ข่าว

'กองทุนความมั่งคั่งฯ' เจอแรงต้าน

'กองทุนความมั่งคั่งฯ' เจอแรงต้าน

29 ส.ค. 2554

จับตาแรงต้านรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์1" ตั้งเป้านำเงินทุนสำรองของประเทศ มาใช้ภายใต้ชื่อ "กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ"

กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ถูกโยนเข้าสู่ความสนใจของสังคมไทย และขณะเดียวกัน ก็ถูกต่อต้าน คัดค้านอย่างสูงเช่นกัน

 ยิ่งถือว่า เป็นนโยบายที่รัฐบาล 'ยิ่งลักษณ์ 1' พยายามผลักดันด้วยแล้ว ยิ่งนับว่าน่าสนใจ
 ทั้งนี้เนื่องมาจาก กระทรวงการคลัง โดย นริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่เรื่องนี้เคยทุกเสนอมาหลายยุคหลายสมัย แต่ถูกคัดค้านมาตลอด

 โดยระบุว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund : SWF) โดยหลักการเรื่องการจัดตั้งกองทุนนี้ ถือว่าสำคัญ เพราะจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการการลงทุนภาครัฐ ทั้งยังเป็นกลไกการรับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจด้วย

 และแทบไม่ต้องสงสัยว่า นี่เป็นการปัดฝุ่น SWFs เพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาลเพื่อไทย ที่มีแนวคิดจัดตั้งกองทุนในลักษณะนี้มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรแล้ว

 ผอ.สศค. พูดชัดว่า "รัฐบาลใหม่มีนโยบายให้ตั้งกองทุน SWF เพื่อบริหารเงินทุนของประเทศ เหมือนกับกองทุนเทมาเส็กของประเทศสิงคโปร์ ดังนั้น คลังจึงต้องศึกษาความพร้อมเพื่อเสนอให้รัฐบาลตัดสินใจว่าจะดำเนินการหรือไม่ อย่างไรก็ดี การจัดตั้งกองทุน SWF ก็มีผลกระทบในหลายด้านด้วย จึงจำเป็นต้องมีการศึกษารายละเอียด เช่น การบริหารความเสี่ยง ความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และความพร้อมของบุคลากร..." (ไทยโพสต์ 1 สิงหาคม)

 ถามว่าประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ อยู่ตรงไหน คำตอบก็อย่างที่  พิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่า ตั้งเป้าหมายที่จะนำเงินทุนสำรองของประเทศ ซึ่งมีวงเงินสูง นำมาใช้ประโยชน์ในการลงทุนเพื่อเศรษฐกิจและประชาชน โดยเห็นว่า ควรจะไปลงทุนขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียม ทองคำ และอื่นๆ...  

 แน่นอน, เหตุผลหลักอีกอย่างในการผลักดัน SWFs ก็คือ เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้นั่นเอง 
 แต่การใช้เงินทุนสำรอง อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เหมือนที่ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่า ธปท. เตือนเอาไว้ว่า

 "ทุนสำรองของประเทศไทย เป็นทุนสำรองประเภทที่มีเจ้าหนี้คือนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนทั้งในตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้ พร้อมจะนำเงินออกไปทุกเมื่อ หากเกิดความไม่ปกติกับเศรษฐกิจไทย ไม่เหมือนบางประเทศ เช่น นอร์เวย์ ที่ทุนสำรองฯ ได้มาจากการขายน้ำมัน ไม่มีเจ้าหนี้อยู่ ดังนั้น ต้องมีการจัดระบบดูแลจัดการที่ดี ระมัดระวังในการเลือกลงทุนสินทรัพย์แต่ละประเภท" (ประชาชาติธุรกิจ 23 สิงหาคม)