ข่าว

ผวจ.นราฯรับบึ้มอส.ดับเพิ่มแรงไฟใต้

ผวจ.นราฯรับบึ้มอส.ดับเพิ่มแรงไฟใต้

26 ส.ค. 2554

คนร้ายรอบวางระเบิดรถขนขยะของเทศบาลตำบลแม่หวาด ทำให้คนงานเจ็บ 5 สาหัส 2 ที่ อ.ธารโต

          26 ส.ค.54  นายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นราธิวาส  กล่าวว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จนทำให้ต้องสูญเสียอส.ไปถึง 5 รายในช่วงเวลาเดียวกัน นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สะเทือนขวัญและสร้างแรงกระเพื่อมทางความรู้สึกอย่างมาก เนื่องจากรูปแบบที่คนร้ายวางแผนไว้ค่อนข้างชัดเจน  โดยเฉพาะการเตรียมพื้นที่การก่อเหตุทั้งในจุดที่ยิงชาวบ้านในสวนยางก่อนวางระเบิดชนิดฝังเอาไว้เพื่อหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะเข้าที่เกิดเหตุ รวมถึงเส้นทางระหว่างการเดินทางที่คนร้ายเลือกกำหนดเป้าหมายการกดชนวนระเบิด ทำให้อส.เสียชีวิตก็เป็นเส้นทางเพียงสายเดียวที่ต้องเข้าพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งหลังเกิดเหตุทำให้อาจต้องมีการทบทวนและปรับแผนมาตรการต่างๆให้รัดกุมมากขึ้น

        ทั้งนี้ โดยเฉพาะการหาข่าวเชิงลึกที่ต้องเกาะติดความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมให้มากขึ้น นอกจากอาจต้องขอความร่วมมือจากเครือข่ายผู้นำชุมชน ผู้นำหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา ผู้นำทางจิตวิญญาณเพื่อร่วมกันสกัดกั้นการเคลื่อนไหวและหยุดยั้งการก่อเหตุความรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ถูกนำเรื่องของห้วงเวลา 10 วันสำคัญเดือนรอมฎอนเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจะมีผลทำให้สถานการณ์เกิดความรุนแรงมากขึ้น สำหรับอส.ที่เสียสละชีวิตในครั้งนี้ทางจังหวัดพร้อมให้ความช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวอย่างเต็มที่ 

 

 

คนร้ายซุกบึ้มรถขนขยะยะลาเจ็บ5สาหัส2

          ศูนย์วิทยุ สภ.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา ว่า ได้เกิดเหตุระเบิดภายในรถเก็บขยะของเทศบาล ต.แม่หวาด บริเวณบ้านคอกช้าง หมู่ที่ 7 ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลาอ.ธารโต เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 คน บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายสมศักดิ์ แซ่อึ้ง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/1 เทศบาล 8 ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา และ นายวิเชียร หวังเหลา อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 เทศบาล 8 ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา ส่วนอีก 3 ราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทราบชื่อ คือ นายบุญส่ง พรหมจันทร์ นายสุรัตน์ ฟ้าอรุณ และนายยุทธการ ศรีอุทัย

          จากการสอบสวนทราบว่า ขณะรถเก็บขยะของเทศบาล ต.แม่หวาด ฯ ได้นำขยะไปทิ้งที่บ่อขยะ ระหว่างทางได้เกิดระเบิดขึ้นภายในรถเก็บขยะคันดังกล่าว ทำให้พนักงานเก็บขยะของเทศบาลได้รับบาดเจ็บดังกล่าว นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบสะเก็ดระเบิด เศษกล่องเหล็ก ชิ้นส่วนนาฬิกา ปะปนอยู่ในกองขยะที่กระบะท้ายรถ จึงได้เก็บชิ้นส่วนระเบิดไว้เป็นหลักฐาน

           ทั้งนี้ คนร้ายได้แอบนำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักราว 5 กก. จุดชนวนโดยการตั้งเวลาไว้ที่ 07.00 น. ใส่ถุงพลาสติกนำไปวางซุกปะปนไว้กับกองขยะ เมื่อคนงานเก็บไปใส่ท้ายกระบะ เมื่อถึงเวลาจึงเกิดระเบิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่

 

 

โจรใต้ลอบยิงชาวนราฯดับ1วางระเบิดซ้ำอส.ดับ5

        เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนลอบยิงชาวบ้านเสียชีวิต ขณะกำลังกรีดยางพารา บริเวณ หมู่ 4 ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส จากนั้น เจ้าหน้าที่ อส. อำเภอรือเสาะ ได้นำกำลังเข้าไปช่วยเหลือ แต่ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดซ้ำอีก ส่งผลให้ เจ้าหน้าที่ อส.รือเสาะ ได้รับบาดเจ็บหลายนาย ถูกนำตัวส่ง ร.พ.รือเสาะ แล้ว

        ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ประสานขอกำลังเข้าไปช่วยเหลือ แต่เข้าไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจาก เป็นป่าสวนยางพารา เกรงคนร้ายอาจลอบวางระเบิดซ้ำอีก

        นายกิจจา รามรินทร์ ปลัดอำเภอรือเสาะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า คนร้ายลอบวางระเบิด อส. ขณะเข้าตรวจสอบเหตุ ยิงชาวบ้านคาสวนยางกับทางสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ ยังไม่สามารถเดินทางเข้าพื้นที่สวนยาง เพื่อนำศพชาวบ้านออกมาได้ เนื่องจาก ยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ หลังจาก อส. ที่เข้าไปในบริเวณสวนยาง ถูกระเบิดซ้ำ เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย นอกจากนั้น ยังได้รับแจ้งว่า มีระเบิดที่คาดว่า คนร้ายลอบวางไว้อีก 2-3 ลูก

        ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบและกำลังดำเนินการคลี่คลายสถานการณ์อย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุระเบิดซ้ำอีก

        ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่กำลังลำเลียงศพ อส. ผู้เสียชีวิต ออกมาได้ 1 ราย และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบระเบิดเพิ่มอีก 2 ลูก ซึ่งชุด EOD กำลังดำเนินการเก็บกู้ โดยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการลำเลียงศพทั้งหมด เป็นไปด้วยความระมัดระวัง

        เนื่องจาก อาจจะมีระเบิดที่คนร้ายลอบวางไว้อีก พร้อมได้มีการตัดสัญญานมือถือบริเวณดังกล่าว เพื่อป้องกันเหตุระเบิดแล้ว คาดว่า ศพของชาวบ้านที่ถูกยิงเสียชีวิต จะเป็นศพสุดท้ายที่ลำเลียงออกมา เนื่องจากอยู่ในพื้นที่สวนยาง และมีความเสี่ยงที่ผู้ก่อการร้ายจะลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่

 

เร่งไล่ล่า10โจรใต้ระเบิด อส.รือเสาะ

        ความคืบหน้าจากเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดถังดับเพลิงหนัก 20 กก.ขณะที่นายศราวุธ สะมะแอ ปลัดฝ่ายความมั่นคง อำเภอรือเสาะ จ.นราธิวาส นำกำลัง อส.รวม 10 นาย นั่งรถยนต์กระบะ 2 คัน เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุคนร้ายยิงนายสมศักดิ์ แสงงาม อายุ 53 ปี เจ้าของสวนยางพารา เสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่ บ.ซือเลาะ ม.4 ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ทำให้ อส.ประจำที่ว่าการอำเภอรือเสาะ พลีชีพทันที 5 ศพ และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 นายนั้น

        ล่าสุด พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ พร้อมด้วย พ.ท.มานิต เผ่าพงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 สนธิกำลังตำรวจทหารประมาณ 50 นาย เข้าไปยังจุดเกิดเหตุพร้อมสุนัขสงครามดมกลิ่นแกะรอยไปบนเทือกเขาหลังหมู่บ้านซือเลาะ ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ตามเส้นทางที่คาดว่ากลุ่มคนร้ายจะหลบหนีไปตามเขตรอยต่อซางเชื่อมระหว่าง อ.รือเสาะกับ อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาก่อนเกิดเหตุ กองกำลังผสมประมาณ 1 ชุดปฏิบัติการได้กดดันไล่ล่ามาแล้วครั้งหนึ่ง แต่กลุ่มกองกำลังติดอาวุธ RKK สามารถไหวตัวหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปได้อย่างหวุดหวิด

        ทั้งนี้ กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุยิงชาวไทยพุทธก่อนวางระเบิดซ้ำ อส.รือเสาะ ในครั้งนี้ มีทั้งหมด 10 คน เป็นแนวร่วม RKK ที่มีความชำนาญในการประกอบและวางระเบิดมาอย่างโชกโชนนับสิบคดีในพื้นที่ โดยมีแกนนำสั่งการที่ขณะนี้กบดานอยู่ในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา ที่มีหน้าที่บังคับบัญชากลุ่มแนวร่วมย่อยกว่า 10 กลุ่มให้เคลื่อนไหวก่อเหตุทั้งในเขตพื้นที่ อ.รือเสาะและศรีสาคร จ.นราธิวาส รวมทั้ง อ.รามัน จ.ยะลา

        ขณะที่ศพอส.ทั้ง 5 นาย ประกอบด้วย 1.อส.สุนัน มณีรัฐ 2.อส.กิตติพร ช่วยรอด และ 3.อส.ถวิล เหล่าดี ซึ่งเป็นไทยพุทธ ญาติเตรียมพิธีรดน้ำศพที่วัดราษฎร์สโมสรและวัดลาโละ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ส่วน ศพ อส.มะยารี ลาเต๊ะ และอส.ซูกิฟรี ตาเย๊ะ จะมีพิธีฝังศพที่ อ.รือเสาะในช่วงเย็นของวันนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นจากทางการ นายวัชรศักดิ์ จุลญานนท์ นายอำเภอรือเสาะ เปิดเผยว่า จะให้การเยียวยาครอบครัว อส.ทุกนายอย่างเต็มที่ เบื้องต้นรายละ 500,000 บาท และขอย้ำว่าหลังเกิดเหตุ ทั้งปลัดฝ่ายความมั่นคงและ อส.ที่รอดชีวิตมีการยิงตอบโต้กับกลุ่มคนร้ายอย่างสุดความสามารถแล้ว

 

 

ชี้ใต้ป่วนหนักเหตุลองของท้าทายรัฐบาลใหม่

          พล.ต.ต.จำรูญ เด่นอุดม ประธานมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้ และอดีตรอง ผบ.ตชด.ภ.4 กล่าวว่า สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้ มีแนวโน้มรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนตัวเชื่อว่าเป็นความพยายามของกลุ่มก่อความไม่สงบ ระดับสำคัญที่บัญชาการให้แนวร่วมนะดับปฏิบัติการออกก่อเหตุด้วยการเหตุการณ์ยิงถล่มฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ การลอบวางระเบิดอย่างหนักหน่วง ด้วยเหตุผลสำคัญคือต้องการแสดงศักยภาพด้วยการและท้าทายอำนาจรัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะในห้วงที่มีการแถลงนโยบายต่อสภาในประเด็นของแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ

          “ส่วนตัวเชื่อว่ากลุ่มก่อเหตุต้องการส่งสัญญาณด้วยความรุนแรงอย่างหนักหน่วย ด้วยการพุ่งเป้าทำร้ายกองกำลังฝ่ายรัฐซึ่งเป็นชุดที่ดูแลประชาชนในพื้นที่เพื่อท้าทายฝีมือของรัฐบาลชุดใหม่ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำว่าจะมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ4อำเภอของจังหวัดสงขลาอย่างไร” พล.ต.ต.จำรูญ

          ประธานมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้ กล่าวต่อว่า หากศึกษาจากข้อมูลและสถิติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทันทีที่มีรัฐบาลใหม่และไม่ว่าพรรคใดจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จะพบว่าสถานการณ์ในพื้นที่จะทวีความรุนแรงอย่างหนักหน่วงในช่วงแรกของการเข้ามาทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารรัฐบาลชุดใหม่แทบทุกครั้งไป ซึ่งปรากฎการณ์ลักษณะเช่นนี้คนส่วนใหญ่ในพื้นที่เชื่อว่า เป็นความพยายามท้าทาย และลองของรัฐบาลชุดใหม่ในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะนโยบายนำจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่สันติสุข

          พล.ต.ต.จำรูญ กล่าวต่ออีกว่า แนวทางการทำงานระยะยาวของรัฐบาลแต่ละชุดก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะสามารถเกิดผลในเชิงรูปธรรมในทิศทางบวกกับพื้นที่ได้รวดเร็วแค่ไหน แต่ที่สวำคัญขณะนี้ความรุนแรงเฉพาะหน้าจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งหาทางสกัด ยับยั้งและระงับไม่ให้เหตุการณ์ทวีความรุนแรงมากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เพราะประชาชนใน3จังหวัดและ4อำเภอสงขลากำลังตกอยู่ในภาวะเดือดร้อนและบอบช้ำอย่างหนัก

 


นศ.ม.นราธิวาสฯ แนะ ใช้ กม.ซารีอะห์ แก้ปัญหา

          นายกูอับดุลวอไอมิง ยูโซ๊ะ นักศึกษาสถาบันอิสลามและอาหรับ สาขากฏหมายอิสลาม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้ขาดแคลนผู้ที่รู้จริงในกฎหมายอิสลาม ขณะที่ประชาชนร้อยละ 80 เป็นชาวไทยมุสลิมที่ต้องดำเนินชีวิตโดยมีกฎหมายอิสลามควบคุมไว้เพื่อให้เป็นไปตามหลักศาสนา และด้วยสภาพปัญหาที่พบมากในพื้นที่ทั้งปัญหาภายในครอบครัว ปัญหาทางสังคม ไปจนถึงข้อปฏิบัติที่ผู้นับถือศาสนาอิสลามต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

          ทั้งนี้ แม้จะมีดาโต๊ะยุติธรรมเป็นผู้วินิจฉัยคดีบางส่วนตามที่กฏหมายให้อำนาจไว้แต่ในสภาพบังคับกลับไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ จึงเป็นช่องว่างให้ผู้ที่พยายามหลีกเลี่ยงหรืองดเว้นการปฏิบัติตนตามกฎหมายอิสลามใช้เป็นข้ออ้างในการหาประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้องและส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและมีปัญหาอื่นๆตามมาอีกมาก

          จากที่ได้รับฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาวันที่ 24 ส.ค.54 ที่ผ่านมา พบว่า ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกฎหมายซารีอะห์ว่าควรนำมาใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนเองในฐานะที่เป็นประชาชนในพื้นที่จึงขอสนับสนุนความคิดดังกล่าว เพราะจะมีผลต่อการใช้บังคับให้ชาวไทยมุสลิมซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในพื้นที่อยู่ในกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

          ดังนั้น จึงเรียกร้องไปยังรัฐบาลชุดใหม่ที่ต้องการเข้ามาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลองเข้าไปศึกษาการใช้กฎหมายซารีอะห์ ในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ซึ่งแม้พื้นที่ดังกล่าวจะมีประชาชนจากหลายเชื้อชาติเข้าไปอาศัยอยู่แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เนื่องจากมีกฎหมายซารีอะห์ไว้ควบคุมการดำเนินชีวิตของประชาชน ซึ่งเมื่อมีการทำผิดกฏหมายก็จะดำเนินการตามหลักการทางศาสนา สามารถลดปัญหาทางสังคมได้มาก และเชื่อว่าหากมีการนำรูปแบบของกฏหมายซารีอะห์เข้ามาดำเนินการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะทำให้สถานการณ์ความไม่สงบลดลงและสามารถแก้ปัญหาทางสังคมได้อย่างเป็นเอกภาพมากขึ้นด้วย