ข่าว



 พรรคคองเกรสอินเดียวิกฤติ

พรรคคองเกรสอินเดียวิกฤติ

26 ส.ค. 2554

พรรคคองเกรสของอินเดีย กำลังตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติเพราะปราศจากซอนยา คานธี

          วิกฤติการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีของอินเดีย โดยมีศูนย์กลางมาจากการอดอาหารประท้วงต่อต้านการคอรัปชั่นของนักเคลื่อนไหวคนสำคัญ ได้เกิดขึ้นพร้อมกับการหายหน้าไปของนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศอย่างนางซอนยา คานธี

          นางซอนยา ประธานพรรคคองเกรสผู้ทรงอิทธิพล ไม่ได้ปรากฎตัวต่อสาธารณชน นับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม หลังสร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศ ด้วยการประกาศว่า เธอจะเดินทางไปเข้ารับการผ่าตัดที่สหรัฐ และนับตั้งแต่นั้น ก็ไม่มีรายงานข่าวจากสื่อเกี่ยวกับอาการของเธออีกเลย ไม่มีแม้กระทั่งรายงานว่าเธออยู่ที่ไหน และเธอก็ไม่ได้ให้ความเห็นใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมต่อสถานการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในประเทศในช่วงที่เธอไม่อยู่

          การกวาดชัยชนะอย่างง่ายดายเมื่อปี 2552 ทำให้พรรคคองเกรสเป็นผู้นำรัฐบาลผสมภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีมันโมฮัน ซิงห์ แต่เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลต้องสั่นคลอนอย่างหนัก เมื่อเกิดการประท้วงทั่วประเทศ ของผู้สนับสนุนนายอันนา ฮาซาเร่ วัย 74 ปีที่ออกมาเรียกร้องให้ออกกฎหมายต่อต้านการคอรัปชั่นที่แข็งกร้าวกว่าเดิม

          นายฮาซาเร่ อดีตพลขับรถบรรทุกทหาร ได้อดอาหารประท้วงอยู่ด้านหน้าภาพถ่ายของบุคคลที่เขาศรัทธาอย่าง มหาตมะ คานธี และทำให้คนหลายหมื่นคนไปร่วมประท้วงรายวัน สร้างความอึดอัดใจให้รัฐบาลที่ตอนแรกได้จับกุมเขา แต่แล้วก็ปล่อยตัว จากนั้นก็
ประนามการรณรงค์ด้วยวิธีนี้ของเขา ก่อนจะกลับลำหันมายกย่องจิตใจที่กล้าหาญ

          ราชิด คิดไว ผู้เขียนเกี่ยวกับชีวประวัติของนางซอนยาและการเมือง ระบุว่า ความโลเลแบบนี้ของรัฐบาลจะไม่เกิดขึ้น ถ้านางซอนยา วัย 64 ปี ยังคงกุมบังเหียนพรรคคองเกรส การไม่อยู่ของเธอมีผลอย่างยิ่งต่อพรรค ถ้าเป็นเธอสถานการณ์นี้จะได้รับการแก้ไขอย่างราบรื่นกว่านี้ และไม่คิดว่า จะเกิดสถานการณ์แบบนี้ ถ้าเธอยังอยู่

          ส่วนผู้สร้างความสั่นคลอน คือ นายฮาซาเร่ ที่บอกว่า เขาไม่แคร์ว่าจะอยู่หรือตาย ในการต่อสู้เพื่อต่อต้านการคอรัปชั่น ถูกสถานีโทรทัศน์ถ่ายทอดการเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง และยังถูกนำเสนอเรื่องราวตามหน้าสื่อสิ่งพิมพ์อย่างต่อเนื่องอีกด้วย ในขณะที่แทบไม่มีพื้นที่ให้กับนายกรัฐมนตรี ในการตอบโต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น และทำให้นายกรัฐมนตรีซิงห์ ผู้ได้ชื่อว่าพูดจานุ่มนวล ถูกมองว่า เข้าไม่ถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้คน

          โซย่า ฮาซัน อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัย เยาวหราล เนห์รู ให้ความเห็นว่า เขาไม่คิดว่าจะได้เห็นการรับมือต่อสถานการณ์ในรูปแบบนี้ของรัฐบาล ถ้านางซอนยาอยู่ในอินเดียเธอเป็นผู้นำที่สามารถน้อมรับความเห็นของทุกฝ่าย แต่ตอนนี้นายกรัฐมนตรีกำลังตีความอารมณ์โกรธแค้นของสาธารณชนผิด ในประเด็นเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการรับสินบนจำนวนหลายพันล้านดอลล่าร์ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย  

          แท็บลอยด์ เมล ทูเดย์ ได้เปรียบเทียบว่า พรรคคองเกรสที่ปราศจากนางซอนยากำลังลอยคออยู่ในทะเล เช่นเดียวกับหนังสือพิมพ์ ไทม์ ออฟ อินเดีย ที่รายงานอ้างความเห็นของบรรดา ส.ส.ในพรรคคองเกรสว่า การไม่อยู่ของนางซอนยาทำให้พรรคคองเกรสมีอาการซวนเซ อันเป็นการตอกย้ำภาวะสุญญากาศจากการไร้ผู้นำ

          นางซอนยา ซึ่งเป็นชาวอิตาลีโดยกำเนิด เป็นภรรยาม่ายของอดีตนายกรัฐมนตรีราจิฟ คานธีและเธอได้รับไว้วางวางใจและนับหน้าถือตาจากวงการเมืองอินเดีย นับตั้งแต่สูญเสียสามี เธอมักจะบอกว่า ไม่ได้อยากเป็นนักการเมือง แต่ก็สร้างความตกตะลึงหลังจากสามารถขับเคลื่อนพรรคคองเกรสจนสามารถคว้าชัยชนะเหนือพรรคชาตินิยมฮินดู ภาราติยะ ชนตะในการเลือกตั้ง เมื่อปี 2547 และอีก 5 ปีต่อมา ก็นำพรรคคว้าชัยชนะได้เป็นรัฐบาลสมัยที่สอง

          นักวิเคราะห์ บอกว่า พรรคคองเกรสมีผู้นำเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งก็คือ นางซอนยา นายกรัฐมนตรีซิงห์ มีบทบาทในการกุมบังเหียนรัฐบาล แต่เธอดูแลด้านการเมืองให้กับพรรค ซึ่งเปรียบเสมือนลูกของเธอ

          ตระกูลคานธี ซึ่งโดดเด่นในแวดวงการเมืองหลังจากอินเดียได้รับอิสรภาพ ในยุคนายกรัฐมนตรีเยาหราล เนห์รู และไม่ได้เกี่ยวข้องกับมหาตมะ คานธี มหาบุรุษผู้ทำให้อินเดียได้รับอิสรภาพ ได้ครองอิทธิพลในวงการเมืองอินเดียมาอย่างยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ สมาชิก 3 คนของตระกูล ได้ดำรงตำแหน่างนายกรัฐมนตรี และนายราหุล บุตรชายวัย 41 ปี ของนางซอนยา ก็ได้
รับการคาดหมายว่า จะได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในอนาคตเช่นกัน