
'ปู'ปูนบำเหน็จ'เฉลิม'คุมตร.-ยธ.
"ยิ่งลักษณ์"แบ่งงานรองนายกฯ "เฉลิม" คุม"สตช.-ยุติธรรม-กฤษฎีกา-กรมประชาฯ และการขออภัยโทษ "นายกฯ" เน้นสำนักงบฯทำแผนงบฯปี 55 ให้เสร็จในม.ค.ปีหน้า ย้ำครม.ให้ไปเร่งทำแผนงานส่ง "ยงยุทธ" ในสิ้นเดือนนี้ รวมทั้งเสนอวาระเข้าที่ประชุมครม.ด้วยตัวเอง ขอให้มีวาระจรน้
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 25 ส.ค.2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกหลังการแถลงนโยบายรัฐบาลเสร็จสิ้นลง โดยนัดประชุมที่ห้อง 3-301 อาคารรัฐสภา 3 และเลิกประชุมเวลา 19.30 น. จากนั้นเวลา 19.45 น. นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี แถลงว่า เหตุผลที่นายกฯประชุมครม.ทันที เนื่องจากรัฐธรรมนูญระบุไว้ว่าหลังการปิดประชุมรัฐสภา ครม.มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งนายกฯไม่อยากรอช้าเพื่อให้กลไกบริหารราชการเดินหน้า การประชุมครม.วันที่ 25 ส.ค.ได้มีมติครม.แต่งตั้งนายบัณฑูร สุภัควนิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งนส.ฐิติมา ฉายแสง ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นายอำพน กล่าวว่า นายกฯยังลงนามในคำสั่งสำนักนายกฯที่ 141/2554 เรื่องมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกฯและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯปฏิบัติราชการแทนนายกฯดังนี้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับบริหารราชการแทนนายกฯ ดังนี้ กระทรวงการต่างประเทศ คมนาคม มหาดไทย สำนักปลัดสำนักนายกฯ กพร. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกฯ ดังนี้ กพ. และศอ.บต. ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ และลงนามในประกาศสำนักนายกฯที่เกี่ยวข้องกับการมีพระบรมราชโองการ
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับบริหารราชการแทนนายกฯ ดังนี้ กระทรวงยุติธรรม แรงงาน สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกฯ ดังนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำกับดูแลและลงนามในเอกสารที่เกี่ยวกับเรื่องต่างๆดังนี้ การขอพระราชทานอภัยโทษ การขอแปลงสัญชาติเป็นไทย
พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯ มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับบริหารราชการแทนนายกฯ ดังนี้ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไอซีที วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาธิการ สาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ราชบัณฑิตยสถาน มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกฯ ดังนี้ สำนักปลัดสำนักนายกฯ เฉพาะในส่วนของสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การมอบหมายให้กำกับดูแลองค์การมหาชนและหน่วยงานของรัฐดังนี้ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับบริหารราชการแทนนายกฯ ดังนี้ กระทรวงการคลัง พลังงาน พาณิชย์ อุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์ ) มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกฯดังนี้ สำนักงบประมาณ การมอบหมายให้กำกับดูแลองค์การมหาชนและหน่วยงานของรัฐดังนี้ กองทุนหมุ่บ้าน
นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกฯและรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับบริหารราชการแทนนายกฯ ดังนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เกษตรและสหกรณ์ มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับดูแลองค์การมหาชนและหน่วยงานรัฐดังนี้ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ องค์การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ มอบหมายและมอบอำนาจให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกฯ ดังนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ ราชบัณฑิยสถาน สภาพัฒน์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และนส.กฤษณา สีหลักษณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ มอบหมายและมอบอำนาจให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกฯ ดังนี้ สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ สำนักเลขาธิการนายกฯ กรมประชาสัมพันธ์ อสมท.สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน
นายอำพน กล่าวต่อว่า ตอนนี้ถือว่ากลไกราชการดำเนินการและนายกฯได้มีการเสนอกฎระเบียบในการเสนอที่ประชุมครม. โดยนายกฯระบุว่ารัฐมนตรีต้องเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมครม.ด้วยตัวเองยกเว้น เรื่องทางเทคนิค เพื่อให้รัฐมนตรีนำเรื่องที่เสนอไปปฏิบัติได้ และยังกำชับว่าการเสนอเรื่องต่างๆควรเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องต่อที่ประชุมครม. วาระจรต้องน้อยที่สุด เรื่องต่างๆที่จะเสนอนั้นต้องรอบคอบและเชื่อมโยงกับส่วนราชการต่างๆ รวมทั้งต้องเข้มงวดมาก โดยหากเรื่องที่ไม่มีความเร่งด่วน นายกฯจะไม่ให้เสนอเป็นวาระจรเพื่อให้ครม.นำไปพิจารณาก่อน
นายอำพน กล่าวต่อว่า ครม.เห็นว่าตอนนี้ล่วงเลยมาถึงวันที่ 25 ส.ค.แล้ว นายกฯจึงเร่งรัดผอ.สำนักงบประมาณในการจัดทำงบประมาณ โดยเสนอปฏิทินร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ให้แล้วเสร็จภายในเดือนม.ค.2555 คือ ดำเนินการห้าเดือน และนายกฯกำชับรัฐมนตรีว่า ขอให้ไปทบทวนการของบประมาณให้สอดคล้องกับร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯภายในวันที่ 6 ก.ย. โดยวันที่ 26 ส.ค.นี้ นายกฯจะแถลงกับหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงในนโยบายรัฐบาล และย้ำว่าครม.นั้น ในวันเสาร์และอาทิตย์นี้จะไม่มีวันหยุด โดยขอให้ไประดมแผนและการจัดทำกรอบงบประมาณ ก่อนเสนอนายยงยุทธในวันที่ 30 ส.ค. เพื่อให้นายยงยุทธ บูรณาการโครงการและงบประมณให้เสร็จในวันที่ 2 ก.ย. จากนั้นส่งไปให้สภาพัฒน์รวบรวมเเละเสนอครม.ในวันที่ 6 ก.ย. และมอบให้สำนักงบประมาณไปทำรายละเอียดกรณีเบิกงบประมาณไม่ทันในช่วงห้าเดือนที่จะถึงนี้ โดยให้ใช้งบประมาณไปพลางก่อน โดยในขณะที่ร่างพ.ร.บ.งบประมาณยังไม่เสนอ ซึ่งจะเสนอขอเบิกจ่ายได้ไม่เกินร้อยละห้าสิบ เพื่อที่จะทำงบประมาณให้เสร็จเร็ว ทั้งนี้นายกฯเน้นย้ำสิบหกมาตรการให้เป็นผลโดยเร็ว
นายอำพน กล่าวต่อว่า นายกฯยังห่วงสถานการณ์น้ำท่วม กรมชลประทานรายงานว่า สถานการณ์ยังควบคุมได้ แต่มีความเสี่ยงมากในอีสาน และกลางตอนล่างรวมทั้งกทม.เพราะปริมาณน้ำในเขื่อนเจ้าพระยามีมากขึ้น ครม.เห็นชอบในหลักการให้กระทรวงเกษตรฯเร่งช่วยเหลือชดเชยเกษตรกรที่เสียหายจากน้ำท่วม โดยจะช่วยเหลือร้อยละ 55 ของต้นทุนที่เป็นจริง เพราะมติครม.เดิมไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในปัจจุบัน นายกฯขอให้กลไกการตรวจสอบระดับหมู่บ้านเป็นหลักสำคัญในการตรวจสอบ และเร่งประสานกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯที่นำภาพถ่ายทางดาวเทียมมาใช้ และยึดหลักบางระกำโมเดล เพราะตอนนี้พบว่าบางหมู่บ้านน้ำท่วมมานานและไม่จำเป็นต้องรอน้ำลดแล้วจึงไปช่วยเหลือ คือ ไปช่วยเหลือทันที โดยกรอบงบช่วยเหลือขั้นต้น 8,000 ล้านบาทเศษ ไปช่วยเหลือ 3 ล้านไร่ ทั้งนี้นายกฯจะลงพื้นที่ภาคเหนือ และอีสานหลังแถลงนโยบายรัฐบาลเสร็จสิ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้
แจกตำแหน่งทางการเมืองปลอบใจคนอกหัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครม.ยังเห็นชอบการเสนอแต่งตั้งข้าราชการทางการเมืองให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ดังนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ นายธรรมรัต หวั่งหลี เป็นที่ปรึกษารมว.เกษตรฯ นายสุรกิจ ลิ้มสิทธิกูล เป็นเลขานุการรมว.เกษตรฯ , กระทรวงยุติธรรมเสนอพล.ต.ท.เกษม รัตนสุนทร เป็นที่ปรึกษารมว.ยุติธรรม นายถิรชัย วุฒิธรรม เป็นเลขานุการรมว.ยุติธรรม , กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ นายสุระ เตชะทัต เป็นที่ปรึกษารมว.วัฒนธรรม นายสัมฤทธิ์ พงษ์วิรัตน์ เป็นเลขานุการรมว.วัฒนธรรม , กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอนางดารณี เลศะวานิช เป็นเลขานุการรมว.ท่องเที่ยวฯ , กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอนาประเชิญ ติยะปัญจนิตย์ เป็นที่ปรึกษารมว.อุตสาหกรรม , กระทรวงคมนาคมเสนอการรักษาราชการแทนรมว.คมนาคมกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรมว.คมนาคมหรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ดังนี้ 1.พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม 2.นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ รมช.คมนาคม
"ฐิติมา"เผย"เฉลิม"ชงให้รมต.เสนอวาระจรให้น้อยที่สุด
นางสาวฐิติมา โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมครม.วันนี้ ว่า ในที่ประชุมครม.วันนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้เน้นย้ำเป็นพิเศษให้รัฐมนตรีแต่ละคนทำงานให้ฉับไวรอบคอบในทุกเรื่อง โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบประมาณ อย่าให้มีการเบิกซ้ำซ้อนเพราะอาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูแลงบฯให้ทั่วถึงด้วย
นางสาวฐิติมา กล่าวอีกว่า ในการทำหน้าที่โฆษกรัฐบาลที่ตนเป็นตัวหลัก ในส่วนของรองโฆษกรัฐบาลนั้นมีการเสนอชื่อในที่ประชุมครม. แต่ยังไม่มีการแต่งตั้งนางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ให้รับหน้าที่ในด้านของเศรษฐกิจ และนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด จะรับหน้าที่ในด้านการเมือง และพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินเสนอชื่อ นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา เข้าไปเป็นรองโฆษกฯ แต่ทั้งนี้ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาก็ได้โควต้าหนึ่งคน แต่ยังไม่มีการเสนอชื่อเข้ามา หากเสนอเข้ามาก็จะเป็น 4 คน ก็จะเกินโควต้าของตำแหน่งรองโฆษกที่ปกติจะมีเพียง 3 คนเท่านั้น
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ส่วนเรื่องวาระจรนั้นนายกฯได้เน้นย้ำให้มีน้อยที่สุด ซึ่งเรื่องนี้เป็นผลมาจากการเสนอของร.ต.อ.ฉลิมซึ่งในที่ประชุมก็เห็นด้วยเนื่องจากรัฐมนตรีบางคนมีวาระจรเยอะมากจนทำให้ดูเนื้อหาไม่ทั่วถึง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี



