่ 95% ทำงานในด้านเกษตรกรรมตามคิบบุตส์และโมชาฟ ทั่วประเทศ กับนายจ้างกว่า 6,000 คน แต่ปัญหาด้านแรงงานยังมีอยู่ก็คือ ประเด็นเรื่องค่าหัวแรงงาน ที่ถูกเก็บ 1-3 แสนกว่าบาท กว่าจะเดินทางมาทำงานได้ อิสราเอลตีความว่า เป็นการผิดกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยการค้ามนุษย์ ทุกคนที่มาทำงานต้องเป็นหนี้ ทำงานใช้หนี้นานนับแรมปีกว่าจะหมดหนี้

         ณ จุดขัดแย้งหลักของโลก ที่นี่ ความตึงเครียดขัดแย้งทางเชื้อชาติและการเมืองระหว่างประเทศ ได้ส่งผลกระทบต่อนโยบายต่างประเทศในอีกไม่นานนี้ ที่จะต้องตัดสินใจว่า จะรับรองรัฐปาเลสไตน์หรือไม่ ซึ่งจะต้องพิจารณาให้รอบคอบว่า ถ้าไทยรับรองแล้ว ไทยได้ประโยชน์อะไร? และเมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าหน้าที่ไทยก็ได้ข้ามแดนกำแพงสูงเข้าไปในเขตเวสต์แบงก์ของปาเลสไตน์ เพื่อให้กำลังใจทีมฟุตบอลไทยที่เดินทางมาร่วมการแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกด้วย

         ผลอีกประการของความขัดแย้งก็คือ ความเครียด ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ อิสราเอลต้องเกณฑ์คนหนุ่มสาวทุกคน ให้เข้าร่วม “กองทัพ” เป็นทหารประจำการ ผู้ชายจะรับการฝึกและประจำการ 3 ปี ส่วนผู้หญิงจะรับราชการทหาร 2 ปี ก่อนจะออกมาศึกษาต่อหรือทำงานต่อ

         ในช่วงของการปลดประจำการ คนหนุ่มสาวนับกว่า 2 คน เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย ดังนั้นไม่ว่าจะเดินไปไหน ถามใครในอิสราเอลที่มีพลเมืองน้อยเพียง 7.5 ล้านคน คำตอบที่ได้รับคือ เคยเดินทางเที่ยวเมืองไทย บ้างก็ชอบบรรยากาศทางเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย บ้างก็ชอบภาคใต้ พังงา กระบี่ เป็นต้น บ้างก็มาสมุย ดูคุ้นเคยเมืองไทยกันมาก

         แต่นโยบายด้านการท่องเที่ยวนั้น ทางด้านสถานทูตไทยและการท่องเที่ยวพยายามเสริมการ “ดึงชาวอิสราเอลเที่ยวเมืองไทย” ในลักษณะของครอบครัวให้เพิ่มมากขึ้น เพราะชาวอิสราเอลมีนโยบายห้ามคุมกำเนิดเด็ดขาด ดังนั้นครอบครัวยิวจึงเต็มไปด้วยลูกเด็กเล็กแดงมากกว่า 2 คนขึ้นไป เพื่อให้ครอบครัวเหล่านี้เดินทางมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น ด้วยการจัดเทศกาลไทยขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของการ “แนะนำ” ประเทศไทย ชักชวนให้ไปเที่ยว เพราะมีความสงบและมีธรรมชาติที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง

         ตั้งแต่มารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอล ยังไม่ได้ยินเสียงปืนและเสียงระเบิดเลย แสดงว่า สถานการณ์เริ่มดีขึ้น สันติภาพเริ่มเยือนภูมิภาคตะวันออกกลาง จุดขัดแย้งหลักของโลกเวลานี้ ดัชนีของสันติภาพเริ่มดีขึ้น