ข่าว

นักเก็งกำไรเทขายกดราคาทองร่วงหนัก

นักเก็งกำไรเทขายกดราคาทองร่วงหนัก

26 ส.ค. 2554

เทขายทองคำทำกำไร วันเดียวกดราคาร่วง 1,700 บาท สมาคมค้าทองชี้ขึ้นแรงทำให้ลงลึกเป็นปกติ ไม่น่าเชื่อภาวะฟองสบู่ แนะนักลงทุนระยะสั้นชะลอซื้อขาย มองอยู่ในช่วงขาลง

           ราคาทองคำในประเทศเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2554 ปรับตัวลงอย่างรุนแรง ตามราคาตลาดโลก โดยราคาเปิดตลาดลดลงทันที 1,100 บาท และตลอดทั้งวันมีการปรับราคารวม 8 ครั้ง เมื่อปิดตลาดราคาทองแท่งซื้อคืนอยู่ที่บาทละ 24,450 บาท ขายออกบาทละ 24,550 บาท ส่วนราคาทองรูปพรรณซื้อคืนอยู่ที่บาทละ 24,089.24 บาท ขายออกบาทละ 24,950 บาท ลดลงจากวันก่อน 1,700 บาท

             นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ราคาทองคำในช่วง 1-2 วันนี้ปรับตัวลงแรง โดยราคาในตลาดโลกลดลงถึง 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เป็นผลจากแรงเทขายทำกำไรระยะสั้น หลังจากราคาทองคำปรับขึ้นมาทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จนถึงปัจจุบันทะลุกว่า 5,000 บาทต่อบาททองคำ ประกอบกับตลาดซื้อขายทองคำ comex ได้ปรับเพิ่มอัตราเงินประกันขั้นต่ำ (มาร์จิน) ในการซื้อขาย ทำให้นักลงทุนส่วนหนึ่งเทขายออกมาเช่นกัน ซึ่งแนวโน้มราคาทองคำยังมีโอกาสที่จะปรับลดลงอีก คาดว่าน่าจะลงอีกประมาณ 1,000 บาทต่อบาททองคำ

            "การที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงผิดปกติช่วงที่ผ่านมา เมื่อถึงเวลาขาลงก็ลงลึกถือว่าปกติ แต่ไม่น่าจะทำให้ภาวะฟองสบู่แตก และนักลงทุนควรจะต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจลงทุน" นายจิตติกล่าว 

            นายกฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการเอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก กล่าวว่า ราคาทองที่ปรับลดลงรอบนี้ถือเป็นการปรับตัวลงมากสุดในรอบ 10ปี เพราะมีแรงเทขายทำกำไรออกมา หลังจากที่ปรับตัวแรงขึ้นไปยืนสูงสุดที่ 1,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งเกินความคาดหมาย ขณะเดียวกันทิศทางขาลงก็ปรับตัวเกินความคาดหมาย แสดงว่ามีความผันผวนสูง เพราะปกติราคาทองจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในช่วงปรับลง แต่ปัจจุบันใช้เวลาไม่ถึง 2 วัน แต่เหตุการณ์เช่นนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องของวิกฤติฟองสบู่แตก เป็นเพียงแรงเก็งกำไรเท่านั้น

            ส่วนการซื้อขายทองคำในประเทศนั้น นักลงทุนรายย่อยยังคงแห่ซื้อทองเก็บไว้ เพราะมองว่าระยะยาวยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น แต่ระยะสั้นเชื่อว่ายังคงอ่อนตัวลงโดยน่าจะได้เห็นอยู่ในกรอบ 1,700-1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในรอบนี้ และได้แนะนำให้นักลงทุนที่ลงทุนระยะสั้นถอยออกจากตลาดเพื่อความปลอดภัย เพราะหากราคาลงแรงก็ต้องมีนักลงทุนแบกภาระการขาดทุนจำนวนไม่น้อย