
สื่อฯจี้นายกฯจัดการ'แดง'ขู่นักข่าว7สี
สื่อล่าชื่อร้อง "ยิ่งลักษณ์" "เสื้อแดง" ส่งอีเมล์ปลุกระดมให้ทำร้ายนักข่าวสาวช่อง 7 ได้รับคำตอบจะสอบถามรายละเอียดพร้อมยินดีให้สื่อสัมภาษณ์อย่างเต็มที่แต่อยู่ในขอบ ด้าน "พร้อมพงศ์" จี้ยุติการกระทำ แนะไอซีทีตรวจสอบ "โฆษกปชป." ให้ "ยิ่งลักษณ์" รับผิดชอบ
25ส.ค.2554 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มสื่อมวลชนประจำรัฐสภา ได้ทำหนังสือเปิดผนึก เรื่อง "ยุติการคุกคามสื่อมวลชน" ยื่นต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี วันที่ 25 ส.ค. โดยเนื้อหาระบุว่า ขณะนี้มีกลุ่มคนเสื้อแดงบางกลุ่ม ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย แสดงความไม่พอใจการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน โดยเฉพาะนักข่าวภาคสนามที่ติดตามทำข่าวนายกรัฐมนตรี เป็นรายบุคคล
ล่าสุดได้มีการส่งฟอร์เวิร์ดเมล์ภายในกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดง มีข้อความปลุกระดมให้ผู้คนมีความเกลียดชังผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 รายหนึ่ง ด้วยการโพสต์ภาพถ่าย ชื่อ-นามสกุล ด้วยข้อความดังต่อไปนี้ "เปิดโฉมหน้านักข่าวที่ทำให้นายกปูเดินหนี" "จำหน้าหล่อนไว้นะครับ" "เห็นที่ไหนก็จัดการหน่อยก็แล้วกันครับ"
ดังนั้น กลุ่มนักข่าวภาคสนาม เห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพ และการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน จึงเรียกร้อง ฯพณฯท่าน นายกรัฐมนตรี เร่งดำเนินการกับขบวนการคุกคามสื่อมวลชนดังกล่าว เพราะสื่อมวลชนเป็นฟันเฟืองหนึ่งในการสร้างความปรองดองในสังคม ทั้งนี้ กลุ่มนักข่าวภาคสนาม จึงได้รวบรวมรายชื่อร้องเรียนมายัง ฯพณฯท่าน นายกรัฐมนตรี และแสดงจุดยืนในการทำหน้าที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา17.30 น. ภายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมรัฐสภา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางมาร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีที่อาคารรัฐสภา 3 โดยก่อนเข้าห้องประชุมครม. ตัวแทนผู้สื่อข่าวภาคสนาม ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนจะติดตามสอบถามรายละเอียด โดยส่วนตัวยินดีให้สื่อสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเต็มที่ และคิดว่าสื่อแต่ละคนก็ทำหน้าที่ของตัวเอง
เมื่อถามว่ามีมาตรฐานในการรับแรงเสียดทานจากคำถามของสื่อที่ทำหน้าที่ตามหลักสากลอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นคนของประชาชน ก็ต้องทำหน้าที่ชี้แจง สื่อก็ต้องทำหน้าที่ในส่วนของสื่อ ก็ขอให้อยู่ในขอบข่าย
เมื่อถามว่าจะเริ่มทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้สนับสนุนในความหมายที่แท้จริงของประชาธิปไตยที่ยอมรับความเห็นแตกต่างเมื่อไหร่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอทำงานก่อน เพราะในรายละเอียดทำอยู่แล้ว
เมื่อถามย้ำว่าตราบใดที่มีการตบดีกันอยู่หน้าสภาแบบนี้ก็จะเป็นอุปสรรคต่อนโยบายปรองดอง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ถึงอย่างไรดิฉันก็จะทำงานกับทุกภาคส่วนอยู่แล้ว
ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยต่อการกระทำที่เกิดขึ้น กรณีเว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทย มีประชาชนเข้ามาโพสต์ข้อความเชิงข่มขู่ผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ ซึ่งขณะนี้ได้มีการตรวจสอบไปยังผู้ดูแลเว็บไซต์แล้ว พร้อมประสานไปยังเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการตรวจสอบ เพื่อขอให้ลบข้อความออก แต่ไม่ถึงขั้นต้องปิดเว็บไซต์
"ขอเรียกร้องประชาชนว่า อย่าโพสต์ข้อความเช่นนี้อีก เพราะเข้าข่ายผิดกฎหมายและจะทำให้ภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยลดลง และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เสียคะแนนนิยม เนื่องจากการทำหน้าที่ของสื่อสารมวลชน มีกรอบจรรยาบรรณควบคุมอยู่แล้ว หากเอนเอียงสังคมจะตัดสินเอง "นายพร้อมพงศ์ กล่าว
นักข่าวสาวช่อง7ชี้หตุถูกคุกคาม
น.ส.สมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวช่อง 7 กล่าวถึงที่มาของการส่งอีเมล์การข่มขู่การทำหน้าที่สื่อมวลชนในการสัมภาษณ์น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า สำหรับคำถามที่คิดว่าเป็นสาเหตุของการถูกข่มขู่ผ่านฟอร์เวิดอีเมลล์ครั้งนี้ คือ การถามถึงแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าจะเป็นการทำไปเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ แต่นายกรัฐมนตรีหลีกเลี่ยงที่จะตอบพร้อมทั้งเดินหนีไป
"ยืนยันว่าเป็นคำถามที่สำคัญเพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอดีตที่ผ่านมาเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งในบ้านเมือง จึงต้องมีความชัดเจน ถึงตัวเองไม่ถาม โดยเชื่อว่านักข่าวคนอื่นต้องถาม ยืนยันว่าไม่มีอคติในการทำหน้าที่ แต่ทำไปเพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม" น.ส.สมจิตต์ กล่าวและว่า
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่ครั้งนี้ไม่รู้สึกหวั่นไหว เรื่องนี้ไม่ใช่ครั้งแรกเพราะที่ผ่านมาก็เคยเกิดขึ้นในหลายรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ถูกเผยแพร่ออกอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ ผู้ทำผิดควรได้รับการลงโทษจะไปแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้ติดตามดำเนินคดีกับผู้ที่เป็นต้นตอของอีเมลล์ดังกล่าว
โฆษกปชป.จี้"ยิ่งลักษณ์"รับผิด
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พฤติกรรมข่มขู่ คุกคามเช่นนี้มีมาตั้งแต่สมัยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งแสดงถึงวุฒิภาวะการแสดงออกทางการเมืองของกลุ่มคนดังกล่าว ที่ข้ามเส้นกฎหมาย เช่นเดียวกับที่วันที่ 25 ส.ค. ที่กลุ่มคนเสื้อแดงที่สนับสนุนรัฐบาล และนายกฯ ได้ทำร้ายนักศึกษาที่แสดงความรู้สึกต่อนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานแต่ถูกทำร้ายร่างกาย และที่สำคัญส.ส.ของรัฐบาลทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ปัดความรับผิดชอบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกสภา ตนเห็นว่าประชาชนคงไม่อยากเห็นการทำรุนแรงเช่นนี้ หากผู้ที่มีอำนาจใช้อำนาจรัฐที่ผิดๆ กับผู้ที่แสดงความเห็นต่างทางประชาธิปไตย ทั้งนี้ล่าสุดได้มีการโพสต์ข้อความข่มขู่นักข่าวสาวคนหนึ่ง โดยระบุชื่อและนามสกุลและให้จัดการกับนักข่าวคนดังกล่าว เนื่องจากถามคำถามไม่ถูกใจนายกฯ ซึ่งนักข่าวไม่ได้ถามคำถามส่วนตัว หรือเพื่อผลประโยชน์ของสถานี แต่เป็นคำถามทั่วไป หากนายกฯ มีภาวะผู้นำควรจะชี้แจงในประเด็นที่นักข่าวถามและไม่ควรมีพฤติกรรมเดินหนีนักข่าว อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์ขอเรียกร้องให้นายกฯ ออกมารับผิดชอบ
“ผมคิดว่าหากนายกฯ กลัวการตอบคำถามของสื่อมวลชน หรือตอบคำถามที่ยังไม่ได้เตรียมคำตอบมาเพื่อความสะดวกของนักข่าว ก็ระบุให้ชัดเจนว่าจะให้สัมภาษณ์สื่อใด หรือ ให้สื่อทิ้งประเด็นไว้และให้นายกฯ กลับไปเตรียมตัวก่อนตอบก็ได้เ พื่อให้นายกฯ ไม่ตกใจเมื่อเวลาเจอกล้อง เจอไมโครโฟน และในช่วงการแถลงนโยบายรัฐบาลช่วงที่ผ่านมา ได้แสดงถึงภาวะผู้นำในการชี้แจงข้อสงสัยของฝ่ายค้านต่อนโยบายรัฐบาลแล้ว ” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ด้านนายอภิชาต สุภาเพ่ง ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากที่มีรายงานว่าคนเสื้อแดงเพชรบุรีได้โพสต์ข้อความคุกขามนักข่าวสาว ตนมีเห็นว่าพฤติกรรมของคนเพชรบุรีคงไม่ทำเรื่องดังกล่าว ซึ่งการข่มขู่คุกคามเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องทำให้สื่อมวลชนไม่สามารถทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในฐานะที่ตนเป็นส.ส.เพชรบุรี เห็นว่าคนเมืองเพชรบุรีรับไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนี้ ขอร้องให้ผู้ที่โพสต์ ซึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ทที่หาดบึกเตียน หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ ทั้งนี้ตนขอให้ผู้ที่โพสต์ข้อความเขียนข้อความขอโทษสื่อมวลชนทุกคน และให้กำลังใจนักข่าวทำหน้าที่ร่วมมือพัฒนาประเทศต่อไป



