
'นายกฯ'แจงนโยบายรบ.ต่อขรก.
'ยิ่งลักษณ์' แจงนโยบายรัฐบาลต่อหน่วย ขรก. ระบุ รัฐบาลไม่คิดแก้แค้น ชี้อยากเห็นความสามัคคีปรองดอง อ้าง 'ป๋าเปรม' ไม่เปิดบ้านจึงไม่ไปอวยพรวันเกิด
26 ส.ค.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมมอบหมายนโยบายงานให้กับหัวหน้าส่วนราชการว่า แผนงานภาพรวมที่ได้แถลงต่อรัฐสภา จะนำแผนงานมาทำร่วมกัน คือ ในแง่ของหลักคิดต่างที่เรานำมาใช้ในการร่างนโยบายสืบเนื่องจากที่ผ่านมา เศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นมายังคงพึ่งเศรษฐกิจที่มาจากต่างประเทศ
ทั้งในส่วนของสหรัฐอเมริกา และยุโรป รวมถึงภาคการส่งออก เราจะทำอย่างไรในการสร้างความแข็งแรงให้กับเศรษฐกิจ ให้แก่ประเทศไทย ทำอย่างไรให้การการเติบโตโดยมีฐานรากที่แท้จริง โดยเติบโตจากเศรษฐกิจภายในประเทศ และต้องทำเรื่องการพัฒนาส่งเสริมฐานรากให้มากขึ้น ทั้งเรื่องภาคประชาชน ภาคธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เพื่อความแข็งแรงอย่างยั่งยืน ดังนั้นนโยบายต่างๆที่แถลงต่อรัฐสภาไปนั้นคือการกระตุ้นในภาคเศรษฐกิจในประเทศทั้งสิ้น
ชี้เมกะโปรเจคท์จำเป็น
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่สองนโยบายที่นำเสนอโครงการเมกกะโปรเจ็ค คือการวางรากฐานสำหรับอนาคต ทั้งเรื่องการแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม ระบบขนส่ง ที่ปัจจุบันมีต้นทุนสูง นั่นคือความจำเป็นของประเทศไทย ถ้าเราไม่ลงทุนในส่วนนี้ระยะยาว รวมถึงเรื่องระบบขนส่งเราจะไม่สามารถแข่งขัน กับประเทศอื่นๆได้ เราจึงให้ความสำคัญในเรื่องของการลงทุนใหญ่ เพราะนอกจากจะได้ผลในทางตรงแล้ว เรายังได้ผลให้เกิดการจ้างงานและจ้างคน โดยทั้งหมดจะกลับมาเป็นระบบเศรษฐกิจที่หมุนเวียนในประเทศไทย
“หลักคิดอีกประการที่ดิฉันอยากเห็น และเป็นความจริงใจจากรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีทั้งหมด เชื่อว่าทุกท่านมีเจตนารมณ์เดียวกันคืออยากจะเห็นประเทศก้าวไปสู่ความสามัคคีปรองดอง ซึ่งจุดนี้จะทำให้ต่างประเทศที่กำลังมองเราอยู่ขณะนี้ความมั่นใจและเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งกลับมาตอบโจทย์ของดิฉันในข้อแรกว่าทำให้เศรษฐกิจในประเทศเจริญเติบโตอย่างถาวร โดยมีทั้งการจ้างงานในเมืองไทยและลงทุนในต่างประเทศ และที่สำคัญถ้าบรรยากาศที่มีความสามัคคีปรองดองนั้น ความสงบและความสุขจะกลับคืนมาสู่คนไทย” นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวด้วยว่าสำหรับนโยบายเร่งด่วนนั้น เราแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือนโยบายเร่งดำเนินการ คำว่าเร่งด่วนของภาครัฐบาลนั้นเรามองในส่วนของวิธีการทำงาน เพราะบางอย่างเราสามารถเริ่มก่อนได้ อีกส่วนหนึ่งที่ไม่ได้เร่งด่วน แต่ใช้ระยะเวลานาน ซึ่งเราสามารถทำก่อนควบคู่กันไปได้ เช่น เรื่องของการร่างรัฐธรรมนูญเป็นต้น ซึ่งนโยบายเร่งด่วนจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
1. การสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ ที่เป็นสิ่งสำคัญแต่สามารถทำได้ควบคู่กับความเร่งด่วนของปัญหาปากท้อง ตรงนี้เป็นสิ่งเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันบรรยากาศปรองดองนั้นเป็นสิ่งที่จะเอื้อให้เกิดความสุข เอื้อให้เกิดเศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งจะเป็นการเสริมซึ่งกันและกัน จึงเป็นที่มาของแผนที่เราจะบรรจุไว้ในปีแรก เป้าหมายสำคัญคือการสร้างสามัคคีปรองดองให้เกิดขึ้นในชาติ
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ส่วนที่ 2 คือเรื่องการการเยียวยาและฟื้นฟูประชาชน ซึ่งการเยียวยาเรามองในส่วนของนโยบายเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือการเยียวยาที่เกิดจากผลกระทบทางด้านการเมือง ตั้งแต่ช่วงปลายที่เริ่มการใช้รัฐธรรมนูญปี 40 ซึ่งเป็นการเยียวยาในส่วนของภาคประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ประกอบการภาคเอกชน ถ้าเราบอกว่าอยากให้เกิดความสามัคคีปรองดองขึ้นในชาติ เราต้องดูแลทุกภาคส่วนเราไม่มีการแยก สำหรับการเยียวยาในส่วนที่ 2 คือ การเยียวยาจากเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ ที่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ตนให้ความสำคัญและอยากเห็นความสามัคคีปรองดองเกิดขึ้นในชาติเช่นกัน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงเรื่องการปรองดองและการเยียวยาว่า เราต้องสนับสนุนการตรวจสอบและค้นหาความจริงของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ซึ่งตั้งโดยรัฐบาลที่แล้ว ตนเองและคณะจะให้ความอิสระกับการทำงาน ของคณะกรรมการชุดนี้เพื่อให้เกิดความสบายใจแกทุกภาคส่วน แต่ในส่วนของรัฐบาลนั้นพร้อมให้การสนับสนุนในส่วนที่ คอป. ร้องขอ นี่คือสิ่งที่เราให้ความจริงใจที่อยากจะเห็นความสงบเกิดขึ้น
เตรียมตั้งส.ส.ร.โยนประชาชนตัดสินใจ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนที่ 3 คือปัญหายาเสพติดตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเป็นห่วงในเรื่องของภาคใต้ นี่เป็นอีกสิ่งที่ตนขอเน้นย้ำในทุกภาคส่วน และในส่วนของรัฐธรรมนูญที่หลายคนเป็นกังวล ตนมองว่าการทำร่างรัฐธรรมนูญ เป็นการร่างโดยให้สภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นสภาที่มีความอิสระ เลือกโดยภาคประชาชน การตัดสินใจทั้งหมดจะทำโดยภาคประชาชน ดังนั้นหลักการนี้จะเป็นเช่นเดียวกับคอป.เราจะให้ความอิสระความยุติธรรมแก่ ทุกฝ่าย ไม่ได้เป็นการเร่งแต่สามารถทำได้ก่อนในปีแรก
เร่งเพิ่มค่าครองชีพ-ลดภาระ-เข้าถึงแหล่งทุน
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ส่วนของกลุ่มนโยบายเร่งด่วนกลุ่มที่ 2 คือ การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน อันนี้คือเรื่องที่เร่งด่วนจริงๆ รวมถึงการสร้างโอกาสสร้างรายได้ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ทั้งหมดตรงนี้ในส่วนของการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ ก็จะมี 2 ส่วนคือ การทำอย่างไรที่จะเพิ่มเงินในกระเป๋าของประชาชน เพื่อให้เกิดการกระตุ้นในประเทศ ในนโยบาย 300 บาท ที่ตนได้ชี้แจงในสภาแล้ว ก็เชื่อว่าความหมายนี้น่าจะชัดเจน
ในส่วนของรายได้ปริญญาตรี 15,000 บาทเป็นต้น และการลดรายจ่ายในเรื่องของค่าสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าน้ำมัน เบื้องต้นค่าน้ำมันคือต้นทุนที่จะก่อให้เกิดสินค้าค่าใช้จ่ายต่างๆ ถ้าเรามาดูในส่วนของน้ำมันก็จะทำให้ค่าใช้ต้นทุนต่างๆลดลงมาได้ แต่นั่นเป็นเพียงระยะสั้น แต่ในระยะยาวการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ คือการวางระบบขนส่ง และมีระบบขนส่งที่ดีประหยัดพลังงาน ดังนั้น นโยบายจะมี 2 ส่วน คือการแก้ไขปัญหาระยะสั้น เพื่อตอบโจทย์พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนวันนี้ และปัญหาระยะยาวที่เราจะทำ รวมถึงการเข้าหาถึงแหล่งเงินทุน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเพื่อก่อให้เกิดอาชีพ
สำหรับนโยบายการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเรื่องของกองทุนต่างๆนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วัตถุประสงค์การให้แหล่งเงินทุนนั้น เราต้องการให้เกิดการสร้างอาชีพและช่วยเหลือได้ในระยะยาว เราจะไม่เน้นในการเอาเงินให้โดยที่ไม่รู้ว่าวัตถุประสงค์เอาเงินไปทำอะไร เราจะใช้กองทุนนั้นเพื่อให้เกิดการตั้งตัวได้ในระยะยาว เกิดการเรียนรู้ในการประกอบอาชีพ และสุดท้ายเกิดการพัฒนาในเรื่องประสิทธิ์ภาพ
3. นโยบายเร่งด่วนในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ดูโครงการต่างๆในเรื่องของระบบขนส่ง เกษตร ในเรื่องของการจัดบูรณาการน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญในระยะยาวและวางรากฐานอย่างแท้จริงซึ่งในเรื่องของน้ำจะต้องฝากว่า เป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงเป็นห่วง เมื่อวันนี้น้ำท่วมเป็นอีกหนึ่งปัญหา ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องนำขึ้นมาทำในเรื่องการบูรณาการอย่างแท้จริง จากนั้นก็มาดูภาพรวมทั้งประเทศ นอกจากนี้รัฐบาลเจอปัญหาเฉพาะหน้า ทั้งเรื่องปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ด้านโครงสร้างพื้นฐานในการช่วยภาคผู้ประกอบการคือการลดภาษีนิติบุคคลนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า แนวคิดหลักคือขณะนี้ภาษีนิติบุคคลมีการจ่ายอยู่ร้อยละ 30 แต่ขณะเดียวกันเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน เช่นฮ่องกง สิงค์โปร์ ถือว่าภาษีเรายังสูง ก ทำให้ราคาเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านห่างไกลกัน เราต้องลดภาษีจากร้อยละ 30 ลงเป็นร้อยละ 23 ในปีที่ 1 และร้อยละ 20 ในปีที่ 2 เพื่อให้เกิดการแข่งขันได้ในระยะยาว และขณะเดียวกันจะกระตุ้นเรื่องเศรษฐกิจในประเทศ
ชูเทิดทูนสถาบัน
น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายที่ระยะยาว ที่รัฐบาลจะดำเนินการในระยะเวลา 4 ปีข้างหน้าว่า รัฐบาลวางไว้ 7 ด้าน โดยเรื่องที่ 1 เป็นนโยบายด้านความมั่นคง ตนเองอยากเห็นการดำเนินการเรื่องของการเทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเป็นรูปธรรม โดยตนเองพร้อมให้ความร่วมมือ และสิ่งที่อยากเห็นอีกคือการเสริมสร้างศักยภาพกองทัพ เพื่อให้เป็นที่พึ่งของประชาชนได้รวมถึงการกำจัดปัญหายาเสพติดและอบายมุขให้หมดไปจากสังคมไทย ดังนั้นขอฝากประเด็นเหล่านี้ไปทางกองทัพทุกเหล่าด้วย
ส่วนนโยบายที่ 2 เป็นเรื่องของนโยบายเศรษฐกิจส่วนใหญ่จะอยู่ในนโยบายเร่งด่วน แต่เราอยากเห็นเรื่องของภาคการผลิตและภาคการบริการ และภาคการเกษตร ที่ถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญ เป็นอาชีพหลักของประเทศ ดังนั้นอยากเห็นการส่งเสริมการผลิตด้านการเกษตร เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อยอดจากเดิม ซึ่งจะทำให้เราสามารถแข่งขันได้ โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนเต็มที่
พร้อมสร้างเด็กให้มีศักยภาพแข่งขัน
สำหรับนโยบายที่ 3 เด้านสังคม คุณภาพอาชีพ เราอยากเห็นเรื่องการพัฒนาด้านการศึกษาทั้งระบบ โดยต้องตั้งหลักว่าจะเตรียมตัวอย่างไรให้เยาวชนไทยแข่งกับอาเซียนได้ ดังนั้นต้องเน้นเรื่องการวางรากฐาน และครูจะเป็นกลไกสำคัญ รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนระบบการศึกษาแนวใหม่ ทั้งนี้รัฐบาลไม่เน้นเรื่องการเรียนการสอนที่ถูกป้อนโดยไม่ให้เด็กได้คิด แต่สิ่งอยากเห็นคือทำอย่างไรให้เด็กได้มีโอกาสพัฒนาและใช้ศักยภาพของเด็ก อย่างเต็มความสามารถ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นสตรี ซึ่งวันนี้เรายังไม่มีหน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบในการบูรณาการเรื่องเด็กและสตรีอย่างจริงจัง ดังนั้นอยากขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมาระดมความคิด ตั้งแต่การพัฒนาเด็กที่อยู่ในครรภ์มารดาจนเด็กโตและเรื่องของสตรี ที่ถูกรังแกเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการใช้แรงงานเด็ก ซึ่งต้องมีการฟื้นฟูด้านกฎหมายด้วย และทั้งหมดต้องทำงานในลักษณะของการบูรณาการ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง
สำหรับนโยบายที่ 4 เป็นนโยบายด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาทั้งระบบ ส่วนหนึ่งอยากเห็นการป้องกันและการรณรงค์ต่างๆ โดยมีหน่วยงานขึ้นมาวางอนาคตในวันข้างหน้า ส่วนนโยบายที่ 5 เป็นนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีวิจัยและนวัตกรรม เน้นการสร้างนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัย เพราะงานวิจัยจะทำให้เรารู้รอบด้าน ซึ่งในวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก บางครั้งต้องดูศาสตร์ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องและนำกลับมาช่วยประเทศ ซึ่งทั้งหมดต้องทำงานสัมพันธ์กัน อย่างไรก็ตามอย่าให้เทคโนโลยีต่างๆมาทำให้เราขาดความเป็นวัฒนธรรมไทยและ เอกลักษณ์ของไทย
ฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ส่วนนโยบายที่ 6 เป็น นโยบายด้านการต่างประเทศและเศรษฐกิจต่างประเทศ ความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้านเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความหวัง ขณะเดียวกันเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนที่ต้องใช้ความรอบรอบ ดังนั้นขอฝากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวิเคราะห์ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ และตัดสินใจ โดยเฉพาะประเด็นการสร้างความฟื้นฟูความสัมพันธ์
นโยบายที่ 7.พัฒนาบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การพัฒนาระบบราชการ สมรรถนะของบุคลากร ส่งเสริมในเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อเข้าถึงงานอย่างเพียงพอ ในส่วนของจังหวัดอยากเห็นความเท่าเทียมกัน ไม่ขีดกั้น พัฒนาอย่างมืออาชีพ เสริมสร้างกำลังใจ รวมถึงการบริการประชาชน เข้าถึงประชาชน เพราะประชาชนเป็นลูกค้า ดำเนินการโดยยึดหลักนิติธรรม ยึดความโปร่งใส และอยากให้ความสำคัญในการกระจายอำนาจท้องถิ่นอย่างแข็งแรง ซึ่งการบริหารกิจการบ้านเมืองหลักการทางกฎหมายต้องมีความทันสมัย อยากเห็นระบบราชการไม่มีข้อจำกัดในการทำงาน
หวังลดคอร์รับชั่น
“เจตนาวันนี้ในการทำงาน หลังการแถลงนโยบายภาพรวม 4 ปี อยากเห็นการทำงานร่วมกันในลักษณะการบูรณการ เพื่อทำให้เกิดการตัดสินใจที่รวดเร็ว อีกเจตนารมณ์หนึ่งอยากให้ทุกฝ่ายสบายใจ รัฐบาลนี้ไม่แก้แค้น อยากเห็นความสามัคคีปรองดองของทุกคน ทำงานอย่างเต็มที่สนองประชาชน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ยุติธรรม ตัวเลขดัชนีชี้วัดความโปร่งใสประเทศไทยน่ากลัวคืออยู่ที่ 3.5 จากคะแนนเต็ม 10 ต้องรณรงค์อย่างเร่งด่วน กอบกู้ชื่อเสียงคนไทยคืนมา ต้องไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น นโยบายรัฐบาลดูแลคนดี ขอให้ทุกท่านสบายใจ รัฐบาลพร้อมจะสนับสนุน เราคือทีมงานเดียวกัน”
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า แผนงานภารกิจการผลักดันนโยบายช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของค่าครองชีพแล้ว อยากฝากในเรื่องของโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ค้างอยู่หลายโครงการ อยากให้มีการเร่งรัด หากทำงานเกิดอุปสรรคอะไรขอให้บอก และน้อมรับพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชชีนีนาถในเรื่องของยาเสพติด อยากให้เข้าไปดูแลเรื่องของผู้เสพด้วย นอกเหนือจากการปราบปราม และรวมถึงเรื่องของการป้องกัน
ส่วนเรื่องของปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รัฐบาล จะเข้าไป ในเรื่อ ของการเสริม สร้างเศรษฐกิจให้คนใต้ได้อยู่ดีกินดีขึ้น ลดความรุนแรง ยึดแนวทางพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ซึ่งตนเข้าถึงไม่ได้หากไม่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการทำงาน และปีนี้เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองพระชนม์พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบรอบ 84 พรรษา ขอให้ทุกฝ่าย ร่วมกันรณรงค์ จัดงานให้สมพระเกียรติ
นอกจากนี้สืบเนื่องจากรัฐบาลได้มีการประชุมครม.ภายหลังการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภา ข้อที่หารือประเด็นเร่งด่วนที่ได้มีการหารือคือ ปีนี้รัฐบาลยังไม่ได้ดำเนินการในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ซึ่งจะต้องมีการเร่งรัดใน 2 ส่วนคือ การเร่งรัดจัดทำคำของบประมาณ โครงการต่างๆ ให้สอดคล้อง กับ แผน บริหาร ราชการแผ่นดิน โดยต้องแล้วเสร็จทันในวันที่ 5-6 กันยายนนี้
ซึ่งเป็นหน้าที่ของรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ระดมการจัดทำแผนงบประมาณปี 2555 และนำเสนอต่อฝ่ายเลขาคณะกรรมจัดทำยุทธศาสตร์ โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อเร่งรัดจัดการประชุมในส่วนของคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ ก.น.จ. ยึดหลักตามแนวทางนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาแบบครบวงจร และสอดคล้องแผนของจังหวัด ผู้ว่าฯซีอีโอ เพื่อการทำงานร่วมกัน จัดทำแบบประหยัดงบประมาณ และมีประสิทธิภาพมากที่สุด กลไกการทำงานแบบบูรณาการ และข้อหารือทั้งหมดขอให้กลับมาภายในวันที่ 13 ก.ย.
'ยิ่งลักษณ์'อ้าง'ป๋าเปรม'ไม่เปิดบ้านไม่ไปอวยพรวันเกิด
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่าจะไปอวยพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เนื่องในวันเกิดหรือไม่ว่า พล.อ.เปรมไม่ได้เปิดบ้านจึงไม่ได้ไป



